กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี ปี 2569 เปิด 3 สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท
กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เปิดโครงการสินเชื่อใหม่ประจำปีงบประมาณ 2569 วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทยด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3 รูปแบบ ทั้งเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ เสริมสภาพคล่อง และเติมทุนลูกหนี้เดิม พร้อมเดินหน้าโครงการพัฒนาศักยภาพธุรกิจอีก 3 ด้าน วงเงิน 20 ล้านบาท คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 209 ล้านบาท
4 มีนาคม 2569 — นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เปิดเผยว่า กองทุนฯ ได้กำหนดกรอบโครงการสินเชื่อใหม่ประจำปีงบประมาณ 2569 วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
กองทุนเอสเอ็มอี เปิดงบ 3,000 ล้านบาท ปี 2569
กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เปิดตัวโครงการสินเชื่อใหม่ประจำปีงบประมาณ 2569 วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เสริมความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจตามนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรม
นอกจากมาตรการทางการเงิน กองทุนฯ ยังจัดสรรงบอีก 20 ล้านบาท สำหรับโครงการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอี คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมได้กว่า 209 ล้านบาท
3 สินเชื่อใหม่ ดอกเบี้ยต่ำ มีอะไรบ้าง
วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน ได้แก่
- สินเชื่อเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ
- สินเชื่อเสริมสภาพคล่อง
- สินเชื่อเติมทุน (Top Up) สำหรับลูกหนี้เดิม
แต่ละโครงการมีเงื่อนไขและกลุ่มเป้าหมายชัดเจน เพื่อให้ตรงกับบริบททางเศรษฐกิจในปี 2569
เสือติดปีก เฟส 2 เจาะ SME ศักยภาพ
โครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ หรือ “เสือติดปีก เฟส 2” มุ่งสนับสนุน SME ศักยภาพในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ต้องการลงทุนด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการยกระดับกระบวนการผลิต
- อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3–5% ต่อปี
- วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาทต่อราย
- ระยะเวลากู้สูงสุด 10 ปี
เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการลงทุนระยะยาวเพื่อขยายกำลังการผลิตหรือพัฒนาเทคโนโลยีใหม่
คงกระพัน เฟส 2 เสริมสภาพคล่องธุรกิจ
โครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจ หรือ “คงกระพัน เฟส 2” มุ่งช่วยผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจ
- อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5–7% ต่อปี
- วงเงินกู้สูงสุด 5 ล้านบาท
- ระยะเวลากู้ยืม 3 ปี
เป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยธุรกิจรักษาสภาพคล่องและความต่อเนื่องของกิจการ
สินเชื่อ Top Up สำหรับลูกหนี้เกรด A
โครงการสินเชื่อเติมทุนหนุนธุรกิจ (Top Up) วงเงินรวม 500 ล้านบาท สำหรับลูกหนี้เดิมของกองทุนที่มีประวัติการชำระหนี้ดีเยี่ยม (เกรด A) ต่อเนื่อง 12 เดือน
- อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.5% และ 3.5%
- วงเงินสูงสุด 3 ล้านบาท
โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจที่มีวินัยทางการเงิน และต้องการขยายกิจการเพิ่มเติม
3 โครงการพัฒนา SME วงเงิน 20 ล้านบาท
นอกจากสินเชื่อ กองทุนฯ ยังเดินหน้าโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ 3 โครงการ ได้แก่
1) Financial Shield
เสริมทักษะบริหารการเงิน การจัดการหนี้ และการวางแผนสภาพคล่อง
เป้าหมาย 100 กิจการ 400 คน
2) Productivity Accelerator
เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ลดต้นทุน และพัฒนาแนวทางการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เป้าหมาย 200 กิจการ 400 คน
3) Global & Future Readiness
เตรียมความพร้อมขยายตลาดใหม่ ยกระดับมาตรฐานสากล และพัฒนาองค์กรตามแนวทาง ESG
เป้าหมาย 100 กิจการ 200 คน
เป้าหมายสร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 209 ล้านบาท
จากการดำเนินงานทั้งด้านสินเชื่อและโครงการพัฒนาเอสเอ็มอี กองทุนฯ คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมได้กว่า 209 ล้านบาท และเตรียมเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการภายในเดือนเมษายน 2569
กองทุนฯ คาดหวังว่ามาตรการในปีนี้จะช่วยให้ SME ไทยเสริมสภาพคล่อง สร้างความมั่นคงทางธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
#SMEไทย #สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ #กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี #เสริมสภาพคล่อง #ธุรกิจไทย #กระทรวงอุตสาหกรรม #SME2569 #เพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ #ESGforSME #ข่าวเศรษฐกิจ #MReportTH #IndustryNews
บทความยอดนิยม 10 อันดับ
- ไทยตั้งเป้าผลิตยานยนต์ปี 2569
- 18 ค่ายเครื่องจักรกลคาดปี 2569
- เปิด 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่ง ปี 2569
- วิธีวิเคราะห์และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทาน
- CMM คืออะไร? Ultimate Guide สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม (2569)
- ถอดรหัสอนาคตการรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV
- “ยานยนต์ไร้คนขับ” กับทิศทางการเติบโตในปี 2022-2045
- ยอดขายรถยนต์ 2568
- สถิติส่งออกกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนไทยปี 2568
- ยอดจดทะเบียนใหม่ยานยนต์ไฟฟ้า 2568
อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th
Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH
