กกร. ชี้เศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลังผันผวน แนะไทยเร่งใช้ AI ยกระดับ Local Content

กกร. ชี้เศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลังผันผวน แนะไทยเร่งใช้ AI ยกระดับ Local Content รับคลื่นลงทุนใหม่

อัปเดตล่าสุด 5 ส.ค. 2569
  • Share :
  • 1,276 Reads   

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินเศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งหลังปี 2569 ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่กระแส AI กำลังเร่งการเติบโตแบบ K-Shape พร้อมเสนอให้ประเทศไทยเร่งยกระดับ Local Content เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ–เอกชน และเดินหน้าขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์การลงทุนใหม่ เพื่อรองรับเม็ดเงินลงทุนและห่วงโซ่อุปทานโลกที่กำลังปรับตัว

กกร. เศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งปีหลังเผชิญความไม่แน่นอน

กรุงเทพฯ 5 สิงหาคม 2569 — นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เป็นประธานการแถลงข่าว คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยมี นายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายเกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมในการแถลงข่าว ณ โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ กกร. ประจำเดือนสิงหาคม 2569 พร้อม คงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 โดยคาดว่า ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเทรนด์เทคโนโลยี AI ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในแบบ K-shape สะท้อนจากมุมมองของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในการปรับประมาณการจีดีพีปี 2569 โดยกลุ่มประเทศซึ่งมีการนำเข้าพลังงานในระดับสูงมีแนวโน้มชะลอตัว

ส่วนกลุ่มประเทศที่ได้รับประโยชน์จากกระแสดิจิทัลขยายตัวได้ดีขึ้น ซึ่งประกอบด้วยชาติเอเชียรวมทั้งไทย ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อซึ่งสูงขึ้นหลังเหตุการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย ทำให้ตลาดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินเอเชียอ่อนค่าจากการบริหารค่าเงินเยนด้วยสกุลเงินยูโร โดยธนาคารกลางพันธมิตรซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ในการดำเนินนโยบายการเงิน

AI หนุนการเติบโตแบบ K-Shape ไทยต้องเพิ่ม Local Content

เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากการปรับตัวและ capture โอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มตามกระแสดิจิทัลของโลก แม้การส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มเติบโตดี โดยมูลค่าการส่งออกไทยครึ่งปีแรกขยายตัวสูง 17.6%YoY จากสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี (สัดส่วน 26.5%) ที่เติบโตถึง 45.9%YoY ตามเทรนด์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อีกทั้งภาคการผลิตใน K ขาบนที่เติบโตสูง แต่ยังไม่สามารถส่งผ่านมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งต้องเร่งยกระดับ local content อันจะช่วยตอบโจทย์ RVC รวมถึงการส่งเสริมการผลิตเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ส่งเสริมให้เกิดการสร้าง supply chain ในประเทศ และการวางแผนการสร้างงานที่มีคุณภาพในอนาคต เพื่อให้ได้รับอานิสงส์จากคลื่นการลงทุนจากต่างประเทศที่มีแนวโน้มไหลเข้าสู่ไทย รวมถึงแยกแยะกลุ่ม K ขาลงให้ชัดเจนในรายอุตสาหกรรม เพื่อให้การช่วยเหลือและสนับสนุนได้อย่างตรงจุด

อ่านเพิ่มเติม: BOI ดันไทยสู่ฐานผลิตโฟโตนิกส์โลก ลงทุนทะลุ 8.27 หมื่นล้านบาท รับอุตสาหกรรม AI และ Data Center

กกร. เสนอเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ–เอกชน ยกระดับนโยบายเศรษฐกิจ

กกร. สนับสนุนให้เกิดการยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูลที่อัปเดต ครอบคลุม และมีกลไกตรวจสอบความถูกต้องอย่างแม่นยำ เพื่อนำไปสู่การออกแบบมาตรการที่เหมาะสม ตรงจุด วัดผลได้ และช่วยให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพสูงสุด อาทิ ข้อมูล รง. 8 ซึ่งเป็นข้อมูลการผลิตของผู้ประกอบกิจการโรงงาน ทำให้สามารถต่อยอดสู่การยกระดับธุรกิจไทยได้หลายมิติ โดยเฉพาะการสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand: MiT)

รวมถึงการมีข้อมูลโครงสร้างการผลิตและการใช้ Local content ตลอดจนข้อมูลแรงงาน และ supply chain เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของธุรกิจที่อยู่ใน K-shape ขาลง เพื่อให้เกิดทั้งอุปสงค์และอุปทานที่ตรงเป้ากว่าเดิม สร้างโอกาสและรายได้ให้ผู้ประกอบการ และใช้ทรัพยากรการคลังได้คุ้มค่า มีประสิทธิภาพอย่างเป็นองค์รวม

→ อ่านเพิ่มเติม: รัฐบาลเปิด 5 ยุทธศาสตร์ลงทุนใหม่ ดันไทยสู่ฐานการลงทุนแห่งภูมิภาค

นอกจากนี้ กกร. สนับสนุนการบูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงานภาครัฐและเอกชน (Connect the dots) มีฐานข้อมูลที่อัปเดต เชื่อถือได้ และครอบคลุม ก้าวไปสู่การเป็น Open government ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับการแบ่งประเภทความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบล่าสุด ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลตรงกับความจำเป็นและเป็นธรรม

ลดการเอาเปรียบจากช่องโหว่กฎหมาย มีการตรวจสอบการใช้นอมินี เป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐที่จำเป็นผ่านระบบออนไลน์ให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศด้วยข้อมูล สอดคล้องกับแนวทาง Reinvent Thailand และเป็นเรื่องเดียวกันกับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ทุนเทา เศรษฐกิจนอกระบบ และเงินบาทที่หายไปจากระบบตามข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย

รวมถึงการยกระดับพื้นที่ EEC ให้เป็นพื้นที่นำร่องในการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจในรูปแบบ One stop service ผ่าน พรบ. อำนวยความสะดวกฯ ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐกับรัฐ และหน่วยงานรัฐกับเอกชนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

หนุน 5 ยุทธศาสตร์การลงทุนใหม่ รองรับคลื่น FDI ระลอกใหม่

กกร. พร้อมร่วมผลักดันการขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของ กรอ. ประกอบด้วย (1) Investment & Industry Transformation Hub (2) AI & Digital Hub (3) Green Economy (4) Financial Hub (5) Medical Hub ซึ่งเป็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจไทย โดยนักวิเคราะห์ประเมินแนวโน้ม FDI ระยะข้างหน้าที่เข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 5.44 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2578 ซึ่งไทยเป็นประเทศเป้าหมายของการลงทุนไม่แพ้เพื่อนบ้าน สอดคล้องกับการขอรับการลงทุนผ่าน BOI ครึ่งปีแรกที่ 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากปีที่ก่อน ทิศทางดังกล่าวถือเป็นปัจจัยหนุนการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อเร่งรัดการเติบโตสู่ประเทศรายได้สูงในอนาคต
 

#กกร #เศรษฐกิจไทย #AI #LocalContent #RegionalValueChain #MReportTH #IndustryNews
 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH