DigiKey เปิดตัว Factory Tomorrow Season 6 ชู AI-Connectivity สู่ Smart Manufacturing

DigiKey เปิดตัว Factory Tomorrow Season 6 ชู AI Infrastructure-Connectivity สู่โรงงานอัจฉริยะ

อัปเดตล่าสุด 1 ต.ค. 2569
  • Share :
  • 1,663 Reads   

DigiKey เปิดตัว Factory Tomorrow Season 6 วิดีโอซีรีส์ 3 ตอนที่เจาะลึกเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI ระบบเครือข่ายอุตสาหกรรม และระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ พร้อมถ่ายทอดมุมมองจาก DigiKey, Phoenix Contact และ Belden ถึงแนวทางการพัฒนาโรงงานที่เชื่อมต่อถึงกันและรองรับการผลิตยุคใหม่

THIEF RIVER FALLS, มินนิโซตา, สหรัฐอเมริกา, 30 กันยายน 2569 – DigiKey ผู้นำระดับโลกด้านการจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติ ประกาศเปิดตัว Factory Tomorrow ซีซั่น 6 ซีรีส์วิดีโอที่นำเสนอแนวทางที่ผู้ผลิตและผู้ให้บริการเทคโนโลยีกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการผลิตภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ในอนาคต

DigiKey เปิดตัว Factory Tomorrow ซีซั่น 6 ซีรีส์วิดีโอที่มุ่งเน้นการยกระดับความอัจฉริยะในภาคอุตสาหกรรมในระดับขนาดใหญ่ โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายอย่าง Phoenix Contact และ Belden

ตั้งแต่ Data Center ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับ Industry 4.0 ไปจนถึงระบบเครือข่ายที่ช่วยส่งผ่านพลังงานและข้อมูลภายในพื้นที่การผลิต Factory Tomorrow ซีซั่น 6 ซึ่งประกอบด้วยวิดีโอ 3 ตอน จะพาไปสำรวจบทบาทของผู้นำด้านอุตสาหกรรมอย่าง Phoenix Contact และ Belden ในการช่วยผู้ผลิตพัฒนาโรงงานให้มีการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมและมีความอัจฉริยะมากยิ่งขึ้น

เมื่อโรงงานกำลังพัฒนาไปสู่สภาพแวดล้อมที่มีการเชื่อมต่ออย่างครอบคลุมและขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์มากขึ้น ซีซั่นที่ 6 จะพาไปสำรวจเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถมองเห็นข้อมูลและสถานะการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ รองรับการทำงานแบบอัตโนมัติ และเสริมความยืดหยุ่นให้กับระบบอุตสาหกรรม ขณะที่การนำ AI มาใช้ในภาคการผลิตและการลงทุนด้าน Digital Transformation เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการด้าน Industrial Networking, Edge Connectivity, Data Infrastructure และ Intelligent Automation เติบโตตามไปด้วย

Connor Doherty ผู้อำนวยการฝ่าย Industrial Automation ของ DigiKey กล่าวว่า Factory Tomorrow ยังคงนำผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่จะกำหนดอนาคตของภาคการผลิต โดยเฉพาะผลกระทบที่เพิ่มขึ้นของ AI ต่อการดำเนินงานภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล พร้อมชี้ให้เห็นถึงระบบเครือข่าย การเชื่อมต่อ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลที่จำเป็นต่อการพัฒนาโรงงานที่ชาญฉลาดและเชื่อมต่อถึงกันมากขึ้น

Factory Tomorrow Season 6 เจาะ 6 เทคโนโลยีสำคัญ

เนื้อหาหลักของ Factory Tomorrow Season 6 ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่

  • AI-ready Data Center สำหรับรองรับการดำเนินงานภาคอุตสาหกรรม
  • Industrial Networking สำหรับโรงงานที่เชื่อมต่อกัน
  • โครงสร้างพื้นฐานด้าน Copper, Fiber และ Optical Connectivity
  • การมองเห็นข้อมูลแบบเรียลไทม์และ Operational Intelligence
  • Smart Manufacturing และการประยุกต์ใช้ Industry 4.0
  • มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญของ DigiKey, Phoenix Contact และ Belden

วิดีโอตอนแรก นำเสนอโดย Phoenix Contact ซึ่งกล่าวถึงโซลูชันด้าน Connectivity และ Industrial Networking ที่รองรับทั้ง Data Center ที่เตรียมพร้อมสำหรับ AI และสภาพแวดล้อมของ Smart Factory โดย Greg Jerrehian รองประธานฝ่าย Channel Management ของ Phoenix Contact USA กล่าวว่า โรงงานดิจิทัลในปัจจุบันจำเป็นต้องสามารถรวบรวม รักษาความปลอดภัย ส่งต่อ วิเคราะห์ และนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจ พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ด้าน Networking, Automation และ Connectivity เพื่อช่วยภาคอุตสาหกรรมเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน

วิดีโอตอนที่สอง มุ่งเน้นโซลูชันระบบเครือข่ายของ Belden ที่สามารถปรับแต่งและขยายได้ โดยครอบคลุมเทคโนโลยีสายทองแดงและไฟเบอร์ขั้นสูง ระบบ Multi-Lane Optics และ High-Density Optical Frames เพื่อช่วยให้ Data Center สามารถรองรับความต้องการด้านเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

Brian Kennedy, Global Vertical Leader – Data Centers ของ Belden กล่าวว่า ความร่วมมือกับ DigiKey เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ที่มีต่อโรงงานหลากหลายรูปแบบ รวมถึงบทบาทของ Data Center ในการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นระบบที่ติดตั้งภายในองค์กร Hyperscale Data Center บริการ Cloud หรือรูปแบบผสมผสาน

วิดีโอตอนสุดท้าย มองไปยังอนาคตของ Smart Manufacturing ซึ่ง AI ระบบอัตโนมัติ และแนวคิดการออกแบบระบบอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนจะทำงานร่วมกัน โดยนำ Connectivity, Data และ Intelligence มาผสานเป็นแนวทางเดียวกัน เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถพัฒนาระบบการผลิตที่มีความยืดหยุ่น ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมีความพร้อมในการปรับตัวตามเทคโนโลยีใหม่ในอนาคต

Factory Tomorrow Season 6 จึงสะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาโรงงานอัจฉริยะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระบบ Automation หรือ AI แต่ยังครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล การเชื่อมต่อ และระบบเครือข่ายที่ทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้สนใจสามารถติดตามวิดีโอซีรีส์ Factory Tomorrow Season 6 และข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI, Connectivity และ Smart Manufacturing ได้ที่หน้า Factory Tomorrow ของ DigiKey

เกี่ยวกับ DigiKey

DigiKey มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองทีฟ ริเวอร์ ฟอลส์ รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา เป็นผู้นำระดับโลกด้านการจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติ โดย DigiKey นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายและครอบคลุมในระดับสูง พร้อมจัดส่งสินค้าได้ทั่วโลก โดยมีชิ้นส่วนมากกว่า 17.4 ล้านรายการ จากผู้ผลิตที่ได้รับความเชื่อถือมากกว่า 3,000 ราย

วิศวกร นักออกแบบ ผู้พัฒนาและผลิตสินค้า ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดซื้อ ต่างเลือกใช้ DigiKey สำหรับโซลูชันดิจิทัล นวัตกรรม เครื่องมือช่วยออกแบบ และประสบการณ์การจัดซื้อที่สะดวกและราบรื่น ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนในทุกขั้นตอนของการพัฒนาโครงการ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการจัดจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โซลูชันระบบอัตโนมัติ และทรัพยากรด้านการออกแบบของ DigiKey ได้ที่ digikey.com รวมถึงติดตาม DigiKey ผ่าน Facebook, X, YouTube, Instagram และ LinkedIn

เกี่ยวกับ Phoenix Contact USA

Phoenix Contact USA ก่อตั้งขึ้นในปี 1981 โดยมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมด้วยโซลูชันด้านการเชื่อมต่อ การสื่อสาร และระบบอัตโนมัติ ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 1,000 คน รวมถึงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการขายทั่วสหรัฐฯ ที่พร้อมให้คำแนะนำและช่วยแก้ไขปัญหาด้านการใช้งานของลูกค้า

โรงงานผลิตและศูนย์โลจิสติกส์ในสหรัฐฯ ช่วยให้ Phoenix Contact สามารถให้บริการลูกค้าได้รวดเร็วและตรงตามความต้องการมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทมุ่งทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืน ผ่านความมุ่งมั่นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Phoenix Contact

เกี่ยวกับ Belden Inc.

Belden Inc. ให้บริการโซลูชันด้านการเชื่อมต่อแบบครบวงจร เพื่อปลดล็อกความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้า ลูกค้าของลูกค้า และสังคมโดยรวม บริษัทมุ่งพัฒนาแนวคิดและเทคโนโลยีที่สนับสนุนอนาคตที่ปลอดภัย ชาญฉลาด และมีความมั่งคั่งมากยิ่งขึ้น

ตลอดระยะเวลากว่า 120 ปีที่ผ่านมา Belden ได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงยึดมั่นในเป้าหมายหลักคือ “การสร้างการเชื่อมต่อ” โดยการเชื่อมโยงผู้คน ข้อมูล และแนวคิดเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ

Belden มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเซนต์หลุยส์ และมีศักยภาพด้านการผลิตในอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชีย และแอฟริกา

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.belden.com และติดตาม Belden ผ่าน Facebook, LinkedIn และ X/Twitter