TSMC ไต้หวัน ผู้ผลิตชิปอันดับ 1 ของโลก เดินหมากเสริมเกราะญี่ปุ่น-สหรัฐฯ สู้แรงคู่แข่งจีน

TSMC ไต้หวัน ผู้ผลิตชิปอันดับ 1 ของโลก เดินหมากเสริมเกราะญี่ปุ่น-สหรัฐฯ สู้แรงคู่แข่งจีน

อัปเดตล่าสุด 11 ม.ค. 2564
  • Share :
  • 391 Reads   

♦ TSMC ผู้ผลิตชิปอันดับ 1 ของโลกจากไต้หวัน ประกาศสร้างศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงในประเทศญี่ปุ่น และมีแผนสร้างโรงงานภายในปี 2025 ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น ขานรับการเติบโตของ 5G และ AI 

♦ อยู่ระหว่างเดินหน้าโครงการก่อสร้างโรงงาน TSMC ที่รัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา 

♦ เดินหมากตานี้ อาจเป็นผลจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของ SMIC ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่จากจีน 

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2021 “ทีเอสเอ็มซี” หรือ Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ผู้ผลิตชิปอันดับ 1 ของโลกจากไต้หวัน ประกาศสร้างศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ณ เมืองสึกุบะ จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น และมีแผนสร้างโรงงานภายในปี 2025 ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น ขานรับการเติบโตของ 5G และ AI (Artificial Intelligence) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ หวังสร้างจุดแข็งด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของสงครามการค้าจีน - สหรัฐฯ

ในช่วงต้น TSMC จะจัดตั้งศูนย์วิจัยเทคโนโลยีการลดขนาดเซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยี IC Packaging โดยได้รับความร่วมมือจาก National Institute of Advanced Industrial Science and Technology (AIST) และ New Energy and Industrial Technology Development Organization (NEDO) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลญี่ปุ่น อีกทั้งอยู่ระหว่างพิจารณาประสานความร่วมมือกับพันธมิตรญี่ปุ่นหลายราย อาทิ Tokyo Electron, Dainippon Screen, Shin-Etsu, และ JSR Corporation 

โดยศูนย์วิจัยแห่งนี้จะมีการติดตั้งสายการผลิตแบบครบวงจร ไปจนถึงสายการผลิตฟิล์มเซมิคอนดักเตอร์, อุปกรณ์ทำความสะอาด, และเทคโนโลยี IC Packaging แบบ 3D ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้กับสายการผลิตจริงของโรงงานที่จะจัดตั้งในปี 2025 โดยอาศัยเงินลงทุนจากกองทุน “Post 5G” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณลงทุนเพิ่มเติมของรัฐบาลญี่ปุ่นในปีงบประมาณ 2020 ที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีใหม่จากเครือข่าย 5G

ในฝั่งสหรัฐฯ TSMC ยังอยู่ระหว่างเดินหน้าโครงการก่อสร้างโรงงานที่รัฐแอริโซนา ในฐานะส่วนหนึ่งของแนวทางการปรับตัวจากสงครามการค้า อย่างไรก็ตาม การชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของนายโจ ไบเดน ซึ่งไม่มีท่าทีแข็งกร้าวต่อการกีดกันทางการค้าเหมือนเช่นสมัยอดีตประธานาธิบดี นายดอนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ไม่แน่ชัดว่าจะส่งผลต่อการตัดสินใจของ TSMC ในอนาคตต่อจากนี้อย่างไร

นอกจากนี้ หมากตานี้ของ TSMC อาจเป็นแรงกดดันจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Semiconductor Manufacturing International Corporation (SMIC) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่จากประเทศจีน ซึ่งการประสานความร่วมมือกับสหรัฐฯ และญี่ปุ่น จะช่วยเสริมสร้างเกราะความเข้มแข็งให้แก่ TSMC ทั้งด้านการผลิตและเทคโนโลยี เพื่อคงอันดับหนึ่งในตลาดโลกต่อไป

 

อ่านต่อ


ที่มา : Nikkan Kogyo Shimbun