ส.อ.ท. เปิดผลงาน 90 วัน เดินหน้า 5I ดัน Buy Thai–ปฏิรูปพลังงาน–ยกระดับ SMEs
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เดินหน้าแผน 700 วัน เปลี่ยน “นโยบายสู่การลงมือทำ” ผลักดัน Buy Thai เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งเป้าจัดซื้อสินค้า Made in Thailand 2 แสนล้านบาท พร้อมเร่งปฏิรูปพลังงาน กฎหมาย โครงสร้างพื้นฐาน และยกระดับผู้ประกอบการไทยรับความท้าทายเศรษฐกิจยุคใหม่
30 สิงหาคม 2569 — นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการดำเนินงานในช่วง 90 วันแรก ภายใต้ยุทธศาสตร์ “The New Chapter of Thai Industry: Empowering Growth with 5I” พร้อมเดินหน้าตามแผน 700 วัน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้แก่สมาชิกและภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับการวางรากฐานเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า ส.อ.ท. มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5I ผ่านการทำงานร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันข้อเสนอของภาคอุตสาหกรรมจากระดับนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยหลังเข้ารับตำแหน่งได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ได้นำคณะผู้บริหาร ส.อ.ท. เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เพื่อเสนอ 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมสินค้า Made in Thailand การช่วยเหลือ SMEs การปรับโครงสร้างพลังงาน การปฏิรูปกฎหมาย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม
⟶ อ่านต่อ: ส.อ.ท. ชู “Buy Thai” ปลดล็อกการผลิต ดัน CapU 5 จุด เพิ่ม GDP 1.4 แสนล้านบาท
รื้อฟื้นกลไก กรอ. เชื่อมรัฐ–เอกชนแก้ปัญหาอุตสาหกรรม
หนึ่งในข้อเสนอที่มีความคืบหน้า คือการ รื้อฟื้นกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เพื่อเป็นเวทีประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการแก้ไขปัญหาภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันมีการแต่งตั้งคณะกรรมการและประชุมเพื่อขับเคลื่อนงานแล้ว 2 ครั้ง
ด้านการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรม ส.อ.ท. ได้หารือกับนายเอกณัฐ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน 2 ครั้ง เพื่อผลักดันประเด็นด้านความมั่นคงทางพลังงานและขีดความสามารถการแข่งขันของภาคการผลิต โดยเฉพาะการขับเคลื่อนแผน PDP2026 การเปิด Direct PPA และการส่งเสริมพลังงานสะอาด
ขณะที่ด้านการปฏิรูปกฎหมายและธรรมาภิบาล ส.อ.ท. ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ขับเคลื่อนภารกิจ “Zero Corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน” เพื่อยกระดับความโปร่งใสและต่อต้านการทุจริตในระบบเศรษฐกิจไทย พร้อมส่งผู้แทนเข้าร่วมคณะทำงานปฏิรูปกฎหมาย เพื่อผลักดันการปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการประกอบธุรกิจมากขึ้น
เชื่อมเทคโนโลยี–AI ยกระดับ SMEs และกำลังคนอุตสาหกรรม
ในด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล นวัตกรรม และการพัฒนากำลังคนแห่งอนาคต ส.อ.ท. ได้หารือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากรให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกัน ส.อ.ท. ยังหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมและกำหนดแนวทางประชุมร่วมกันทุก 2 เดือน เพื่อประสานงานและติดตามประเด็นสำคัญของภาคอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด
⟶ อ่านต่อ: ก.อุตฯ จับมือ ส.อ.ท. ตั้งบอร์ดร่วม เร่งขับเคลื่อน 7 วาระเร่งด่วน
ด้านการสนับสนุน SMEs ส.อ.ท. ได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อผลักดันการนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถของ SMEs ผ่านโครงการ AI Camp พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการไทย
ส.อ.ท. ปรับโครงสร้างองค์กร ยกระดับธรรมาภิบาลและระบบตรวจสอบ
นอกจากการทำงานเชิงนโยบาย ส.อ.ท. ยังเดินหน้าปรับโครงสร้างการบริหารภายใน โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 31 หน่วยงาน เพื่อให้สามารถตอบโจทย์สมาชิกได้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมยกระดับระบบ Corporate Governance การตรวจสอบภายใน และความโปร่งใสในการดำเนินงาน
โดยมอบหมายให้บริษัท PricewaterhouseCoopers (PwC) เข้ามาตรวจสอบระบบงาน เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีความถูกต้อง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ดัน Made in Thailand ตั้งเป้าจัดซื้อสินค้าไทย 2 แสนล้านบาท
อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือการผลักดัน Made in Thailand (MiT) ให้เป็นกลไกเพิ่มการใช้สินค้าไทย โดยตั้งเป้าหมายการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าไทยมูลค่า 200,000 ล้านบาท พร้อมต่อยอดไปยัง 3 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์
นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า เป้าหมายของ ส.อ.ท. ไม่ได้หยุดอยู่เพียง MiT แต่ต้องการผลักดัน “Buy Thai” ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเปลี่ยนกำลังซื้อให้กลายเป็นคำสั่งซื้อสินค้าไทย เพิ่มการใช้กำลังการผลิต และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมกันนี้ ส.อ.ท. ยังเดินหน้าสร้างโอกาสทางการตลาดให้สมาชิก ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชนและผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อช่วยให้สินค้าไทยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ ต่อยอดธุรกิจ และเข้าถึงตลาดใหม่ได้มากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมมาตรฐาน มอก. 9999 เพื่อนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม
เดินหน้าแผน 700 วัน เปลี่ยนนโยบายสู่ผลลัพธ์
นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 90 วันแรกเป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดยภารกิจสำคัญของ ส.อ.ท. ในช่วงที่เหลือของแผน 700 วัน คือการทำให้ยุทธศาสตร์ 5I เชื่อมโยงตั้งแต่ “นโยบาย” ไปสู่ “การลงมือทำ” และจาก “การลงมือทำ” ไปสู่ “ผลลัพธ์”
ทั้งการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย การลดต้นทุนด้านพลังงาน การยกระดับ SMEs ด้วยเทคโนโลยีและ AI การสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศ และการเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้สินค้าไทย เพื่อวางรากฐานให้อุตสาหกรรมไทยสามารถเติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
⟶ อ่านต่อ: ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ก.ค. 69 ฟื้นแตะ 90.0 ส.อ.ท. ชงรัฐเร่ง Biofuel–ช่วย SMEs
#สอท #BuyThai #MadeInThailand #อุตสาหกรรมไทย #SMEs #AI #พลังงาน #SupplyChain #MReportTH #IndustryNews
บทความยอดนิยม 10 อันดับ
- ไทยลดเป้าผลิตรถยนต์ปี 2569
- Physical AI กับโรงงานอัจฉริยะ
- WEF Global Lighthouse Factories 2026
- ญี่ปุ่นเร่งยุทธศาสตร์แบตเตอรี่รับยุค AI
- AI Data Center กับปัญหาไฟฟ้าผันผวน
- จีนผลิต DUV Lithography ได้เอง
- “JARA คาดคำสั่งซื้อหุ่นยนต์โต 16.7%
- คำสั่งซื้อเครื่องจักรกลญี่ปุ่นปี 2569
- 3-axis vs 5-axis CNC เลือกอย่างไร?
- CBN สำหรับงาน Hard Turning
อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th
Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH
