ส.อ.ท. ชู “Buy Thai” ปลดล็อกการผลิต ดัน CapU 5 จุด เพิ่ม GDP 1.4 แสนล้านบาท
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมินเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2569 ขยายตัว 1.9% แต่การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง สะท้อนความแตกต่างระหว่างภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม เสนอเดินหน้ามาตรการ “Buy Thai” ควบคู่กับการปลดล็อกข้อจำกัดด้านการผลิต เพื่อเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต (CapU) จาก 57.5% เป็น 62.5% ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่ม GDP ภาคอุตสาหกรรมราว 1.4 แสนล้านบาท
เศรษฐกิจไทยยังโต แต่การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 ขยายตัว 1.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าเศรษฐกิจยังสามารถประคองการขยายตัวได้ แม้ต้องเผชิญความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวยังไม่กระจายตัวอย่างทั่วถึง โดยมีลักษณะ K-shaped Economy ชัดเจน สะท้อนผ่านดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม (TISI) เดือนกรกฎาคม ซึ่งผู้ประกอบการขนาดใหญ่มีค่าดัชนีอยู่ที่ 105.5 ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดย่อมอยู่ที่ 75.3
เมื่อพิจารณารายอุตสาหกรรม พบว่า กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มีดัชนีความเชื่อมั่นสูงถึง 109.0 ขณะที่กลุ่มเคมีภัณฑ์อยู่ที่ 59.7 และเป็นกลุ่มเดียวที่ปรับลดลงต่อเนื่อง สะท้อนภาพ “เศรษฐกิจสองความเร็ว” ทั้งในด้านขนาดกิจการและรายสาขาอุตสาหกรรม
ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนในไตรมาส 2 ขยายตัว 1.9% ชะลอลงจาก 3.3% ในไตรมาสก่อน ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization Rate: CapU) เฉลี่ยอยู่ที่ 57.47% ลดลง 3.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ TISI ไตรมาส 2 เฉลี่ยอยู่ที่ 86.1
⟶ อ่านต่อ: ส.อ.ท. ประเมินผลภาษีสหรัฐฯ 12.5% หนุนเจรจา ART รักษาความสามารถแข่งขันสินค้าไทย
CapU ต่ำสะท้อน 3 ปัจจัย ต้องใช้มาตรการแก้ต่างกัน
ส.อ.ท. วิเคราะห์ว่า การใช้กำลังการผลิตที่อยู่ในระดับต่ำมีสาเหตุสำคัญ 3 ลักษณะ ซึ่งแต่ละกลุ่มจำเป็นต้องใช้มาตรการแก้ไขที่แตกต่างกัน
1. แรงกดดันเชิงโครงสร้างด้านต้นทุน
กลุ่มเคมีภัณฑ์ ปิโตรเคมี เหล็ก และวัสดุก่อสร้าง เผชิญต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบสูง รวมถึงกำลังการผลิตส่วนเกินจากต่างประเทศ ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังส่งผลกระทบต่อการนำเข้าวัตถุดิบ
2. ข้อจำกัดจากเงื่อนไขเชิงนโยบาย
กรณีโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งเดิมมีการเดินเครื่องในระดับสูง แต่เมื่อการส่งออกถูกจำกัดและคลังจัดเก็บน้ำมันสำเร็จรูปเต็มความจุ จึงจำเป็นต้องปรับลดการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการภายในประเทศที่ชะลอตัว
3. การลงทุนขยายกำลังผลิตเร็วกว่าการผลิต
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และแผ่นวงจรพิมพ์มีการขยายกำลังการผลิตจากการลงทุนระลอกใหม่ ทำให้กำลังผลิตเพิ่มเร็วกว่าปริมาณการผลิตในช่วงแรก ซึ่ง ส.อ.ท. มองว่าเป็นสัญญาณบวกของการลงทุนที่กำลังทยอยเดินเครื่อง
ชู “Buy Thai” ดันคำสั่งซื้อ ฟื้นกำลังการผลิตในประเทศ
สำหรับแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ส.อ.ท. เสนอให้ดำเนินการ 2 ด้านควบคู่กัน โดยด้านแรกคือ การสร้างแรงส่งจากอุปสงค์ภายในประเทศผ่านโครงการ “Buy Thai”
มาตรการดังกล่าวมุ่งเน้นกลุ่มสินค้าสำเร็จรูปที่มีการจ้างงานสูงและยังมีกำลังการผลิตเหลืออยู่มาก เช่น สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ และของใช้ในครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการใช้กำลังการผลิตเพียงประมาณ 37–50% และสามารถเพิ่มการผลิตได้ทันทีหากมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น
ส.อ.ท. เสนอให้ส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายและรณรงค์ให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าไทย ควบคู่กับการดูแลสินค้านำเข้าที่มีพฤติกรรมทุ่มตลาด เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่ผู้ผลิตไทยและช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการกลุ่มที่อยู่ใน “ขาล่าง” ของ K-shaped Economy
ปลดล็อกข้อจำกัดการผลิต ฟื้นคำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรม
ด้านที่สอง คือ มาตรการปลดล็อกข้อจำกัดด้านการผลิต โดย ส.อ.ท. เสนอให้พิจารณาเปิดการส่งออกน้ำมันส่วนเกินจากความต้องการและปริมาณสำรองภายในประเทศอย่างมีเงื่อนไข ขณะที่การดูแลราคาขายปลีกยังสามารถดำเนินการผ่านกลไกค่าการกลั่นที่มีอยู่
นอกจากนี้ ควรเร่งรัดโครงการก่อสร้างภาครัฐ พร้อมส่งเสริมการใช้เกณฑ์ Made in Thailand (MiT) เพื่อช่วยฟื้นคำสั่งซื้อในกลุ่มเหล็กและวัสดุก่อสร้างโดยตรง รวมถึงดูแลความมั่นคงด้านวัตถุดิบและโครงสร้างราคาพลังงานสำหรับภาคอุตสาหกรรม
เพิ่ม CapU 5 จุด ช่วยเพิ่ม GDP 1.4 แสนล้านบาท
ส.อ.ท. ประเมินว่า หากสามารถยกระดับอัตราการใช้กำลังการผลิตจากระดับปัจจุบันประมาณ 57.5% เพิ่มขึ้นอีก 5 จุด มาอยู่ที่ 62.5% จะช่วยเพิ่ม GDP ภาคอุตสาหกรรมได้ประมาณ 140,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.7% ของ GDP
แรงส่งดังกล่าวจะมาจากทั้งกลุ่มสินค้าสำเร็จรูปที่สามารถได้รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการ Buy Thai และการปลดล็อกข้อจำกัดเชิงนโยบายในภาคอุตสาหกรรม
ลงทุนเอกชนโต 13.4% หนุนเทคโนโลยี-อิเล็กทรอนิกส์-AI
ขณะเดียวกัน การลงทุนยังถือเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ โดยการลงทุนรวมในไตรมาส 2/2569 ขยายตัว 9.1% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวถึง 13.4% เพิ่มขึ้นจาก 10.1% ในไตรมาสแรก สะท้อนแรงส่งจากการลงทุนในอุตสาหกรรมศักยภาพ โดยเฉพาะ เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ AI และ Data Center
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือการทำให้การลงทุนเหล่านี้สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้างขึ้น โดยปัจจุบันโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในช่วงครึ่งปีแรก มีการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศประมาณ 42% ของมูลค่าวัตถุดิบทั้งหมด
ส.อ.ท. ตั้งเป้ายกระดับสัดส่วนดังกล่าว ผ่านการเชื่อมโยงนักลงทุนกับผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ไทย การส่งเสริมการใช้สินค้า Made in Thailand (MiT) การถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนการพัฒนาทักษะและการจ้างงานที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
เป้าหมายสำคัญคือทำให้การขยายตัวของการลงทุนไม่เพียงเพิ่มเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศ แต่สามารถยกระดับขีดความสามารถของภาคการผลิตไทย สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานใหม่ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว.
⟶ อ่านต่อ: ไทยเร่งปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม ดัน Made in Thailand–AI–Semiconductor
#สอท #สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย #BuyThai #เศรษฐกิจไทย #อุตสาหกรรมไทย #CapU #CapacityUtilization #กำลังการผลิต #GDP #การลงทุน #ภาคการผลิต #MadeInThailand #MiT #AI #DataCenter #อิเล็กทรอนิกส์ #MReportTH #IndustryNews
บทความยอดนิยม 10 อันดับ
- ไทยลดเป้าผลิตรถยนต์ปี 2569
- Physical AI กับโรงงานอัจฉริยะ
- WEF Global Lighthouse Factories 2026
- ญี่ปุ่นเร่งยุทธศาสตร์แบตเตอรี่รับยุค AI
- AI Data Center กับปัญหาไฟฟ้าผันผวน
- จีนผลิต DUV Lithography ได้เอง
- “JARA คาดคำสั่งซื้อหุ่นยนต์โต 16.7%
- คำสั่งซื้อเครื่องจักรกลญี่ปุ่นปี 2569
- 3-axis vs 5-axis CNC เลือกอย่างไร?
- CBN สำหรับงาน Hard Turning
อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th
Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH
