“สุริยะ” สั่ง กรอ.เปิดเกมรุกปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตฯกลางทาง ตั้งระบบตรวจสอบขั้นสูงสุด!

เปิดเกมรุก "ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม" ตั้งระบบตรวจสอบขั้นสูงสุด! บังคับติดตั้ง GPS

อัปเดตล่าสุด 4 พ.ค. 2564
  • Share :
  • 847 Reads   

“สุริยะ” สั่งการกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เพิ่มความเข้มสกัดการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม หลังพบว่ายังมีการลักลอบทิ้งระหว่างการขนส่งในบางพื้นที่ พร้อมเร่งวางระบบบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมแบบครบวงจร (E-Fully Manifest) เพื่อตรวจสอบขั้นสูงสุดป้องกันการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมระหว่างเส้นทางขนส่ง!

 

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2564 - นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การจัดการกากอุตสาหกรรมเป็นภารกิจเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการการแก้ไขปัญหากากอุตสาหกรรม เพื่อบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมให้เข้าสู่ระบบตามกฎหมาย ซึ่งปัจจุบัน กรอ. ได้มีระบบฐานข้อมูลและติดตามการขนส่งกากอุตสาหกรรม (GPS) เพื่อติดตามรถขนส่งกากอุตสาหกรรมอันตรายด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบเรียลไทม์ (Real Time) อยู่แล้ว แต่ยังพบว่ามีการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในหลายพื้นที่ ดังนั้น จึงได้สั่งการให้ กรอ.เข้มงวดดูแลการกำจัดกากอุตสาหกรรม ขยะพลาสติก ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยให้ตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางของโรงงานว่าได้ส่งกากอุตสาหกรรมอันตราย และกากอุตสาหกรรมทั่วไป ไปกำจัดปริมาณเท่าไรและถึงปลายทางเท่ากันหรือไม่ เพื่อป้องกันการลักลอบทิ้งระหว่างขนส่ง

ด้าน นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า โดยปกติโรงงานอุตสาหกรรมจะต้องขออนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงาน (สก.2) ซึ่งจะทำให้ กรอ. ทราบต้นทาง-ปลายทางของการขนส่งกากอุตสาหกรรมว่ามีจุดหมายปลายทางที่ใด ซึ่งจะเป็นไปตามที่ได้มีการแจ้งการขนส่งไว้ คือทราบว่ามีผู้รับในระบบแต่จะไม่สามารถเช็คในระหว่างทางการขนส่งได้ กรอ.จึงได้นำระบบบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมแบบครบวงจร (E-Fully Manifest) เข้ามาประยุกต์ใช้ ด้วยการเพิ่มระบบ GPS ที่รถขนส่งกากอุตสาหกรรมอันตรายเพื่อติดตามระหว่างการขนส่ง ทำให้สามารถทราบว่ารถที่ขนส่งกากฯไปยังจุดหมายปลายทางที่ได้แจ้งไว้หรือไม่ หรือมีการออกนอกเส้นทาง โดยเบื้องต้น รถที่ต้องติดตั้งระบบ GPS จะใช้บังคับกับรถที่มีใบอนุญาตมีไว้ครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย (วอ.8) ก่อน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 5,000 คัน (ข้อมูลปี 2563)

สำหรับการทำงานของระบบจะมีการติดสัญญาณเป็น Code หลักของตัว GPS ที่ขึ้นทะเบียนไว้ โดยทางบริษัทต้นทางที่จะทำการขนส่งกากอุตสาหกรรมอันตรายจะต้องส่ง Code ให้กับทางฝ่ายสารสนเทศของ กรอ. เพื่อเชื่อมสัญญาณทำให้สามารถติดตามการขนส่งได้  ซึ่งขณะนี้ กรอ. อยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้งศูนย์ติดตามระหว่างการขนส่งกากอุตสาหกรรมอันตราย 

“หลังจากใช้กับรถขนส่งกากอุตสาหกรรมอันตรายแล้ว ในอนาคตจะนำมาใช้กับการขนส่งกากอุตสาหกรรมทุกชนิด ซึ่งเชื่อว่าภายหลังจากที่ศูนย์ติดตามระหว่างการขนส่งกากอุตสาหกรรมอันตรายสามารถดำเนินการได้เต็มรูปแบบในปีนี้ จะสามารถรายงานตำแหน่งของรถขนส่ง วันเวลาที่ส่งข้อมูล ข้อมูลของเสียที่จะขนถ่าย ละติจูด ลองติจูด ความเร็ว สถานะเครื่องยนต์ ทิศทางการเดินทาง และยังสามารถติดตามรถขนส่งได้แบบ Real Time ซึ่งจะทำให้ กรอ. สามารถกำกับดูแลการจัดการกากอุตสาหกรรมอันตรายในภาพรวมได้ดียิ่งขึ้น” อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวปิดท้าย

 

อ่านเพิ่มเติม:


ที่มา : M Report