กกร. ปรับเพิ่ม GDP ปี 69 โต 2.1-2.5% เตือนน้ำมันพุ่งกระทบอุตสาหกรรม | MReport

กกร. ปรับเพิ่ม GDP ปี 69 โต 2.1–2.5% เตือน “น้ำมัน 95 ดอลลาร์” กระทบต้นทุนอุตสาหกรรม

อัปเดตล่าสุด 2 ก.ย. 2569
  • Share :
  • 4,660 Reads   

กกร. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 ขยายตัว 2.1–2.5% และส่งออกพุ่ง 12–16% อานิสงส์สินค้ากลุ่ม New Economy โตแรง พร้อมเตือนวิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันแตะ 95 ดอลลาร์/บาร์เรล กระทบต้นทุนโรงกลั่นและห่วงโซ่อุปทานปิโตรเคมี ชี้เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะ K-shape ชัดเจน ชู Data Center ปลดล็อกโครงสร้างเศรษฐกิจผ่านแนวคิด Reinvent Thailand

กกร. เตือนสงครามตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมันพุ่งแตะ 95 ดอลลาร์

กรุงเทพฯ วันที่ 2 กันยายน 2569 — นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เป็นประธานการแถลงข่าวคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยมีนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายอธิป พีชานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าว ณ โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ

กกร. ประเมินว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมายกระดับความรุนแรง ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกและตลาดการเงินมีความผันผวนมากขึ้น โดยช่วงต้นเดือนกันยายน 2569 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับขึ้นแตะระดับประมาณ 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากประมาณ 84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนกรกฎาคม ขณะที่ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง

นอกจากนี้ มาตรการจำกัดการส่งออกน้ำมันดีเซลทำให้เกิดการสะสมของน้ำมันสำเร็จรูปในคลังสินค้า ส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงกลั่นจำเป็นต้องลดกำลังการผลิต ซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนการกลั่น รวมถึงปริมาณวัตถุดิบพลอยได้จากกระบวนการกลั่น เช่น Naphtha, Benzene, Toluene และ Para-Xylene ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี พลาสติก ยาง เคมีภัณฑ์ ยานยนต์ และบรรจุภัณฑ์

กกร. จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งพิจารณาผ่อนคลายการส่งออกน้ำมันให้เป็นไปตามกลไกการค้าเสรี รวมทั้งบริหารสถานการณ์ร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างสมดุลด้านการผลิต ลดผลกระทบต่อภาคการกลั่น และรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรมไทย

→ อ่านเพิ่มเติม: ส.อ.ท. หนุนไทยเร่งปิดดีล ART สหรัฐฯ ตลาดส่งออกอันดับ 1 สัดส่วน 24% ชูการค้า-ลงทุนสมดุล

โครงสร้าง K-shape ชัดเจน: New Economy โตสวนอุตสาหกรรมเดิม

กกร. ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับข้อมูลเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ เพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่มีลักษณะ K-shape Economy ชัดเจนขึ้น โดยติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 ทั้งข้อมูลการส่งออก การผลิต และงบการเงินภาคธุรกิจในมิติอุตสาหกรรม สัญชาติ และขนาดของธุรกิจ

ข้อมูลสะท้อนว่า K ขาขึ้นกระจุกตัวอยู่ในธุรกิจ New Economy ที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ Digital และ AI โดยเฉพาะอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทจากจีน สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์

ขณะที่ K ขาล่างเป็นกลุ่มธุรกิจที่เผชิญการแข่งขันจากสินค้าต่างประเทศอย่างรุนแรง เช่น ยานยนต์ ปิโตรเลียม และวัสดุก่อสร้าง โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจ SMEs สัญชาติไทยใน 7 อุตสาหกรรมภายใต้แนวทาง “Reinvent Thailand” มีการผลิตลดลงเฉลี่ย 8% ขณะที่กิจการต่างชาติลดลงสูงถึง 19% โดยเฉพาะธุรกิจจากญี่ปุ่น

กกร. มองว่า การพิจารณาเศรษฐกิจจากตัวเลขภาพรวมเพียงอย่างเดียวอาจไม่สะท้อนสถานการณ์ที่แท้จริง จึงจำเป็นต้องยกระดับตัวชี้วัดเศรษฐกิจใน 3 มิติ ได้แก่ ความครอบคลุมของข้อมูล (Coverage) คุณภาพข้อมูล (Quality) และการสะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจ (Structure) ที่เปลี่ยนแปลงไป

แนวทางดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สภาพัฒน์ และสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้ภาครัฐและเอกชนสามารถใช้ข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายและเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างได้ตรงจุดมากขึ้น

→ อ่านเพิ่มเติม: BOI ดันไทยสู่ฐานผลิตโฟโตนิกส์โลก ลงทุนทะลุ 8.27 หมื่นล้านบาท รับอุตสาหกรรม AI และ Data Center

กกร. ปรับเพิ่มเป้า GDP ปี 69 โต 2.1–2.5% ส่งออกขยายตัว 12–16%

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 กกร. ประเมินว่ามีโอกาสขยายตัวดีกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ จากแรงส่งของการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่เติบโตสูงกว่าคาด

กกร. จึงปรับเพิ่มประมาณการส่งออกปี 2569 เป็น 12–16% จากเดิม 8–10% และปรับประมาณการ GDP ขึ้นเป็น 2.1–2.5% จากเดิม 1.6–2.0%

อย่างไรก็ตาม กกร. ระบุว่า แม้การส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัว แต่แรงส่งต่อเศรษฐกิจภายในประเทศกลับลดลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับในอดีตที่การส่งออกเติบโตเฉลี่ยประมาณ 14% และการลงทุนขยายตัว 10% เคยสอดคล้องกับ GDP ที่เติบโตเฉลี่ยประมาณ 6–7%

→ อ่านเพิ่มเติม: ส่งออกไทย ก.ค. 69 พุ่ง 21.6% แตะ 3.48 หมื่นล้านดอลลาร์

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าไทยสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ (Domestic Value Capture) ได้น้อยลง เนื่องจากมีการพึ่งพา Import Content ในระดับสูง ขณะเดียวกัน การลงทุนระลอกใหม่ยังสร้างการจ้างงานในประเทศได้จำกัดเมื่อเทียบกับการลงทุนในอดีต

ดัน Ecosystem Data Center เชื่อมการลงทุนต้นน้ำถึงปลายน้ำ

กกร. เห็นว่าไทยจำเป็นต้องรักษาความสามารถในการอยู่บนเรดาร์ของนักลงทุนทั่วโลก แต่ต้องเร่งต่อยอดการลงทุนให้สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น

หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคืออุตสาหกรรม Data Center ซึ่งการลงทุนทุก 100 MW มีมูลค่ามากกว่า 60,000 ล้านบาท จึงควรเร่งสร้าง Ecosystem ให้เกิดการเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หรือ Vertical Integration

→ อ่านเพิ่มเติม: AI Data Center กับปัญหาไฟฟ้าผันผวน

แนวทางสำคัญ ได้แก่ การขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ที่ได้รับการอนุมัติจาก BOI การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดและน้ำ การยกระดับภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่ Smart Manufacturing ตลอดจนการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร โดยเชื่อมโยงความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา

นอกจากนี้ ยังควรใช้ประโยชน์จากข้อมูลอย่างเต็มศักยภาพเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมใหม่ เช่น Creative Economy ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและผลกระทบทางเศรษฐกิจภายในประเทศได้จริง

ด้วยเหตุนี้ กกร. จึงได้แต่งตั้งคณะทำงาน Data Center เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย

ชูยุทธศาสตร์ Reinvent Thailand ปลดล็อกโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

กกร. ระบุว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่ง Reinvent เศรษฐกิจ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและใช้ประโยชน์จากโอกาสในช่วงที่ห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ พร้อมสร้าง Trust & Confidence เพื่อดึงดูดการลงทุนระลอกใหม่

ภายใต้แนวคิดดังกล่าว กกร. และพันธมิตรจากภาคส่วนต่าง ๆ เตรียมจัดงาน “The Bangkok Business Summit 2026: Reinvent Thailand, Resilient ASEAN” ในวันที่ 3 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเปิดเวทีหารือร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ

การประชุมจะครอบคลุมประเด็น New Growth Engines ของประเทศ การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและพลังงาน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ตลอดจนการสร้างเศรษฐกิจและภูมิภาคอาเซียนให้มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง

กกร. มองว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะต่อไปต้องมุ่งสร้างผลลัพธ์ที่กระจายตัวมากขึ้น ทั้งในมิติของ Supply Chain การยกระดับ SMEs และการสร้างโอกาสให้เศรษฐกิจชุมชน เพื่อให้การลงทุนและการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่สามารถเชื่อมโยงกลับเข้าสู่เศรษฐกิจไทยและสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศได้อย่างแท้จริง
 

#กกร #เศรษฐกิจไทย #GDP2569 #ส่งออกไทย #ReinventThailand #DataCenter #น้ำมันดิบ #MReportTH #IndustryNews


อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH