YG-1 เกาหลีใต้ ท็อป 5 ผู้ผลิตเอ็นมิลโลก เผย “ผลิตภัณฑ์ใหม่” ถูกรังสรรค์จาก “ศูนย์” เสมอ

YG-1 เกาหลีใต้ ท็อป 5 ผู้ผลิตเอ็นมิลโลก เผย “ผลิตภัณฑ์ใหม่” ถูกรังสรรค์จาก “ศูนย์” เสมอ

อัปเดตล่าสุด 11 ม.ค. 2564
  • Share :
  • 558 Reads   

เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีนวัตกรรมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ปัจจุบันเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 7 และมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 11 โดยอุตสาหกรรมหลักของเกาหลีใต้ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับโลหะ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตรถยนต์ การต่อเรือ และอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลกอีกด้วย

ในอีกด้านของการแปรรูปและตัดเฉือนโลหะ เกาหลีใต้มีผู้ผลิตเอ็นมิล (End Mill) รายใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก นั่นคือ YG-1 (วายจี-1) ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ส่งออกสินค้าไปยัง 75 ประเทศ และมีสำนักงานขาย 27 แห่งทั่วโลก

วันนี้ M Report พาเจาะลึกเส้นทางสู่แบรนด์ระดับโลกของ YG-1 โดยการสนับสนุนข้อมูลจากบริษัท วายจี-1 (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นสำนักงานขายในประเทศไทย

3 แกนหลักส่ง YG-1 ขึ้นแท่น ท็อป 5 ผู้ผลิตเอ็นมิลระดับโลก

ด้วยความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีและบุคลากรที่มุ่งตอบโจทย์อนาคต คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ YG-1 เติบโตอย่างแข็งแกร่งยืนหนึ่งในเกาหลีใต้ และขึ้นท็อป 5 ผู้ผลิตเอ็นมิลระดับโลก ซึ่งถูกขับเคลื่อนบน 3 แกนหลัก ได้แก่

  • การควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด ทำให้ YG-1 เติบโตอย่างต่อเนื่อง 37% ต่อปี และยังคงรักษาระดับการตรวจสอบคุณภาพที่เข้มงวด นอกจากนี้ จากที่ YG-1 เริ่มต้นธุรกิจด้วยการส่งออกสินค้าทั้งหมด 100% ไปจำหน่ายยังสหรัฐอเมริกา ทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ มีค่า Torelance เหนือกว่ามาตรฐานที่กำหนดโดยรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ
  • การบริหารจัดการผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ YG-1 ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเสมอมา ด้วยระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ และการลดระยะเวลาส่งมอบให้เร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • บุคลากร และการวิจัยพัฒนา (R&D) การลงทุนด้านทรัพยากรบุคคล และด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ YG-1 เป็นบริษัทฯ ที่มีความยืดหยุ่นสูง และรักษาความพึงพอใจของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

โดยธุรกิจของ YG-1 ครอบคลุมการผลิตและจำหน่ายเครื่องมือตัดเฉือนโลหะ หรือ คัทติ้งทูลส์ (Cutting Tools) ทุกประเภท ทั้งงานกลึง งานเจาะรู งานกลึงเกลียว งานกัด และระบบทูลลิ่ง 

 
ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ YG-1 เริ่มจากศูนย์เสมอ

จากความมุ่งมั่นเพื่อเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมคัทติ้งทูลส์ที่มีเทคโนโลยีอันโดดเด่น ทำให้ YG-1 มีเป้าหมายการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีเอกลักษณ์ และไม่เคยมีมาก่อนในตลาด ด้วยการแสวงหาการพัฒนาทางเทคนิคจากการสลัดความเชื่อเดิมทิ้งไป จึงไม่เกินจริงนักหากจะกล่าวอ้างว่า “ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ YG-1 เริ่มจากศูนย์เสมอ” โดย YG-1 ก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี 2 แห่งในเกาหลีใต้ คือ Songdo R&D Center และ Chunju R&D Center และก่อตั้งสถาบัน YG-1 เพื่อการศึกษาด้านเทคโนโลยีอีกด้วย
 
นับแต่การเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุดไปจนถึงกระบวนการผลิตที่ถูกต้อง การอบชุบและผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ทำให้ YG-1 สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มาพร้อมการพัฒนาการตัดที่ยอดเยี่ยมและพื้นผิวที่ดีเลิศ ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ และสร้างความอัศจรรย์ใจให้กับลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลก 

 
มุมมองต่ออุตสาหกรรมไทยหลังการระบาดของโควิดรอบแรก

ตลาดคัทติ้งทูลส์ในไทยมีลูกค้ากลุ่มหลักในอุตสาหกรรมยานยนต์ และอากาศยาน ทั้งสองอุตสาหกรรมต่างได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโควิดรอบแรกเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ซึ่งโรงงานส่วนใหญ่ปรับลดกำลังการผลิตลงไปจนถึงปิดสายการผลิต กระทั่งสถานการณ์การระบาดของโควิดเบาบางลงในช่วงไตรมาส 3 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจึงเริ่มฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ในฝั่งอุตสาหกรรมอากาศยานนั้นอาจจะคาดหวังการฟื้นตัวได้ยาก จนกว่าการสาธารณสุขทั่วโลกจะสามารถรับมือและจัดการกับโรคโควิด-19 ได้ และการเตินทางไม่ถูกจำกัดอีกต่อไป ในขณะที่ลูกค้าบางส่วนอยู่ในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ซึ่งได้รับผลกระทบไม่รุนแรงนัก เนื่องจากพื้นฐานของอุตสาหกรรมแม่พิมพ์คือการรับงานเป็นโปรเจกต์และสนับสนุนงานให้แก่อุตสาหกรรมอื่น ๆ รวมถึงยานยนต์และอากาศยานด้วย ดังนั้น ผลกระทบจากสถานการณ์โควิดอาจมีให้เห็นบ้างในช่วงปลายปี  

ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทำให้ความต้องการคัทติ้งทูลส์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 ลดลง ซึ่งทางบริษัทฯ ได้ปรับแผนรับมือและฟื้นธุรกิจด้วยการมองหาตลาดใหม่ชดเชยยอดขายที่ขาดหายไป รวมถึงการนำเสนอสินค้าใหม่ และเพิ่มความหลากหลายของสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด

สำหรับปี 2021 นี้ซึ่งเกิดการระบาดของโควิดรอบสองได้สร้างความกังวลใจต่อทุกฝ่าย ภาครัฐเองนอกเหนือจากการจัดการให้สถานการณ์ด้านสาธารณสุขอยู่ในระดับที่ควบคุมดูแลได้แล้ว ก็จำเป็นต้องกำกับดูแลด้านเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดกว่าเดิม โดยเฉพาะการส่งเสริมกำลังซื้อของผู้บริโภคซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลทั้งต่อภาคธุรกิจและภาคสังคม โดยเฉพาะการประคับประคองอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของไทยและเกี่ยวพันกับผู้คนจำนวนมาก 

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่จะช่วยเกื้อหนุนเศรษฐกิจไทยได้หากมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยเฉพาะความมั่นคงทางการเมืองที่จะส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติในการเลือกประเทศที่จะเข้ามาลงทุนโครงการต่าง ๆ นำมาซึ่งเงินลงทุนที่จะไหลเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศได้ รวมไปถึงนโยบายและมาตรการจากภาครัฐที่จะสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนภาคอุตสาหกรรมในทิศทางที่ถูกต้อง

สำหรับอุตสาหกรรมการแพทย์และเครื่องมือแพทย์นั้น แม้ว่ารัฐบาลไทยมีนโยบายกำหนดให้ประเทศไทยเป็น Medical Hub และเป็นศูนย์กลางส่งออกเครื่องมือแพทย์ในภูมิภาคภายในปี 2019 - 2021 ซึ่งยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่สถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้โรงพยาบาลในหลายประเทศหันมาสนใจใช้เครื่องมือแพทย์ที่ผลิตในประเทศไทยมากขึ้น และเมื่อคำนึงถึงแนวโน้มจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์เป็นที่น่าจับตามองยิ่งขึ้น ดังนั้น โจทย์ของภาครัฐคือจะออกนโยบายและมาตรการ รวมถึงเงินทุนที่จะเร่งโตในโอกาสเช่นนี้ได้อย่างไรบ้าง


ที่มา : M Report