กพร. ขับเคลื่อน Critical Minerals–Urban Mining สร้างความมั่นคงวัตถุดิบ | MReport

กระทรวงอุตฯ มอบนโยบาย กพร. ดัน Critical Minerals–Urban Mining สร้างความมั่นคงวัตถุดิบ

อัปเดตล่าสุด 3 ก.ย. 2569
  • Share :
  • 4,761 Reads   

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มอบนโยบายกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เดินหน้าสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบของประเทศ ตั้งแต่แหล่งแร่ธรรมชาติไปจนถึงวัตถุดิบจากการรีไซเคิล พร้อมเร่งขับเคลื่อนโครงการเหมืองแร่โพแทช ผลักดันห่วงโซ่อุปทานแร่ยุทธศาสตร์และแร่สำคัญ (Critical Minerals) รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และต่อยอดเทคโนโลยีรีไซเคิลสู่ Urban Mining ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตประชาชนรอบพื้นที่เหมือง

วันที่ 2 กันยายน 2569 — นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายทัตพงศ์ สะสมทรัพย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เดินทางตรวจเยี่ยมกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) พร้อมมอบนโยบายด้านการบริหารจัดการทรัพยากรแร่และวัตถุดิบของประเทศ โดยมีนายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดี กพร. และผู้บริหารให้การต้อนรับและบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน

บริหารจัดการแร่ครบวงจร สร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบ

นายวราวุธ กล่าวว่า กพร. มีภารกิจสำคัญในการบริหารจัดการวัตถุดิบเพื่อสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้กับภาคอุตสาหกรรม ทั้งวัตถุดิบจากแหล่งแร่ธรรมชาติ (Primary Raw Materials) และวัตถุดิบทดแทนจากการรีไซเคิลขยะหรือของเสีย (Secondary Raw Materials) ซึ่งถือเป็นต้นน้ำของภาคการผลิตและมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

ท่ามกลางความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก การแข่งขันด้านทรัพยากร และการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีและพลังงานสะอาด ประเทศไทยจำเป็นต้องบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม

สำหรับโครงการเหมืองแร่โพแทช ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญต่อภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมปุ๋ย กพร. ต้องผลักดันให้สามารถเดินหน้าได้อย่างเหมาะสม ภายใต้กรอบกฎหมาย การกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของประเทศอย่างคุ้มค่าและสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว

→ อ่านต่อ: กพร.–สวทช. เปิดตัว “Mining 4.0 Index” ดัชนีวัดความพร้อมดิจิทัลเหมืองแร่ไทยครั้งแรก

ดัน Critical Minerals รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือ การผลักดันห่วงโซ่อุปทานแร่ยุทธศาสตร์และแร่สำคัญ หรือ Critical Minerals ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีบทบาทต่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ พลังงานสะอาด อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีขั้นสูง

นายวราวุธเน้นย้ำว่า กพร. ต้องมองการบริหารจัดการ Critical Minerals อย่างครบวงจร ตั้งแต่การประเมินศักยภาพทรัพยากร การพัฒนาแหล่งแร่ การแยกและสกัด การสร้างมูลค่าเพิ่ม ไปจนถึงการเชื่อมโยงสู่อุตสาหกรรมปลายน้ำ พร้อมสร้างความร่วมมือกับประเทศพันธมิตร เพื่อเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานและยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลก

ต่อยอดเทคโนโลยีรีไซเคิล สู่ Urban Mining

ขณะเดียวกัน กพร. เร่งพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีรีไซเคิล เพื่อรองรับแนวคิด Urban Mining โดยเปลี่ยนขยะ ของเสีย และผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุการใช้งานให้กลับมาเป็นแหล่งวัตถุดิบใหม่ ผ่านกระบวนการคัดแยก แปรรูป และสกัดวัสดุที่มีคุณค่ากลับเข้าสู่กระบวนการผลิต

แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดปริมาณของเสีย ลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบ และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดย กพร. ควรผลักดันงานวิจัยและเทคโนโลยีรีไซเคิลให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และขยายผลในระดับอุตสาหกรรม

นายวราวุธกล่าวว่า แร่เป็นทรัพยากรที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและใช้เวลานับล้านปีในการก่อตัว เมื่อถูกนำออกมาใช้แล้วถือเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงต้องให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า รวมถึงการพัฒนาเทคนิคและเทคโนโลยีเพื่อรีไซเคิลแร่และนำกลับมาใช้ใหม่

“แร่คือต้นน้ำ ชนิดที่ว่าต้นกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว” พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านแร่ โดยในต่างประเทศเริ่มมีการพัฒนาหลักสูตรเฉพาะทาง เช่น Rare Earth Engineering เพื่อรองรับความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมแร่แห่งอนาคต

Green Mining เดินหน้าควบคู่ ESG

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่และวัตถุดิบในอนาคตต้องดำเนินควบคู่กับแนวคิด Green Mining และหลัก ESG ได้แก่ Environment, Social และ Governance โดยให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การดูแลชุมชน ตลอดจนการบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีธรรมาภิบาล

การพัฒนาเหมืองแร่จึงต้องสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของประเทศสามารถเดินหน้าไปพร้อมกับการดูแลประชาชนและชุมชนโดยรอบได้

→ อ่านต่อ: กระทรวงอุตฯ ปักหมุด “เขาเชิงเทียน” เป็นต้นแบบเหมืองแร่สีเขียวใน EEC

หากกติกาเก่า ต้องเร่งปรับปรุงกฎหมาย

นายวราวุธยังกล่าวถึงการปรับปรุงกฎระเบียบและกฎหมายด้านเหมืองแร่ โดยระบุว่า หากกติกาหรือกฎหมายใดมีความเก่าและไม่สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน ขอให้ กพร. เสนอเรื่องเพื่อเร่งพิจารณาปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์และทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคต

พร้อมกันนี้ ได้ฝาก กพร. ให้ให้ความสำคัญกับการดูแลทั้งผู้ประกอบการและประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่เหมืองแร่ โดยเฉพาะเมื่อเกิดข้อร้องเรียนต้องเร่งเข้าไปดูแลและสร้างความเข้าใจร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่รู้สึกได้ว่าการพัฒนาเหมืองแร่สามารถนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

“ทุกครั้งที่เกิดปัญหาร้องเรียนก็ต้องดูแลมาก ๆ ต้องทำให้พี่น้องประชาชนบริเวณรอบเขารู้สึกได้ว่ามีแล้วเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แล้วความเป็นอยู่ดีขึ้น” ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนรอบพื้นที่เหมืองแร่

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนนโยบายของ กพร. ในระยะต่อไปจะมุ่งสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบของประเทศ ควบคู่กับการเพิ่มมูลค่าแร่และวัตถุดิบ การพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล การสร้างห่วงโซ่อุปทาน Critical Minerals และการยกระดับมาตรฐานการทำเหมืองให้สอดคล้องกับแนวทาง Green Mining และ ESG เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน
 

#วราวุธศิลปอาชา #กระทรวงอุตสาหกรรม #กพร #CriticalMinerals #UrbanMining #GreenMining #ESG #CircularEconomy #เหมืองแร่ #MReportTH #IndustryNews

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH