กรอ.สั่งปิด 2 โรงงานจัดการของเสียสระบุรี หลังพบฝ่าฝืนกฎหมายและขยายกิจการเถื่อน

กรมโรงงานฯ สั่งปิด 2 โรงงานจัดการของเสียสระบุรี หลังพบฝ่าฝืนกฎหมาย-ขยายกิจการเถื่อน

อัปเดตล่าสุด 7 ก.ค. 2569
  • Share :
  • 1,071 Reads   

กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) สั่งหยุดประกอบกิจการโรงงานจัดการของเสีย 2 แห่งในจังหวัดสระบุรี หลังตรวจพบการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งการจัดการของเสียไม่เป็นไปตามมาตรฐาน การขยายโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และการลักลอบฝังกลบวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พร้อมยืนยันเดินหน้าตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของประชาชน

กรอ. ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานจัดการของเสียในจังหวัดสระบุรี

7 กรกฏาคม 2569 — นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรณีประชาชนในพื้นที่ห้วยตะเข้ ตำบลปากข้าวสาร อำเภอเมืองสระบุรี ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการโรงงาน กรอ. ได้บูรณาการร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกเมื่อวันที่ 4-5 มิถุนายน 2569 พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำเสียและน้ำใต้ดินจากสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องจำนวน 3 แห่ง เพื่อนำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ

→ ก.อุตฯ จับมือ ส.อ.ท. ตั้งบอร์ดร่วม เร่งขับเคลื่อน 7 วาระเร่งด่วน ยกระดับอุตสาหกรรมไทย

สั่งหยุดกิจการ "เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน" หลังพบปัญหาการจัดการของเสีย

ผลการวิเคราะห์ปรากฎว่า บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) พบปัญหาการจัดการน้ำชะจากหลุมฝังกลบของเสียอันตรายและไม่อันตราย รวมถึงระบบระบายน้ำภายในพื้นที่ กรอ. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สั่งการให้ บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการเฉพาะในส่วนหลุมฝังกลบของเสียอันตรายทันที นับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง และอยู่ระหว่างการตรวจสอบในส่วนอื่นต่อไป

กรอ.สั่งปิดโรงงาน T.N.C. Recycle หลังพบขยายกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต

ขณะที่ บริษัท ที.เอ็น.ซี รีไซเคิล จำกัด ซึ่งได้รับอนุญาตคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย มีพฤติกรรมเข้าข่ายขยายโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ลักลอบติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มเติมรวม 210 แรงม้า เกินกว่าที่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังพบการขยายพื้นที่ประกอบกิจการ ลักลอบฝังกลบวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหลังการคัดแยก การกองเก็บวัสดุภายนอกอาคาร และมีการระบายน้ำชะออกนอกบริเวณโรงงาน กรอ. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สั่งการให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมด เพื่อเร่งแก้ไขปรับปรุงการประกอบกิจการให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต พร้อมกำชับให้มีการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยรอบอย่างเข้มงวด

ไม่พบการกระทำผิดของ บริษัท สยามไฟเบอร์ซีเมนต์กรุ๊ป

ส่วน บริษัท สยามไฟเบอร์ซีเมนต์กรุ๊ป จำกัด ไม่พบการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมกำชับให้โรงงานประกอบกิจการให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต

ที่ผ่านมา กรอ. ได้ประชุมร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และกรมควบคุมมลพิษ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างรัดกุม รวมถึงได้ให้ข้อมูลแก่คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรอ. ยืนยันพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ทั้งกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายและประมวมกฎหมายอาญา หากพบว่ามีการกระทำความผิดเพิ่มเติม จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น

“กรอ. วางแผนปูพรมตรวจกำกับโรงงานจัดการของเสียอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันการประกอบกิจการผิดกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน” อธิบดีกรมโรงงานฯ กล่าวทิ้งท้ายฤ
 

#กรมโรงงานอุตสาหกรรม #กรอ #โรงงานจัดการของเสีย #กากอุตสาหกรรม #สิ่งแวดล้อม #สระบุรี #น้ำเสีย #มลพิษ  #CircularEconomy #โรงงานอุตสาหกรรม #อุตสาหกรรมไทย #กระทรวงอุตสาหกรรม #MReportTH #IndustryNews

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH