ส.อ.ท. ชู “Pragmatic Energy Transition” ดันเปลี่ยนผ่านพลังงาน เสริมขีดแข่งขันอุตสาหกรรมไทย
สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เสนอแนวคิด “Thailand Pragmatic Energy Transition” เป็นกรอบขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทย โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่าง **ความมั่นคงด้านพลังงาน ต้นทุน ความยั่งยืน และความสามารถในการแข่งขัน** พร้อมเสนอ 3 แนวทางสำคัญ ตั้งแต่การอนุรักษ์พลังงาน การเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด ไปจนถึงการพัฒนาทักษะบุคลากรและเทคโนโลยีพลังงาน
“Pragmatic Energy Transition” สมดุลความมั่นคง ต้นทุน และการแข่งขัน
นายมงคล เฮงโรจนโสภณ ประธานสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า พลังงานถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจ และมีผลโดยตรงต่อต้นทุนและความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทยไม่ควรมองเฉพาะการลดคาร์บอนหรือเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด แต่ต้องดำเนินการอย่างสมดุล
กรอบ “Thailand Pragmatic Energy Transition” จึงให้ความสำคัญกับ 4 มิติ ได้แก่ ความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy Security) ต้นทุนพลังงานที่เหมาะสม (Affordability) ความยั่งยืน (Sustainability) และความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานสามารถสนับสนุนเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง
การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจำเป็นต้องมีการลงทุน แต่ทุกการลงทุนควรพิจารณาถึงความคุ้มค่า ทั้งในด้านการลดต้นทุน การเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน และการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ โดย ส.อ.ท. เสนอ 3 แนวทางหลักในการขับเคลื่อน
⟶ อ่านต่อ: ส.อ.ท. เปิดผลงาน 90 วัน เดินหน้า 5I ดัน Buy Thai–ปฏิรูปพลังงาน
1. อนุรักษ์พลังงาน ลดต้นทุน รักษาขีดความสามารถการแข่งขัน
ส.อ.ท. มองว่าการอนุรักษ์พลังงานเป็น “Low Hanging Fruit” ที่สามารถช่วยลดต้นทุนพลังงานของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่มาตรการที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุน ไปจนถึงการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการดำเนินงานที่ขาดความต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากรและสามารถปรับตัวได้ช้ากว่าผู้ประกอบการขนาดใหญ่ จึงจำเป็นต้องมีกลไกสนับสนุนให้เข้าถึงองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และแหล่งเงินทุน
สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรมจึงอยู่ระหว่างผลักดันกลไกต่าง ๆ อาทิ
- ESCO เพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านประสิทธิภาพพลังงาน
- การบริหารจัดการพลังงานตามแนวทาง Lean Energy
- Energy Service Platform เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับบริการด้านพลังงาน
- แหล่งเงินทุนสนับสนุนโครงการอนุรักษ์พลังงาน
แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
2. เปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิล สู่พลังงานสะอาดที่สอดคล้องกับศักยภาพของประเทศ
แนวโน้มพลังงานสะอาดในอนาคตจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยควรใช้ประโยชน์จากศักยภาพด้านพลังงานภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน และสร้างประโยชน์ต่อเนื่องไปยังภาคพลังงาน อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม
สถาบันพลังงานฯ เสนอแนวทางสำคัญ เช่น การผลักดัน Biomass ให้เป็น Renewable Firm Energy รวมถึงการส่งเสริม Ethanol (E20), Biodiesel (B7, B20) และ SAF ให้เป็น Strategic Fuel ของประเทศ
ขณะเดียวกัน ข้อเสนอด้านพลังงานสะอาดของภาคอุตสาหกรรมได้รับการตอบสนองจากภาครัฐในประเด็นการขยาย Direct PPA ไปสู่อุตสาหกรรมอื่นนอกเหนือจาก Data Center ซึ่งคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น และรองรับกติกาด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนา Smart Grid และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) เพื่อรองรับความผันผวนและการเพิ่มขึ้นของพลังงานสะอาดในระบบ
⟶ อ่านต่อ: ไทยเร่งปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม ดัน Made in Thailand–AI–Semiconductor
3. พัฒนาทักษะแรงงาน รองรับเทคโนโลยี และนวัตกรรมพลังงาน
การเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรควบคู่ไปกับเทคโนโลยี โดยประเทศไทยควรเร่ง Upskill และ Reskill แรงงาน เพื่อรองรับเทคโนโลยีพลังงานรูปแบบใหม่
หนึ่งในเทคโนโลยีที่ควรเตรียมความพร้อมคือ Small Modular Reactor (SMR) ซึ่งยังถือเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับประเทศไทย และจำเป็นต้องมีการถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาบุคลากรร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ
นอกจากนี้ ควรส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการต่อยอดนวัตกรรมด้านพลังงานภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยี และสร้างขีดความสามารถของไทยตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงาน
เชื่อมพลังงาน–การลงทุน–อุตสาหกรรม สู่ความสามารถแข่งขันระยะยาว
ส.อ.ท. เห็นว่า ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยง “การเปลี่ยนผ่านพลังงาน – แผนพลังงาน – การลงทุน – การพัฒนาอุตสาหกรรม” ให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานสามารถสร้างประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจและประเทศ
นายมงคลกล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายของการเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ควรอยู่เพียงการเพิ่มปริมาณพลังงานสะอาดของประเทศ แต่ต้องนำไปสู่ความมั่นคงทางพลังงาน ลดการพึ่งพาการนำเข้า ทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ พร้อมสร้างการลงทุน เทคโนโลยี บุคลากร และห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็ง ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษาฐานการผลิตของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว
#PragmaticEnergyTransition #EnergyTransition #พลังงาน #สอท #พลังงานสะอาด #EnergySecurity #RenewableEnergy #อนุรักษ์พลังงาน #DirectPPA #BESS #อุตสาหกรรมไทย #MReportTH
บทความยอดนิยม 10 อันดับ
- ไทยลดเป้าผลิตรถยนต์ปี 2569
- Physical AI กับโรงงานอัจฉริยะ
- WEF Global Lighthouse Factories 2026
- ญี่ปุ่นเร่งยุทธศาสตร์แบตเตอรี่รับยุค AI
- AI Data Center กับปัญหาไฟฟ้าผันผวน
- จีนผลิต DUV Lithography ได้เอง
- “JARA คาดคำสั่งซื้อหุ่นยนต์โต 16.7%
- คำสั่งซื้อเครื่องจักรกลญี่ปุ่นปี 2569
- 3-axis vs 5-axis CNC เลือกอย่างไร?
- CBN สำหรับงาน Hard Turning
อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th
Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH
