ปฏิวัติวงการ ผลิตชิ้นส่วนขนาดเล็ก แบบ Mass Production

10 ก.ค. 2561
  • Share :
  • 1,506 Reads   

สำหรับแวดวงผู้ผลิตชิ้นส่วนขนาดเล็ก แบบ Mass Production นั้น คงจะพอรู้จักกับเครื่องจักรแบบโมดูลาร์ (Modular Production Equipment) ที่ได้มีบางโรงงานนำมาใช้เพื่อผลิตชิ้นส่วนกันบ้างแล้ว โดยเฉพาะชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์, รถจักรยานยนต์, และคอมเพรสเซอร์ ด้วยข้อได้เปรียบของการออกแบบเครื่องจักรที่ทำให้ประหยัดพื้นที่ไปได้กว่าครึ่งแล้วยังปรับเปลี่ยนการทำงานของเครื่องได้ง่ายอีกด้วย

ปัจจุบันเครื่องจักรแบบโมดูลาร์ได้ถูกพัฒนาไปอีกขั้น ด้วยการติดตั้งแขนหุ่นยนต์ภายในตัวเครื่อง (ฺBuilt-in Robot) เข้ามาช่วยในการส่งต่อวัสดุในแต่ละขั้นตอน-แต่ละโมดูล ทำให้สามารถผลิตชิ้นงานแบบอัตโนมัติได้ด้วยเครื่องจักรเพียงเครื่องเดียว

จาก “วัตถุดิบ” สู่ “ชิ้นงานสำเร็จ” ได้ โดยเครื่องจักรเพียงเครื่องเดียว
เครื่องจักรแบบโมดูลาร์ DLFn จาก Fuji  Corporation ที่ติดตั้ง Transfer Device และ Multiple Axes Robot ภายในโมดูล เรียกได้ว่าเป็น Built-in Robot ที่ช่วยในการการโอนย้ายชิ้นส่วนในกระบวนการผลิตได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถผลิตชิ้นงานแบบอัตโนมัติ ตั้งแต่ขั้นตอนโหลดวัตถุดิบเข้าเครื่อง และส่งต่อชิ้นงานทีละขั้นตอนจนได้ชิ้นงานสำเร็จภายในเครื่องเดียว แขนหุ่นยนต์นี้สามารถโหลดชิ้นงานได้ภายในเวลาเพียง 5.8 วินาที โดยแต่ละโมดูลมีความกว้างเพียง 450 มม. ดังนั้น หากขั้นตอนการผลิตจนได้ชิ้นงานสำเร็จมี 10 ขั้นตอนจากโมดูลที่ 1 ถึงโมดูลที่ 10 จะใช้พื้นที่ยาวเพียง 4.5 เมตร

เห็นแบบนี้แล้ว ผู้ผลิตชิ้นส่วนน่าจะลองดูเทคโนโลยีนี้ไว้รองรับการเติบโตของตลาดชิ้นส่วนขนาดเล็กที่มีแนวโน้มสดใส นอกเหนือจากการที่ปี 2561 นี้ ประเทศไทยมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะคว้าเป้าผลิตยานยนต์ 2 ล้านค้นได้แล้ว ยังมีความคึกคักของค่ายบิ๊กไบก์ทั้งหลายที่ตบเท้าเข้ามาลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดนักบิดไทยและยังเป็นฐานในการส่งออกอีกด้วย

ค่ายบิ๊กไบก์แห่ลงทุนในไทย
 
ปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วนประมาณ 15% ของการผลิตบิ๊กไบก์ทั่วโลกโดยมีมูลค่ากว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมี Triumph เป็นผู้ผลิตบิ๊กไบก์รายแรกที่ทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกที่สำคัญ  โดยในปี 2559 มีการผลิตบิ๊กไบก์มากกว่า 40,000 คัน ซึ่งคิดเป็น 80% ของยอดขายทั่วโลก ในขณะที่ฮอนด้าได้ย้ายฐานการผลิตสำหรับรถจักรยานยนต์รุ่นต่ำกว่า 700cc จากญี่ปุ่นมายังประเทศไทย โดยเป็นฐานสำหรับการผลิตรถจักรยานยนต์ 16 รุ่นเพื่อส่งออกไปทั่วโลก  และล่าสุด Ducati ได้ขยายกำลังการผลิตในไทยโดยตั้งเป้าผลิต 20,000 คันต่อปี นอกจากนี้ Ducati ยังวางแผนการผลิตบิ๊กไบก์เรือธงรุ่นใหม่ Panigale V4 "superbike" ที่โรงงานระยองเพื่อส่งไปยังตลาดเอเชียอีกด้วย 

สำหรับแบรนด์ดังอย่าง Harley davidson จากสหรัฐอเมริกาได้ลงทุนตั้งโรงงานที่ระยองเช่นกัน ซึ่งเป็นโรงงานแห่งที่ 3 นอกประเทศสหรัฐฯ โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ในปลายปี 2561 นี้ การมาของฮาร์เลย์เดวิดสันครั้งนี้ นอกจากจะทำให้ราคาของฮาร์เลย์เดวิดสันแข่งขันได้ในตลาดไทยแล้ว จะยังใช้เป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน และตลาดใหญ่อย่างจีนอีกด้วย

การทำงานของเครื่องจักร


ที่มา : M Report