เกาหลีใต้ตั้งกองทุน 5 ล้านล้านวอน หนุนซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์

เกาหลีใต้ตั้งกองทุน 5 ล้านล้านวอน หนุนซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์ ดันชิป Made in Korea

อัปเดตล่าสุด 11 ส.ค. 2569
  • Share :
  • 4,003 Reads   

เกาหลีใต้เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ด้วยการจัดตั้งกองทุนใหม่มูลค่า 5 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 3.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนบริษัทด้านวัสดุ ชิ้นส่วน และ Fabless Semiconductor พร้อมจัดสรรวงเงิน Trade Finance อีก 5 ล้านล้านวอนสำหรับผู้ส่งออกในห่วงโซ่อุปทาน สะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการลดจุดอ่อนของ Ecosystem และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมชิปเกาหลีใต้ในระยะยาว 

เกาหลีใต้เพิ่มเงินทุนให้ซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์   

10 สิงหาคม 2569 — รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศแผนจัดตั้งกองทุนมูลค่า 5 ล้านล้านวอน เพื่อสนับสนุนบริษัทในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยเน้นไปที่บริษัทด้าน วัสดุ ชิ้นส่วน และ Fabless Semiconductor ที่มีศักยภาพในการเติบโต

Kang Hoon-sik หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ระบุว่า กองทุนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนสร้างและขยาย Semiconductor Clusters ของประเทศ ขณะเดียวกันรัฐบาลจะจัดสรรวงเงิน Trade Finance อีก 5 ล้านล้านวอน เพื่อสนับสนุนบริษัทซัพพลายเออร์ที่มุ่งเน้นตลาดส่งออก

เมื่อรวมวงเงินทั้งสองส่วน รัฐบาลกำลังเตรียมเครื่องมือทางการเงินมูลค่ารวม 10 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศ

โฟกัส Materials, Components และ Fabless

จุดที่น่าสนใจของมาตรการครั้งนี้คือ การสนับสนุนไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้ผลิตชิปขนาดใหญ่ แต่ลงไปถึงบริษัทในระบบนิเวศที่อยู่เบื้องหลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์

โดยเฉพาะกลุ่ม Materials, Components และ Fabless ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อความสามารถในการพัฒนาและผลิตชิป แต่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านเงินทุนและการแข่งขันในตลาดโลก

การเพิ่มแหล่งเงินทุนจึงมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้บริษัทเหล่านี้สามารถลงทุนในเทคโนโลยี ขยายกำลังการผลิต และพัฒนาความสามารถในการแข่งขันได้มากขึ้น ขณะเดียวกันวงเงิน Trade Finance จะช่วยสนับสนุนบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานและมีธุรกิจส่งออก

เร่ง Mega Special Zone รองรับการลงทุน

นอกจากการสนับสนุนด้านเงินทุน เกาหลีใต้ยังเตรียมผลักดัน Mega Special Zone Act ให้ผ่านภายในปีนี้ เพื่อเร่งการลงทุนในพื้นที่ Semiconductor Cluster

กฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดระยะเวลาของกระบวนการอนุญาต รวมถึงการพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการก่อสร้างโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่

แนวทางนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ก่อนหน้าของเกาหลีใต้ที่พยายามสร้างพื้นที่อุตสาหกรรมแบบ Mega Cluster และเชื่อมโยงการลงทุนของผู้ผลิตชิปรายใหญ่เข้ากับผู้ผลิตวัสดุ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์ภายในประเทศ

ก่อนหน้านี้รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ประกาศแผนลงทุนขนาดใหญ่เพื่อพัฒนา Semiconductor และ AI Infrastructure โดยรวมถึงการขยายกำลังการผลิตและการสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ในพื้นที่นอกเขตเมืองหลวง

น้ำและไฟฟ้า กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

อีกประเด็นที่สะท้อนความท้าทายของการขยาย Semiconductor Cluster คือ น้ำและไฟฟ้า

รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่าจะจัดหาแหล่งน้ำสำหรับโครงการเซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาค Honam ให้ได้ 650,000 ตันภายในปี 2030 ขณะที่ Semiconductor Cluster ใน Yongin มีแผนได้รับไฟฟ้ารวม 14.7 กิกะวัตต์ภายในปี 2041

การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการสร้างโรงงาน แต่รวมถึงการเตรียมระบบสาธารณูปโภคให้เพียงพอต่อการผลิตชิปในระดับอุตสาหกรรม

โดยเฉพาะโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ยุคใหม่ที่ต้องการไฟฟ้าและน้ำในปริมาณสูง และมีความต้องการระบบสาธารณูปโภคที่มีเสถียรภาพตลอด 24 ชั่วโมง

⟶ อ่านเพิ่มเติม: BOI ขานรับระเบียบใหม่ Data Center ปรับเกณฑ์คัดกรองเข้ม เน้นโครงการที่สร้างประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ

จากผู้ผลิตชิป สู่การสร้าง Ecosystem ทั้งระบบ

ยุทธศาสตร์ของเกาหลีใต้กำลังขยับจากการสนับสนุนบริษัทขนาดใหญ่ เช่น Samsung Electronics และ SK hynix ไปสู่การสร้าง Ecosystem ที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน

ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ประกาศมาตรการสนับสนุน Semiconductor Ecosystem รวมถึงการพัฒนาวัสดุ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์ภายในประเทศ ขณะที่กองทุนและมาตรการทางการเงินชุดใหม่จะช่วยเติมช่องว่างด้านเงินทุนให้กับบริษัทที่อยู่ใน Supply Chain มากขึ้น

แนวทางดังกล่าวมีความสำคัญในช่วงที่การแข่งขันด้านเซมิคอนดักเตอร์ไม่ได้วัดกันเพียงความสามารถของผู้ผลิตชิป แต่รวมถึงความสามารถในการควบคุม Materials, Equipment, Components, Design และ Manufacturing ตลอดห่วงโซ่

⟶ อ่านเพิ่มเติม: จีนเริ่มผลิตเครื่อง DUV Lithography ได้เองครั้งแรก ก้าวสำคัญสู่การพึ่งพาตนเองด้านเซมิคอนดักเตอร์

การแข่งขัน Semiconductor เข้าสู่ยุค Supply Chain Resilience

ความเคลื่อนไหวของเกาหลีใต้สะท้อนแนวโน้มที่หลายประเทศกำลังให้ความสำคัญกับ Supply Chain Resilience หลังอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ AI, Data Center, Automotive และ Advanced Manufacturing

การสร้าง Ecosystem ภายในประเทศช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาซัพพลายเออร์ต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้บริษัทท้องถิ่นสามารถเติบโตไปพร้อมกับการลงทุนของผู้ผลิตชิปรายใหญ่

สำหรับผู้ผลิตในกลุ่ม Semiconductor Materials, Components และ Equipment (SME) นโยบายดังกล่าวจึงอาจสร้างโอกาสใหม่ทั้งจากการลงทุนภายในเกาหลีใต้และการขยายตัวของ Supply Chain ในระยะยาว

สัญญาณถึงอุตสาหกรรมไทย

สำหรับประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้เป็นอีกตัวอย่างของการแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุน Semiconductor ที่ไม่ได้จบเพียงการสร้าง Fab แต่ต้องสร้าง Industrial Ecosystem รองรับตั้งแต่วัตถุดิบ ชิ้นส่วน อุปกรณ์ วิศวกรรม ไปจนถึงระบบไฟฟ้า น้ำ และบุคลากร

โดยเฉพาะในช่วงที่ความต้องการชิปจาก AI และ Data Center เพิ่มขึ้น ประเทศที่สามารถสร้างระบบนิเวศการผลิตได้ครบและลดข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน จะมีโอกาสดึงดูดการลงทุนและเชื่อมต่อเข้ากับ Global Semiconductor Supply Chain ได้มากขึ้น

⟶ อ่านเพิ่มเติม: ญี่ปุ่นเผย PMI ภาคการผลิตโตสูงสุดในรอบกว่า 12 ปี รับแรงหนุน AI และเซมิคอนดักเตอร์  

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH