ดัชนี SME มี.ค. 2569 ร่วง 48.2 ต่ำสุดรอบ 5 เดือน ต้นทุนพลังงานพุ่ง

สสว. เผยดัชนีเชื่อมั่น SME มี.ค. 2569 ร่วงแตะ 48.2 ต่ำสุดรอบ 5 เดือน พลังงานพุ่งกดต้นทุน

อัปเดตล่าสุด 23 เม.ย. 2569
  • Share :
  • 1,303 Reads   

สสว. เผยดัชนีความเชื่อมั่น SME เดือนมีนาคม 2569 ลดลงเหลือ 48.2 ต่ำกว่าค่าฐานครั้งแรกในรอบ 5 เดือน จากต้นทุนพลังงาน–ขนส่งพุ่ง กดกำไรหด พร้อมเตือนกว่า 80% เสี่ยงขาดสภาพคล่องหากวิกฤตยืดเยื้อ

กรุงเทพฯ 23 เมษายน 2569 — สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SMESI) ประจำเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 48.2 ลดลงจากเดือนก่อนหน้า และต่ำกว่าค่าฐาน 50.0 เป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน สะท้อนความเชื่อมั่นที่อ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ

ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ สสว. รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. ระบุว่า ปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ทำให้เกิด “แรงบีบสองด้าน” ทั้งต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น

ต้นทุนพุ่ง กำไรหด กดคำสั่งซื้อ–การผลิตชะลอ

เมื่อพิจารณาถึงองค์ประกอบของค่าดัชนีในแต่ละด้าน พบว่าด้านกำไรมีการปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 47.7 ขณะที่ด้านต้นทุนปรับตัวลงมาอยู่ที่ 37.3 (ลดลง 5.2) สะท้อนถึงแรงกดดันจากภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้องค์ประกอบด้านคำสั่งซื้อและปริมาณการผลิตชะลอตัวลงที่ 6.4 และ 1.8 ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ด้านแรงงานยังคงมีความเชื่อมั่นสะท้อนผ่านดัชนีการจ้างงานที่ลดลงเพียงเล็กน้อยที่ 0.3 (อยู่ที่ 49.2) เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงพยายามรักษาฐานแรงงานเดิมเพื่อประคองการดำเนินธุรกิจในระยะนี้

เมื่อพิจารณาจำแนกตามรายภาคธุรกิจ พบว่า ภาคการผลิตค่าดัชนีฯ อยู่ที่ระดับ 46.8 ขณะที่ภาคการค้าค่าดัชนีฯ อยู่ที่ 49.2 และภาคบริการค่าดัชนีฯ อยู่ที่ 48.3 โดยเฉพาะในกลุ่มโลจิสติกส์และท่องเที่ยวที่เริ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนการเดินทางที่ขยับตัวสูงขึ้น สำหรับสถานการณ์รายภูมิภาค พบว่า ความเชื่อมั่นมีการอ่อนตัวลงเกือบทุกพื้นที่ นำโดยภาคตะวันออกที่ปรับลดลง 5.3 (มาอยู่ที่ 45.7) จากความกังวลเรื่องต้นทุนพลังงานที่กระทบต่อภาคธุรกิจและเกษตรกรรม ตามมาด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ 48.1 (ลดลง 4.9) ภาคใต้และพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีทิศทางใกล้เคียงกันที่ระดับ 46.0 และ 48.0 ตามลำดับ ขณะที่ภาคกลางอยู่ที่ 48.6 โดยมีเพียงภาคเหนือเป็นภูมิภาคเดียวที่ดัชนียังคงรักษาระดับอยู่เหนือเกณฑ์ฐานได้ที่ 51.9 แม้จะมีการปรับลดลงที่ 3.6

SME 96.7% รับผลกระทบ เสี่ยงสภาพคล่องตึงตัว

ผลสำรวจเจาะลึกพบว่า SME ถึง 96.7% ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยผลกระทบหลักมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งด้านพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบ คิดเป็น 47.1% รองลงมาคือปัญหาด้านกำลังซื้อ 26.2% และสภาพคล่อง 19.1% โดยสิ่งที่น่ากังวลคือหากสถานการณ์ยืดเยื้อ SME กว่า 80% ระบุว่าจะสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ไม่เกิน 6 เดือนเนื่องจากไม่มีทุนสำรอง ซึ่งในจำนวนนี้มีถึง 20% ที่มีทุนสำรองอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบการมีความต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนในด้านการลดต้นทุน (44%) ควบคู่กับการเสริมศักยภาพให้ SME ปรับตัวได้ (42%) และการเติมสภาพคล่อง (14%) เพื่อพยุงธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้

คาดการณ์ 3 เดือนยังต่ำกว่า 50 รัฐเร่งอัดมาตรการช่วยเหลือ

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 49.3 ซึ่งปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า 3.5  สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการยังคงมีความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนด้านต้นทุน ซึ่งเห็นได้ชัดจากดัชนีคาดการณ์ด้านต้นทุนที่ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 34.5 ส่งผลให้ภาพรวม SME ในปัจจุบันต้องเผชิญกับแรงกดดัน และต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

อย่างไรก็ดี สสว. ได้ดำเนินโครงการที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบ  ทั้งการสนับสนุนเงินทุน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 1,200 ล้านบาท ผ่านความร่วมมือกับ ธพว. และ EXIM Bank รวมถึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษารวม 17 แห่ง เพื่อขับเคลื่อนโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการส่งเสริม SME ปี 2569 เพิ่มเติม อีกกว่า 39 โครงการ 

“เป้าหมายสำคัญคือการสร้างความเข้มแข็งให้กับ SME ทั่วประเทศ โดยขณะนี้ สสว. เตรียมนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (บอร์ดส่งเสริมฯ)  ซึ่งโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการส่งเสริม SME เพิ่มเติมนี้ จะเข้าไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และคลี่คลายปัญหาทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการ SME กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ได้อีกทางหนึ่งด้วย” ดร.ปณิตา กล่าวทิ้งท้าย
 

#ดัชนีความเชื่อมั่นSME #SMESI #สสว #SMEไทย #เศรษฐกิจไทย #ผู้ประกอบการ #IndustryNews #MReportTH

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH