สมอ. ดีเดย์บังคับใช้ยูโร 6 รถบัส–รถบรรทุก ลด PM2.5 เริ่มปี 2569

สมอ. ดีเดย์ 1 ม.ค. 2569 บังคับใช้มาตรฐานยูโร 6 รถบัส–รถบรรทุกเบนซิน ยกระดับควบคุมมลพิษ PM2.5

อัปเดตล่าสุด 26 ธ.ค. 2568
  • Share :
  • 4,560 Reads   

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เตรียมบังคับใช้มาตรฐานการปล่อยมลพิษระดับยูโร 6 กับรถบัสและรถบรรทุกที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อยกระดับการควบคุมมลพิษทางอากาศ ลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ควบคู่การเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

กรุงเทพฯ 26 ธันวาคม 2568 — นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า มติ ครม. เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 เห็นชอบให้กระทรวงอุตสาหกรรมบังคับใช้มาตรฐานการควบคุมปริมาณสารมลพิษที่ปล่อยออกมาจากยานยนต์ไม่ให้เกินเกณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศในระยะยาว รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อเอื้อให้เกิดการลงทุนจากต่างชาติ ที่เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงและพลังงานสะอาดให้ทัดเทียมกับกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปที่ประกาศบังคับใช้มาตรฐานยูโร 6 แล้ว สมอ. ดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลอย่างเคร่งครัด โดยบังคับใช้มาตรฐานยูโร 6 สำหรับรถยนต์ขนาดเล็กที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นมา และเร็วๆ นี้ จะบังคับใช้มาตรฐานยูโร 6 กับรถบัสและรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องยนต์เบนชิน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 นี้เป็นต้นไป โดย สมอ. ได้เตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการในการยื่นขออนุญาตไปแล้วกว่า 140 ราย เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ ผ่านมา ซึ่งขณะนี้มีผู้นำเข้ารถบัสและรถบรรทุกที่ใช้เครื่องยนต์เบนชิน ยื่นขออนุญาตในระบบ E-license แล้ว 5 ราย สำหรับความคืบหน้าในการบังคับใช้มาตรฐานยูโร 6 สำหรับรถยนต์ประเภทอื่น ๆ ดังนี้

เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการบังคับใช้มาตรฐานยูโร 6 เพื่อแก้ปัญหามลพิษทางอากาศแล้ว สมอ. ยังได้ดำเนินงานด้านการมาตรฐานเพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้   พร้อมรับกับการเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วยการกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ EV อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบัน สมอ. มีมาตรฐาน EV แล้ว จำนวน 198 มาตรฐาน พร้อมทั้งส่งเสริมผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมนำมาตรฐานดังกล่าวไปใช้ เช่น มาตรฐานแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า  สายไฟฟ้าสำหรับอัดประจุ  สถานีชาร์จรถไฟฟ้า เต้าเสียบ เต้ารับ เต้ารับต่อยานยนต์และเต้าเสียบยานยนต์ ระบบไฟเตือนการห้ามล้อฉุกเฉิน ระบบจอดรถอัตโนมัติ ระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถอัตโนมัติ และระบบลดความเสียหายจากการชนด้านหน้า เป็นต้น 

“ในอนาคต ยุโรปมีเป้าหมายในการควบคุมมลพิษจากยานยนต์ที่เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยพัฒนามาตรฐาน   ยูโร 7 ต่อยอดจากมาตรฐานยูโร 6 เพื่อควบคุมมลพิษจากยานยนต์ทุกประเภท ทั้งเบนซิน ดีเซล และไฟฟ้า   โดยเน้นการลดมลพิษจากท่อไอเสีย เช่น ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ และมลพิษที่ไม่ใช่ไอเสีย เช่น ฝุ่นจากเบรกและยาง ควบคู่ไปกับการกำหนดมาตรฐานความทนทานของแบตเตอรี่ EV โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศและครอบคลุมตลอดอายุการใช้งานจริงของรถ ซึ่งจะเริ่มทยอยบังคับใช้มาตรฐานยูโร 7 ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป ซึ่งภาคอุตสาหกรรมของไทยต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการประกาศใช้กฎระเบียบใหม่ที่เข้มงวดมากขึ้น” เลขาธิการ สมอ. กล่าว

 

#สมอ #มาตรฐานยูโร6 #Euro6 #ยานยนต์ #รถบัส #รถบรรทุก #มลพิษทางอากาศ #PM25 #สิ่งแวดล้อม #อุตสาหกรรมยานยนต์ #ยานยนต์ไฟฟ้า #EV #มาตรฐานอุตสาหกรรม #CarbonNeutrality #GreenTransport #SustainableMobility #MReportTH #IndustryNews

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH