กกร.–ธนาคารโลก เปิดยุทธศาสตร์ Reinvent Thailand ชู 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต | MReport

กกร.–ธนาคารโลก เปิดยุทธศาสตร์ Reinvent Thailand ชู 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

อัปเดตล่าสุด 3 ก.ย. 2569
  • Share :
  • 4,829 Reads   

กกร. ผนึกกำลังกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒน์ และธนาคารโลก จัดประชุม The Bangkok Business Summit 2026 ภายใต้แนวคิด “Reinvent Thailand, Resilient ASEAN” เปิดข้อเสนอประเทศไทยบนเวทีโลก มุ่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพการแข่งขัน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มอัตราการเติบโตของ GDP ที่แท้จริงสู่ 5.5% และผลักดันไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง ผ่าน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ควบคู่แผนปฏิบัติการ 15 ข้อ เตรียมความพร้อมก่อนการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ในเดือนตุลาคมนี้

กกร.–ธนาคารโลก ผนึกกำลัง “Reinvent Thailand, Resilient ASEAN”

วันที่ 3 กันยายน 2569 — คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารโลก จัดการประชุมสุดยอดผู้นำ The Bangkok Business Summit 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

การประชุมจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Reinvent Thailand, Resilient ASEAN” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคเอกชน ภาครัฐ และพันธมิตรระหว่างประเทศ พร้อมนำเสนอแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทยต่อรัฐบาล นักลงทุนต่างชาติ และภาคธุรกิจทั่วโลก

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การเปิดตัวรายงานฉบับใหม่ของธนาคารโลก “Building Thailand’s Future Today” ซึ่งเสนอแนวทางยกระดับการเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดยตั้งเป้าเพิ่มอัตราการเติบโตของ GDP ที่แท้จริงให้สูงถึง 5.5% และเร่งการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงที่มีการเติบโตอย่างทั่วถึง

⟶ อ่านต่อ: รัฐบาลเปิด 5 ยุทธศาสตร์ลงทุนใหม่

เปิด “ข้อเสนอประเทศไทยบนเวทีโลก” ชู 5 อุตสาหกรรมหลัก

เวที Bangkok Business Summit 2026 ได้เน้นย้ำ “ข้อเสนอของประเทศไทยบนเวทีโลก” เพื่อวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของอาเซียนในด้านการผลิตขั้นสูง เศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจดิจิทัล และบริการมูลค่าสูง รองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก

โดยกำหนดกรอบความร่วมมือระหว่าง กกร. และธนาคารโลก ผ่าน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่

  1. อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง ผลักดันอุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ AI เซมิคอนดักเตอร์ และยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค
  2. อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและส่งเสริมสุขภาพ ปรับรูปแบบจากการท่องเที่ยวแบบมวลชนไปสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะการกระจายโอกาสไปยังเมืองรอง
  3. อุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัล ส่งเสริมฟินเทค โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ การประยุกต์ใช้ AI และการเข้าถึงเงินทุนร่วมลงทุน เพื่อสนับสนุนการเติบโตของสตาร์ทอัปและธุรกิจดิจิทัล
  4. อุตสาหกรรมธุรกิจด้านการเกษตร ยกระดับมูลค่าห่วงโซ่เศรษฐกิจปลายน้ำ พัฒนาโลจิสติกส์แบบควบคุมอุณหภูมิ และส่งเสริมการทำเกษตรที่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 
  5. เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขยายโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนเพื่อเพิ่มรายได้จากการผลิตเนื้อหาดิจิทัล เกม และทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยสู่ตลาดโลก

⟶ อ่านต่อ: ส.อ.ท. เปิดผลงาน 90 วัน เดินหน้า 5I ดัน Buy Thai

“กกร.” ชี้ไทยต้องเปลี่ยนจากแข่งขันด้วยต้นทุน สู่นวัตกรรม

นายผยง ศรีวณิช ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวว่า ความท้าทายของประเทศไทยในปัจจุบันไม่ได้อยู่เพียงการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ต้องสร้างการเติบโตที่สามารถแข่งขันได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ประเทศไทยจำเป็นต้อง “พลิกโฉม” จากการพึ่งพาความได้เปรียบด้านต้นทุน ไปสู่การสร้างนวัตกรรมและใช้ศักยภาพของประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโต พร้อมเชื่อมโยงวิสัยทัศน์ของรัฐบาล งานวิจัยของธนาคารโลก และการดำเนินงานของภาคเอกชน เพื่อพัฒนาแนวทางที่สามารถนำเสนอต่อนักลงทุนทั่วโลก และยกระดับไทยให้เป็นประตูสู่เครือข่ายการเติบโตของภูมิภาคอาเซียน

วางแผนปฏิบัติการ 15 ข้อ เดินหน้าเศรษฐกิจให้เกิดผลจริง

นอกจากการกำหนดยุทธศาสตร์และข้อเสนอเชิงนโยบายแล้ว การประชุมครั้งนี้ยังร่วมกันกำหนดแผนปฏิบัติการประสิทธิภาพสูงจำนวน 15 ข้อ เพื่อเปลี่ยนข้อเสนอจากเวทีหารือไปสู่การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม

แผนดังกล่าวครอบคลุมประเด็นสำคัญ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพและพลวัตขององค์กร การยกระดับทักษะแรงงาน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมือง เพื่อเสริมความพร้อมเชิงโครงสร้างและสร้างทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกันระหว่างภาครัฐและเอกชน

ความร่วมมือระหว่าง กกร. ธนาคารโลก และหน่วยงานภาครัฐในครั้งนี้ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยก่อนการประชุมใหญ่ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพต้อนรับประชาคมการเงินโลกในกรุงเทพฯ ในเดือนตุลาคม 2569 พร้อมนำเสนอศักยภาพและแนวทางการปฏิรูปเศรษฐกิจไทยต่อเวทีระหว่างประเทศ
 

#กกร #ธนาคารโลก #WorldBank #BangkokBusinessSummit2026 #ReinventThailand #ResilientASEAN #เศรษฐกิจไทย #อุตสาหกรรมแห่งอนาคต #MReportTH #IndustryNews

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH