เมื่ออุตฯ ยานยนต์มองพลาสติกอย่างจริงจัง

อัปเดตล่าสุด 21 พ.ค. 2562
  • Share :
  • 928 Reads   

ในยุโรป และสหรัฐ มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลดมลพิษ และการลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นนโยบายที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอย่างยิ่ง ส่งผลให้อุตสาหกรรมยานยนต์ยกให้ Super Engineering Plastics เป็นวัสดุที่น่าจับตามอง และอยู่ระหว่างการพิจารณานำมาใช้เป็นวัสดุหลักในการผลิตยานยนต์อย่างจริงจังในขณะนี้ ซึ่งปัจจุบัน Super Engineering Plastics ยังคงเป็นวัสดุที่มีราคาแพง แต่ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวในภาคอุตสาหกรรมเกิดขึ้น เพื่อให้การผลิตสามารถทำได้ง่ายขึ้น และประหยัดกว่าเดิมในขณะนี้

ที่ผ่านมา Super Engineering Plastics มักถูกใช้ในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก ส่วนในยานยนต์นั้น เนื่องจากชิ้นส่วนที่ให้กำเนิดความร้อนเป็นจำนวนมาก จึงยังไม่มีการนำมาใช้นัก อย่างไรก็ตาม หากสามารถนำพลาสติกชนิดนี้มาใช้ได้ ก็จะสามารถลดน้ำหนักยานยนต์ลงได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งด้วยความที่เป็นพลาสติก ก็จะทำให้ดัดแปลงได้ง่าย ส่งผลให้การผลิตยานยนต์มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Sumitomo Chemical เป็นหนึ่งในบริษัทเหล่านี้ โดยทางบริษัท อยู่ระหว่างการเสนอให้มีการนำ  Super Engineering Plastics ที่ทนความร้อนสูง ไปใช้ในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ไฮบริด พร้อมพัฒนาเฟืองทดรอบสำหรับมอเตอร์ขนาดเล็ก

โดยมอเตอร์ขนาดเล็กนี้ ใช้เฟืองทดรอบในการส่งกำลังจากมอเตอร์ไปยังชิ้นส่วนยานยนต์อื่น ๆ ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เฟืองได้ถูกพัฒนาให้หมุนด้วยความเร็วสูง เพื่อให้การส่งกำลังมีประสิทธิภาพมากขึ้น นำมาซึ่งความต้องการเฟืองที่ทนความร้อนได้ดี ซึ่ง Super Engineering Plastics สามารถทนความร้อนได้สูงกว่าไนล่อน เบากว่าโลหะ และได้ถูกออกแบบให้สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องอาศัยน้ำมันหล่อลื่น ทำให้อิสระในการออกแบบฟันเฟืองสูงขึ้น

โดยเฟือง Super Engineering Plastics ของ Sumitomo Chemical ผลิตขึ้นจาก Liquid Crystal Polymer (LCP), Poly Ether Sulphone (PES), และ Polyether ether ketone (PEEK) ซึ่งเมื่อคำนึงจากแนวโน้มในอนาคต ที่ยานยนต์จะมีมอเตอร์มากขึ้นแล้ว การเปลี่ยนเฟืองในยานยนต์เป็นพลาสติก จะสามารถช่วยลดน้ำหนักลงได้เป็นอย่างมาก ซึ่งทางบริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาให้สามารถใช้งานจริงได้ในขณะนี้ รวมไปถึงการเสนอให้ใช้ LCP เป็นฉนวนไฟฟ้าของมอเตอร์อีกด้วย ซึ่งเมื่อเทียบกับวัสดุที่ใช้ในปัจจุบันแล้ว พบว่า LCP มีอายุการใช้งานที่สูงกว่าถึง 2 เท่า

นอกจากนี้ ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ก็เริ่มมีผู้ที่หันมาใช้ LCP ในการผลิตชิ้นส่วนรอบเซมิคอนดักเตอร์ และ PES ในการผลิตวาล์วควบคุมน้ำมันแล้วในขณะนี้


ที่มา : Nikkan Kogyo Shimbun