Toyota มั่นใจปี 2020 ไม่ขาดทุน พร้อมอุ้มซัพพลายเออร์ฝ่าวิกฤต

อัปเดตล่าสุด 20 พ.ค. 2563
  • Share :
  • 4,086 Reads   

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2020 ที่ผ่านมา บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ส ประเทศญี่ปุ่น (Toyota Motors Corporation) ได้จัดงานแถลงข่าวออนไลน์ รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2020 โดย Mr. Akio Toyoda ประธานบริษัท ได้คาดการณ์ถึงผลประกอบการทั้งปีที่จะลดลง แต่บริษัทจะไม่ขาดทุน พร้อมคำมั่นที่จะสนับสนุนซัพพลายเออร์ที่เผชิญภาวะวิกฤตจากผลกระทบโควิด รวมถึงการรักษากำลังผลิตปีละ 3 ล้านคันในประเทศญี่ปุ่นไว้เป็นตัวเลขขั้นต่ำ เพื่อประคับประคองภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์เอาไว้ 

“บริษัท Toyota ผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง และทุกครั้งที่ผ่านมาได้ บริษัทเราจะมีศักยภาพมากขึ้น ”

Mr. Akio Toyoda ประธานบริษัท Toyota จากงานแถลงข่าวออนไลน์ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2020

Toyota คาดการณ์ว่า ในปีงบประมาณ 2020 ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2021 ยอดขายยานยนต์ของบริษัทฯ จะลดลง 20% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มั่นใจว่า Toyota จะไม่ขาดทุน ในขณะที่ยอดขายยานยนต์รวมทั่วโลกจะอยู่ที่ 5 แสนล้านเยน หรือประมาณ 4,677 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยวางแผนนำเงินทุนที่มีอยู่ไปใช้ในการสนับสนุนซัพพลายเออร์ที่ประสบภาวะวิกฤต ซึ่ง Mr. Akio Toyoda กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทรับมือวิกฤตในครั้งนี้ได้คือการพยายามพัฒนาโครงสร้างองค์กร รายได้ และลดต้นทุน (Fixed cost) อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ยอดขายยานยนต์ในเดือนเมษายนของบริษัทฯ ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีก่อนหน้าถึง 50% โดยเป็นผลจากมาตรการล็อคดาวน์ในแต่ละประเทศ ซึ่งทางบริษัทยอมรับว่า หากมีการระบาดของโรคระลอกสอง ยอดขายยานยนต์ของบริษัทอาจลดลงมากกว่าที่คาดการณ์

สำหรับสายการผลิตของ Toyota ในอเมริกาเหนือ เม็กซิโก และแคนาดา ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคสำคัญ ด้วยส่วนแบ่งยอดขาย 30% จากยอดขายยานยนต์ทั้งหมดของบริษัท หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ทำให้ต้องปิดสายการผลิตมานานถึง 50 วัน ปัจจุบันได้กลับมาเปิดสายการผลิตอีกครั้ง รวมทั้งหมด 14 โรงงาน  

ส่วนในประเทศญี่ปุ่นเอง Toyota จำเป็นต้องหยุดการผลิตใน 5 โรงงาน รวมแล้ว 9 สายการผลิตตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม และต้องลดกำลังผลิตลงครึ่งหนึ่งในโรงงานอีก 3 แห่ง 

ในทางกลับกัน Toyota ยืนยันว่า สำหรับประเทศจีนแล้ว การฟื้นตัวของสายการผลิตยานยนต์เป็นไปได้ด้วยดี ส่งผลให้ยอดขายยานยนต์ใหม่ในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 4.4% และมากกว่าเดือนเดียวกันในปีก่อนหน้าเป็นครั้งแรกในรอบ 22 เดือน ทำให้ Toyota เล็งเห็นว่า ในช่วงที่ตลาดกำลังฟื้นตัวนี้เอง ที่จะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับบริษัท 

Mr. Akio Toyoda กล่าวย้ำถึงความสำคัญในการต่อสู้กับภาวะวิกฤตว่า 

“สิ่งที่จะทำให้บริษัทอยู่รอดต่อไปได้ คือ การรักษากำลังผลิตที่มีอยู่เอาไว้ โดยประกาศว่าจะคงกำลังผลิตปีละ 3 ล้านคันในประเทศญี่ปุ่นไว้เป็นตัวเลขขั้นต่ำ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์”

นอกจากนี้ Mr. Akio Toyoda ได้แสดงความเห็นเพิ่มเติมถึงแนวคิดในการรักษากำลังผลิตของบริษัทจะไม่เป็นเพียงผลดีต่อการผลิตยานยนต์เท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงขีดความสามารถในการปรับตัวของบริษัทในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของบุคลากร ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงการได้รับออเดอร์ใหม่ และออเดอร์อื่น ๆ เช่นเดียวกันกับที่ได้รับออเดอร์หน้ากากเฟสชิลด์ ชิ้นส่วนเครื่องมือแพทย์ และชิ้นส่วนเครื่องช่วยหายใจในช่วงเดือนที่ผ่านมานี้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการผลิตจำนวนมากที่โรงงาน 2 แห่งในจังหวัดไอจิ พร้อมย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมการผลิต คือ “การผลิตความสุข” ซึ่งสอดคล้องไปกับสถานการณ์โลก 

เฟสชิลด์ที่ Toyota ผลิตขึ้น

Toyota ยังคาดการณ์ว่า วิกฤตโควิด-19 ในครั้งนี้ จะกระตุ้นให้เกิด Digital Transformation อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ซึ่งในกรณีที่ไลฟ์สไตล์ของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ความต้องการเทคโนโลยีและบริการด้านสารสนเทศน์ก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย และมั่นใจว่าความต้องการ Smart City ซึ่งเชื่อมต่อทุกอย่างเข้าด้วยกันได้จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ซึ่งสาเหตุที่ Toyota คิดเช่นนี้มีสองข้อ คือ

  1. เป็นการกระตุ้นให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม IT ในแต่ละประเทศ
  2. บทบาทของยานยนต์ที่จะเปลี่ยนจาก “ยานพาหนะ” เป็น “บริการ”

 

ซึ่งทางบริษัทฯ มั่นใจว่า ไม่ว่าหลังสิ้นสุดวิกฤตโควิดจะเป็นเช่นไร เงินลงทุนในด้าน Smart City จะต้องเพิ่มขึ้น และจะกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้คนเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเพราะโรคระบาด ซึ่งทำให้มีแนวโน้มว่าความต้องการจะไม่หยุดอยู่ที่หัวเมืองใหญ่ แต่จะกระจายตัวออกไปในเมืองรองอีกด้วย 

Mr. Akio Toyoda ประธานบริษัท Toyota (ซ้าย) และ Mr. Jun Sawada ประธานบริษัท NTT จากงานแถลงข่าวประกาศร่วมลงทุน วันที่ 24 มีนาคม 2020


ที่มา : Nikkan Kogyo Shimbun