เลือกงาน ลงทุน มุ่งเครื่องมือแพทย์ เคล็ดลับสู้วิกฤตการค้า Micro Precision หนึ่งในผู้ผลิตแม่พิมพ์แถวหน้าของไทย

อัปเดตล่าสุด 23 ธ.ค. 2562
  • Share :
  • 2,829 Reads   

คุณวรุตม์ รวยสว่างบุญ ทายาทรุ่นที่ 2 ของ บริษัท ไมโคร ปรีซิชั่น จำกัด (Micro Precision Co., Ltd.) หนึ่งในผู้ผลิตแม่พิมพ์และชิ้นงานอะลูมิเนียมแถวหน้าของไทย ที่บ่มเพาะประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง สำหรับชิ้นงานที่ต้องการความเที่ยงตรงสูง กล่าวในงาน M Talk “The next Money Machine-ฟัง G2 คุยธุรกิจใหม่” ที่ไบเทค บางนา ซึ่งจัดโดย สำนักอุตสาหกรรม M Report ว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือสิ่งที่ผู้ประกอบการทั่วโลกร่วมเผชิญ แต่สิ่งจำเป็นคือการลดต้นทุนเดิม ลงทุนเพิ่ม และมองหาโอกาสใหม่ ซึ่งสำหรับบริษัท ไมโคร ปรีซิชั่น คือ เครื่องมือแพทย์

l เลือกงานที่มีแต่เราเท่านั้นที่ทำได้

คุณวรุตม์เล่าว่า ไมโคร ปรีซิชั่น เองก็ไม่ต่างจากธุรกิจอื่น ๆ หลายราย ที่มีการแบ่งส่วนธุรกิจออก โดยแบ่งส่วนธุรกิจออกเป็น 3 ส่วน และประสบปัญหาในช่วงขาลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเกิดจากการย้ายฐานผลิต ยอดขายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป การเข้ามา Disrupt ตลาดโดยรถยนต์ไฟฟ้า และแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีการเปลี่ยนแปลงทั่วโลก และอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าเองก็มีการเปลี่ยนแปลงจนในไทยเข้าสู่ขาลงเช่นกัน ทำให้เกิดการสูญเสียลูกค้า และจำเป็นต้องหาลูกค้ารายใหม่ทดแทน ซึ่งบริษัท ตัดสินใจหาลูกค้ารายใหม่ด้วยการออกบูธตามสถานที่ต่าง ๆ ไปร่วมอีเวนท์ในภาคธุรกิจใหม่ ๆ จนในท้ายสุด ก็มาลงตัวที่อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์

“ผมมองว่า เริ่มต้นเราต้องรู้ว่า บริษัทเรา มีต้นทุนเดิมอย่างไรบ้าง มีเครื่องจักรใดในโรงงาน และการลงทุนใหม่นั้น ควรให้ความสำคัญกับระบบอัตโนมัติ และซอฟต์แวร์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ก็ไม่อาจละเลยการลงทุนเครื่องจักรเพิ่มควบคู่ไปด้วย เนื่องในใจปัจจุบัน งานง่าย ๆ ไม่เหลืออยู่ในเมืองไทยแล้ว เหลือแต่งานที่ยากขึ้น เช่น งาน High Precisions หรืองานที่ต้องมีการวิจัย และพัฒนา (R & D) อย่างต่อเนื่อง ทำให้เราจำเป็นต้องเลือกงานที่มีแต่เราที่ทำได้ เนื่องจากงานอื่น ๆ นั้น ล้วนไหลออกสู่ประเทศเพื่อนบ้านเราหมดแล้ว” คุณวรุตม์ กล่าว

l  อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ความท้าทายที่ควรลงแข่ง

ไมโคร ปรีซิชั่น ได้รับงานด้านเครื่องมือแพทย์มาจากบริษัทญี่ปุ่นรายหนึ่ง ซึ่งคุณวรุตม์แสดงความเห็นว่า อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ นับเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งที่อยากให้ผู้ประกอบการในประเทศไทยลองพิจารณา เนื่องจากเป็นการทำสัญญาระยะยาว 10 ปี ซึ่งมีระยะเวลานานกว่าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ที่โดยทั่วไปมีระยะประมาณ 5 ปี 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ทางบริษัทกำลังรอดำเนินการผลิต สงครามการค้าจีน - สหรัฐ ก็เริ่มขึ้น รวมไปถึงการแบนนานาชาติจากการส่งออกสินค้าไปขายในอิหร่าน ซึ่งในกรณีของไมโคร ปรีซิชั่น ที่มี Panasonic เป็นลูกค้า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงรุนแรงมาก พนักงานที่มีงานรองรับกลายเป็นว่างงาน ทำให้ทางบริษัทต้องเร่งหางานใหม่ เนื่องจากไม่อาจรอออเดอร์เป็นเวลาหลายเดือนได้ การปรับตัวอย่างรวดเร็วจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งคุณวรุต ได้เลือกนำแผนการลงทุนในอนาคตมาลงทุนเลย ด้วยการลงทุนหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพิ่ม แทนที่พนักงานด้วยระบบอัตโนมัติ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายต่อเดือน ซึ่งในช่วงนั้น เป็นช่วงที่ยังไม่มีข่าวการปิดโรงงานนักอย่างทุกวันนี้ พนักงานจึงไม่กังวลกับการหางานใหม่ ทำให้เมื่อออเดอร์ลดลง งานล่วงเวลาจึงลดลงตาม และมีพนักงานที่ตัดสินใจออกจากบริษัทด้วยตนเองด้วย

l  ลงทุน R & D คิดเผื่อลูกค้า นำมาซึ่งรายได้ที่มั่นคง

อีกสิ่งที่ไมโคร ปรีซิชั่น ให้ความสำคัญ คือการทำ R & D ภายในบริษัท โดยตัดสินใจนำออเดอร์ทั้งหมดที่ได้รับกลับขึ้นมาตรวจสอบ ลงทุนทำ R & D ใหม่ พัฒนาแม่พิมพ์ให้ลูกค้าฟรี รวมไปถึงลูกค้าที่ไม่ได้ซื้อต่อ แต่แม่พิมพ์กำลังจะหมดอายุ แลกกับคำมั่นสัญญาว่าจะมีคอนแทรกต์เพิ่มเติมในระยะยาว เพื่อทดแทนออเดอร์รายเดือนในส่วนที่ขาดหาย ซึ่งส่วนมากลูกค้าก็พึงพอใจ เนื่องจากการทำ R & D ของแม่พิมพ์มีความสำคัญต่อการผลิตชิ้นงานโดยตรง เนื่องจากงานจะดีหรือไม่ ราคาสูงหรือต่ำ ก็ขึ้นอยู่กับแม่พิมพ์ทั้งสิ้น ทางบริษัทจึงลงทุนซื้อซอฟต์แวร์จำลอง (Simulate) แม่พิมพ์เพิ่ม เพื่อขายเป็นแพ็คเกจให้กับลูกค้า ลดจำนวนครั้งการทดลองแม่พิมพ์จาก 5 - 6 ครั้ง ที่ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เหลือเพียง 2 สัปดาห์ ลดขั้นตอนการทำงานภายในให้สั้นลง ซึ่งนอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าแล้ว ยังเปรียบได้กับการซื้อใจลูกค้าอีกด้วย

“สิ่งที่ผมอยากเน้นยำจริง ๆ ในวันนี้ คือ ปัจจุบันการออกไปหาออเดอร์งานใหม่จากข้างนอกเป็นเรื่องยากมาก คู่แข่งทั้งในไทยเอง และต่างชาติ ล้วนแข่งขันรุนแรงกว่าแต่ก่อน สิ่งที่เราทำได้จึงเป็นการตรวจสอบทุกอย่างที่มี เน้นลด Fix Cosr และต้นทุนในระยะยาว โดยคำนึงถึง Effiency ที่ได้เป็นหลัก ซึ่งในเวลาที่ยอดขายหายไปเช่นนี้ หากโรงงานมี Effiency ก็ย่อมสามารถทำกำไรได้อย่างแน่นอน”

l  รักษามันสมอง

สิ่งสุดท้าย ที่ ไมโคร ปรีซิชั่น เน้นย้ำ คือการพัฒนาบุคลากร เนื่องจากการรักษาบุคลากรไว้ในองค์กรเป็นเรื่องสำคัญ แม้จะมีการนำหุ่นยนต์อุตสาหกรรม และระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยลดแรงงานก็จริง แต่ก็จำเป็นต้องรักษามันสมองขององค์กรเอาไว้ จนเมื่อวิกฤตผ่านไปแล้ว บุคลากรเหล่านี้เอง ที่จะกลายเป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้บริษัทสามารถก้าวไปข้างหน้าได้ต่อไป

จะเห็นได้ว่า ไมโคร ปรีซิชั่น ก็เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่มีการบริหารความเสี่ยงด้วยการแบ่งภาคธุรกิจ พร้อมลงมือปรับตัวอย่างรวดเร็วในทันทีที่เกิดวิกฤตขึ้น ส่งผลให้แม้จะประสบปัญหาเช่นเดียวกับที่ผู้ประกอบการไทย หรือทั่วผู้ประกอบการทั่วโลกหลายรายต้องเผชิญ ก็สามารถฟื้นตัว และอยู่รอดได้ด้วยการลงทุนเข้าสู่ธุรกิจใหม่ที่ตนมีความพร้อม รวมถึงการชนะใจลูกค้า เพื่อให้บริษัทมีความมั่นคงได้ในที่สุด

 

บรรยากาศภายในงาน M Talk เสวนา 90 นาที “The next Money Machine - ฟัง G2 คุยธุรกิจใหม่”

 


ที่มา : M Report