12 ข้อบังคับ ระบบขับขี่อัตโนมัติ

อัปเดตล่าสุด 14 ก.ค. 2562
  • Share :
  • 674 Reads   

อุบัติเหตุทางถนน เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ซึ่งแม้จะไม่สามารถลดจำนวนให้เป็นศูนย์ได้ แต่หลายฝ่าย ต่างให้ความสำคัญกับการป้องกันอุบัติเหตุ เพื่อลดการสูญเสียของชีวิต และทรัพย์สินให้ได้มากที่สุด

ด้วยเหตุนี้เอง ระบบขับขี่อัตโนมัติ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ได้รับการจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากกว่า 90% ของอุบัติเหตุทางท้องถนน เกิดจากความผิดพลาดของผู้ขับขี่ (ข้อมูลอ้างอิงจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด) จึงทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์เชื่อว่า การแทนที่มนุษย์ด้วยระบบอัตโนมัติ ก็จะช่วยลดอุบัติเหตุลงได้กว่า 90% เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกรณีในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เช่น กรณีของ Tesla หรือความเข้าใจผิดของผู้ใช้ว่า ระบบขับขี่อัตโนมัติ สามารถทำงานได้ด้วยตนเองโดยที่ผู้ขับไม่ต้องทำอะไร

ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้ผลิตยานยนต์ และเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ จัดทำเอกสารปกขาว (Whitepaper) “Safety First for Automated Driving” (SaFAD) เพื่อใช้เป็นคู่มือ และแนวทางในการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติ เพื่อให้ได้ระบบที่ปลอดภัย เป็นมาตรฐานเดียว และมุ่งเน้นที่ความปลอดภัยของผู้ขับขี่ รวมถึงองค์ประกอบอื่น ๆ เป็นสำคัญ

บริษัทที่ร่วมกันร่างเอกสาร SaFAD ประกอบด้วย Aptiv, Audi, Baidu, BMW, Continental, Daimler, Fiat Chrysler Automobiles, HERE, Infineon, Intel และ Volkswagen รวมทั้งหมด 11 บริษัท ได้จัดทำเอกสารความยาว 146 หน้า ซึ่งมีใจความสำคัญอยู่ที่หลักการ 12 ข้อ ดังนี้

  • Safe Operation: ระบบสามารถตอบสนองได้ในกรณีที่ส่วนสำคัญของยานยนต์เกิดข้อผิดพลาด หรือหยุดทำงาน
  • Safety Layer: ระบบรับรู้ขีดจำกัด และสามารถคืนการควบคุมให้ผู้ขับขี่โดยเกิดความเสี่ยงน้อยที่สุด
  • Operational Design Domain (ODD): มีสภาวะเหมาะสมให้ระบบขับขี่อัตโนมัติทำงาน
  • Behavior in Traffic: ระบบขับขี่อัตโนมัติต้องเข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้ร่วมถนนคาดการณ์ได้
  • User Responsibility: ระบบขับขี่อัตโนมัติต้องรู้ว่าควรให้ผู้ใช้รถขับเองหรือไม่
  • Vehicle-Initiated Handover: หากผู้ขับขี่ไม่ตอบสนองต่อคำขอควบคุม ระบบอัตโนมัติต้องรับผิดชอบในการลดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด
  • Driver-Initiated Handover: ระบบจะต้องเปิดปิดได้ผ่านการยืนยันของผู้ขับขี่
  • Effects of Automation: การประเมินความปลอดภัยของระบบจะต้องคำนึงถึงผลกระทบของระบบต่อผู้ขับขี่
  • Safety Assessment: บังคับใช้การตรวจสอบ และความถูกต้อง เพื่อให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย
  • Data Recording: ระบบจะต้องบันทึกข้อมูลในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ โดยไม่ขัดแย้งกับกฎหมายด้านความเป็นส่วนตัว
  • Security: ระบบจะต้องมีการรักษาความปลอดภัยหลายระดับ
  • Passive Safety: การออกแบบยานยนต์ ต้องคำนึงถึงอุบัติเหตุจากระบบขับขี่อัตโนมัติด้วย

หลักการทั้ง 12 ข้อนี้ ได้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นไปได้ในการเกิดอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่า ในรายชื่อบริษัทที่ร่วมจัดทำเอกสารชุดนี้ ไม่ปรากฏชื่อของผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Tesla, Waymo, และอื่น ๆ ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามีเหตุผลเช่นใด


ที่มา : M Report