ฟิลิปปินส์ทุ่ม 6 หมื่นล้านเปโซ ดึงลงทุน EV Manufacturing

ฟิลิปปินส์ทุ่ม 6 หมื่นล้านเปโซ ดึงลงทุน EV Manufacturing

อัปเดตล่าสุด 18 ส.ค. 2569
  • Share :
  • 3,490 Reads   

ฟิลิปปินส์เดินหน้าสร้างฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ด้วยมาตรการสนับสนุนด้านการคลังวงเงินสูงสุด 60,000 ล้านเปโซ ภายใต้ Electric Vehicle Incentive Strategy (EVIS) Program เพื่อดึงดูดการลงทุนใหม่ เพิ่มการผลิตภายในประเทศ และผลักดันฟิลิปปินส์สู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียน

EVIS เปิดทางลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรม EV

30 กรกฎาคม 2569 — ประธานาธิบดี Ferdinand R. Marcos Jr. ลงนาม Executive Order No. 121 จัดตั้ง Electric Vehicle Incentive Strategy (EVIS) Program เพื่อสนับสนุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนภายในประเทศ โดยมุ่งดึงดูดการลงทุนขนาดใหญ่เข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ของฟิลิปปินส์

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้ง Battery Electric Vehicle (BEV) และ Hybrid Vehicle รวมถึงชิ้นส่วนและ Components ที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดให้ผู้เข้าร่วมโครงการต้องมีการลงทุนใหม่และสร้างกำลังการผลิตภายในประเทศ

รัฐบาลฟิลิปปินส์ตั้งเป้าให้มาตรการนี้ช่วยเพิ่ม Domestic EV Production สร้างงาน และทำให้ประเทศมีบทบาทมากขึ้นใน Global Automotive Value Chain

⟶ อ่านเพิ่มเติม: อินโดนีเซียเร่งสร้าง EV Ecosystem หวังเปลี่ยนจากตลาดสู่ฐานการผลิต

เงินสนับสนุนผูกกับการลงทุนและการผลิต

EVIS ไม่ได้เป็นเพียงมาตรการลดภาษีทั่วไป แต่ถูกออกแบบเป็น Performance-Based Incentive โดยบริษัทที่เข้าร่วมจะได้รับการสนับสนุนตามการลงทุนและปริมาณการผลิตที่เกิดขึ้นจริง

ผู้ผลิตที่ต้องการเข้าร่วมต้องลงทุนอย่างน้อย 5,000 ล้านเปโซ และต้องนำรถ EV รุ่นที่ลงทะเบียนเข้าสู่การผลิตภายในประเทศภายใน 3 ปี

บริษัทสามารถลงทะเบียน EV ได้สูงสุด 2 รุ่น โดยแต่ละรุ่นสามารถได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด 15,000 ล้านเปโซ ภายใต้เพดานรวมของโครงการที่ 60,000 ล้านเปโซ

สนับสนุนทั้งโรงงานและ Volume Production

โครงการแบ่งสิทธิประโยชน์หลักออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ Fixed Investment Support (FIS) สำหรับช่วยสนับสนุนการลงทุนในโรงงาน เครื่องจักร Tooling, R&D, Engineering และ Training และ Production Volume Incentive (PVI) ที่เชื่อมโยงกับปริมาณการผลิต

สำหรับ PVI ผู้ผลิตที่ผ่านเงื่อนไขสามารถได้รับแรงจูงใจสูงสุด 12% ของราคาหน้าโรงงานต่อคัน โดยมีเพดาน 200,000 เปโซต่อคัน และต้องมีกำลังการผลิตตามเกณฑ์อย่างน้อย 10,000 คัน

สิทธิประโยชน์สามารถใช้ได้นานสูงสุด 10 ปี โดยรัฐบาลจะใช้ Tax Payment Certificate เป็นกลไกในการให้สิทธิประโยชน์แทนการจ่ายเงินสดโดยตรง

ฟิลิปปินส์ต้องการขยับขึ้นใน Automotive Value Chain

มาตรการ EVIS มีความสำคัญมากกว่าการเพิ่มจำนวนรถ EV ในประเทศ เพราะรัฐบาลต้องการใช้การลงทุนเป็นเครื่องมือสร้าง Local Manufacturing Ecosystem

หากสามารถดึงผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิต Components เข้ามาตั้งฐานในประเทศได้มากขึ้น จะช่วยสร้าง Demand ให้กับผู้ผลิตชิ้นส่วน ระบบไฟฟ้า Electronics, Battery-related Components รวมถึงผู้ให้บริการด้าน Engineering และ Manufacturing Technology

ฟิลิปปินส์จึงพยายามเปลี่ยนจากการเป็นตลาดยานยนต์ที่พึ่งพาการนำเข้า ไปสู่การเป็นหนึ่งในฐานการผลิตของ Regional Automotive Supply Chain

แข่งขันกับฐานผลิต EV ในอาเซียน

การออก EVIS เกิดขึ้นในช่วงที่การแข่งขันดึงดูดการลงทุน EV ในอาเซียนรุนแรงขึ้น ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนามต่างมีนโยบายสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรม EV และ Battery

ฟิลิปปินส์มีข้อได้เปรียบด้านแรงงาน ภาษา และฐานการผลิต Electronics ขณะที่ความท้าทายคือการสร้าง Supply Chain ของ Automotive และ EV ให้มีความครบถ้วนมากขึ้น

ดังนั้น EVIS จึงเป็นความพยายามของรัฐบาลในการใช้ Fiscal Incentive + Domestic Production Requirement เพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว

EV Manufacturing กลายเป็นเกมดึง Supply Chain

สำหรับผู้ลงทุน สิ่งสำคัญของมาตรการนี้จึงไม่ได้อยู่ที่วงเงิน 60,000 ล้านเปโซเพียงอย่างเดียว แต่คือเงื่อนไขที่ผูก Incentive เข้ากับ Factory Investment, Production Volume และ Local Manufacturing

หากสามารถดึงผู้ผลิตรายใหญ่เข้ามาลงทุนได้จริง ผลต่อเนื่องจะเกิดขึ้นกับ Supplier Tier 1 และ Tier 2 รวมถึงอุตสาหกรรม Tooling, Automation, Engineering และ Logistics

ฟิลิปปินส์จึงกำลังใช้ EV เป็นหนึ่งในเครื่องมือเพื่อยกระดับฐานการผลิตของประเทศ และเพิ่มบทบาทของตนเองในห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ของอาเซียน

⟶ อ่านเพิ่มเติม: ไทยเร่งพัฒนาคนรับอุตสาหกรรม xEV ดันไทยสู่ฮับยานยนต์แห่งอนาคต

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH