ญี่ปุ่นวางเป้าฐานผลิตแบตเตอรี่ 150 GWh เร่งพัฒนา Solid-State

ญี่ปุ่นวางเป้าฐานผลิตแบตเตอรี่ 150 GWh เร่งพัฒนา Solid-State รองรับตลาดยุคใหม่

อัปเดตล่าสุด 17 ส.ค. 2569
  • Share :
  • 5,472 Reads   

METI ปรับยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมแบตเตอรี่ของญี่ปุ่น ขยายกรอบการสร้างฐานการผลิตในประเทศเป็น 150 GWh ต่อปีช่วงปี 2030 ถึงกลางทศวรรษ 2030 พร้อมเร่งพัฒนา Solid-State Battery และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานซึ่งต้องการ Power Density สูง

กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (METI) ได้ปรับยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมแบตเตอรี่ที่จัดทำขึ้นในปี 2022 เป็น “Battery and Power Supply Industry Strategy” เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแบตเตอรี่และเสริมความสามารถในการแข่งขันของบริษัทญี่ปุ่นในตลาดโลก

หนึ่งในแนวทางสำคัญของยุทธศาสตร์ฉบับปรับปรุง คือการขยายฐานการผลิตแบตเตอรี่ภายในประเทศ โดยตั้งเป้ากำลังการผลิต 150 GWh ต่อปีในช่วงปี 2030 ถึงกลางทศวรรษ 2030 จากเดิมที่กำหนดเป้าหมายไว้ที่ปี 2030 การขยายกรอบเวลาเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนของความต้องการแบตเตอรี่ในตลาดโลก

เป้าหมายดังกล่าวครอบคลุมทั้ง แบตเตอรี่ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์การผลิต เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของฐานการผลิตภายในประเทศ ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นยังต้องการเพิ่มยอดขายที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่ของบริษัทญี่ปุ่นในตลาดโลกเป็น 3 เท่าภายในปี 2035 เมื่อเทียบกับปี 2025 ครอบคลุมตั้งแต่เซลล์ โมดูล แพ็ก ไปจนถึงระบบกักเก็บพลังงาน

ตลาดแบตเตอรี่โลกคาดโต 2 เท่าใน 10 ปี

ข้อมูลในยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ประเมินว่า ตลาดแบตเตอรี่โลกจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 23 ล้านล้านเยนในปี 2025 เป็น 46 ล้านล้านเยนในปี 2035 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มความต้องการในระยะกลางยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะจากการชะลอตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในอเมริกาเหนือ และภาวะอุปทานแบตเตอรี่ส่วนเกินในจีน

การคาดการณ์ความต้องการแบตเตอรี่ทั่วโลกในปี 2030 จากสถาบันวิจัยต่าง ๆ จึงมีความแตกต่างกันมาก โดยอยู่ในช่วงประมาณ 1,600–2,900 GWh

⟶ อ่านเพิ่มเติม: ตลาดแบตเตอรี่ xEV จีนครอง 77% คาดมูลค่าแตะ 47.7 ล้านล้านเยนในปี 2040

ความไม่แน่นอนดังกล่าวสะท้อนอยู่ใน ยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ของญี่ปุ่น ซึ่งปรับกรอบเป้าหมายด้านกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด

เร่ง Solid-State Battery สู่การใช้งานจริง

ญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับการเข้าสู่ตลาดแบตเตอรี่รุ่นถัดไป โดยเฉพาะ Solid-State Battery ซึ่งกำหนดเป้าหมายให้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบประมาณปี 2030

หลังจากนั้น ญี่ปุ่นมีแผนสร้างฐานการผลิตให้สอดคล้องกับขนาดความต้องการของตลาด และขยายการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศภายในช่วงกลางทศวรรษ 2030

⟶ อ่านเพิ่มเติม: ญี่ปุ่นเร่งลงทุนโรงงานผลิตแบตเตอรี่ Solid-State รุ่นใหม่

การผลักดันเทคโนโลยีรุ่นใหม่จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งของความพยายามในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของบริษัทญี่ปุ่น ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่โลก

เพิ่มความสำคัญของ Power Density

นอกจาก Energy Density ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการกักเก็บพลังงานแล้ว ยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ยังให้ความสำคัญกับ Power Density หรือความสามารถในการจ่ายกำลังไฟฟ้าในช่วงเวลาสั้น ๆ

แนวโน้มดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการขยายตัวของการใช้งานแบตเตอรี่ไปยัง โดรนและหุ่นยนต์ AI ซึ่งต้องการสมรรถนะด้านกำลังไฟฟ้าในระดับสูง นอกเหนือจากความสามารถในการกักเก็บพลังงาน

ดังนั้น การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ในระยะต่อไปจึงไม่ได้มุ่งเพิ่ม Energy Density เพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะด้าน Power Density และการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานและระบบจ่ายไฟควบคู่กัน

เสริมฐานการผลิตและความร่วมมือใน Supply Chain

เพื่อผลักดันเป้าหมายดังกล่าว ญี่ปุ่นเตรียมสนับสนุนทั้งการลงทุนและการพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบริษัทภายใน Supply Chain เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

แนวทางนี้ครอบคลุมการขยายการลงทุน การสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี และการสร้างความสามารถในการผลิตแบตเตอรี่และระบบจ่ายไฟภายในประเทศ

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนการปรับตัวของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ญี่ปุ่น จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับการขยายกำลังการผลิต ไปสู่การเตรียมความพร้อมสำหรับ ตลาดแบตเตอรี่รุ่นใหม่และการใช้งานที่ต้องการสมรรถนะด้านพลังงานที่หลากหลายมากขึ้น

 

Source: Nikkan Kogyo Shimbun 

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH