OI ชี้ญี่ปุ่นลงทุนไทยต่อเนื่อง ยกระดับฐานผลิตรับเทคโนโลยีใหม่

BOI ชี้ญี่ปุ่นเดินหน้าลงทุนไทยต่อเนื่อง ยกระดับฐานผลิตรับเทคโนโลยีใหม่

อัปเดตล่าสุด 19 ส.ค. 2569
  • Share :
  • 2,610 Reads   

บีโอไอเผยทิศทางการลงทุนจากญี่ปุ่นในไทยกำลังเข้าสู่รอบใหม่ จากฐานการผลิตที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษ สู่การยกระดับเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง และรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมโลก โดยปี 2568 นักลงทุนญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน 302 โครงการ มูลค่ากว่า 113,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีก่อน ขณะที่ครึ่งแรกปี 2569 มีคำขอ 123 โครงการ มูลค่า 32,790 ล้านบาท สะท้อนการเดินหน้าปรับฐานธุรกิจในไทยอย่างต่อเนื่อง

ญี่ปุ่นยกระดับฐานผลิต สู่เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรด้านการลงทุนที่สำคัญของไทยมาอย่างยาวนาน และมีบทบาทในการสร้างฐานอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานของประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักร

ปัจจุบันการลงทุนของญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพื่อรองรับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมโลก

ในปี 2568 นักลงทุนญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน 302 โครงการ มูลค่ากว่า 113,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีก่อน และเป็นหนึ่งในปีที่มียอดการลงทุนจากญี่ปุ่นสูงที่สุด โดยมีการลงทุนกระจายอยู่ในหลายอุตสาหกรรม ได้แก่

  • อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน มูลค่า 28,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57%
  • อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า มูลค่า 19,378 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76%
  • อุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร มูลค่า 4,069 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54%
  • กลุ่มโลจิสติกส์และบริการ มูลค่า 1,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

นอกจากนี้ ยังเริ่มเห็นการลงทุนเพิ่มขึ้นในกิจการดิจิทัล อุตสาหกรรมอากาศยานและชิ้นส่วน สะท้อนการยกระดับฐานอุตสาหกรรมเดิม ควบคู่กับการขยายเข้าสู่กิจการที่ใช้เทคโนโลยีและสร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

→ อ่านเพิ่มเติม: BOI ดึงทุนออสเตรเลีย ชูไทยฐาน Tech–AI เชื่อมตลาดอาเซียน

บริษัทญี่ปุ่นปรับฐานผลิตในไทย รับเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมใหม่

ทิศทางการลงทุนดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจของหอการค้าญี่ปุ่น (JCC) ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จากบริษัทที่ตอบแบบสำรวจ 504 บริษัท พบว่า บริษัทญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับการรักษาและยกระดับฐานธุรกิจในประเทศไทย โดย 23% มีแผนเพิ่มการลงทุนในไทยในปี 2569 และ 48% มีแผนรักษาระดับการลงทุนเดิม

รูปแบบการลงทุนที่บริษัทญี่ปุ่นให้ความสำคัญ ได้แก่ การปรับปรุงประสิทธิภาพฐานการผลิตเดิม การเปลี่ยนเครื่องจักร การใช้พลังงานสะอาด การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของฐานการผลิตในประเทศไทย

→ อ่านเพิ่มเติม: BOI ผนึก JETRO–หอการค้าญี่ปุ่น ยกระดับฐานผลิต ดึงลงทุนญี่ปุ่น 5 ปีทะลุ 3.96 แสนล้านบาท

ยานยนต์ญี่ปุ่นเร่งลงทุน รองรับเทคโนโลยี HEV–EV

ในอุตสาหกรรมยานยนต์ บริษัทญี่ปุ่นยังคงเดินหน้าลงทุนและปรับฐานการผลิตในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัท อีซูซุ ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนกว่า 15,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับฐานการผลิตรถกระบะในไทยด้วยระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ การใช้พลังงานสะอาด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้รองรับมาตรฐาน Euro 6

ขณะที่บริษัท มาสด้า ภายใต้บริษัทร่วมทุนออโต้อัลลายแอนซ์ ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนกว่า 7,400 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโรงงานรองรับการผลิตรถยนต์ Mazda รุ่นใหม่แบบ MHEV โดยใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลักสำหรับจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังญี่ปุ่นและอาเซียน

ด้านบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประกาศแผนลงทุนเพิ่มเติมในไทยอีก 16,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 เพื่อรองรับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า พร้อมใช้ไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ All New Pajero สำหรับตลาดไทยและตลาดโลก

ส่วนบริษัท ฮอนด้า เตรียมลงทุนเพิ่ม 12,000 ล้านบาท ภายในปี 2572 เพื่อขึ้นไลน์ผลิตรถยนต์โมเดลใหม่ 2 รุ่น ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่อยู่นอกญี่ปุ่นซึ่งฮอนด้าผลิตรถยนต์รวม 8 รุ่น

การลงทุนยังขยายไปยังซัพพลายเชนของยานยนต์ยุคใหม่ โดยบริษัท แอสเตโม ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 3,500 ล้านบาท เพื่อผลิต Power Control Unit Inverter (PCU Inverter) สำหรับระบบขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่บริษัท ไอซิน พาวเวอร์เทรน ลงทุนผลิตระบบส่งกำลังสำหรับรถยนต์ไฮบริด (Hybrid Transmission) สะท้อนการเปลี่ยนผ่านตั้งแต่ระดับโรงงาน รถยนต์รุ่นใหม่ ไปจนถึงชิ้นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน

อิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่นขยายลงทุน รองรับยุค AI และดิจิทัล

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นอีกกลุ่มที่ญี่ปุ่นขยายการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

บริษัท มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ ลงทุนผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เช่น Multilayer Ceramic Capacitor (MLCC) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและยานยนต์

บริษัท พานาโซนิค แมนูแฟคเจอริ่ง อยุธยา ลงทุนผลิตวัสดุต้นน้ำสำหรับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เช่น Prepreg และ Copper Clad Laminate (CCL) โดยโรงงานแห่งใหม่จะผลิตวัสดุ “MEGTRON” ซึ่งเป็นฐานการผลิตแห่งแรกของกลุ่มบริษัทในอาเซียน รองรับการเติบโตของเทคโนโลยี Digital และ AI

ญี่ปุ่นขยายลงทุนสู่การบิน เกษตรอาหาร และเทคโนโลยีสีเขียว

นอกจากยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์แล้ว นักลงทุนญี่ปุ่นยังขยายสู่กิจการมูลค่าเพิ่มสูงในหลากหลายอุตสาหกรรม

บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย ในเครือ MinebeaMitsumi ลงทุนเพิ่มกว่า 2,600 ล้านบาท เปิดโรงงานแห่งใหม่ในจังหวัดลพบุรี ผลิตชิ้นส่วนอากาศยานความแม่นยำสูงสำหรับ Airbus และ Boeing พร้อมยกระดับไทยเป็นฐานการผลิตหลักระดับโลก (Global Core Factory) สำหรับธุรกิจการบินของกลุ่ม และจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ด้านเกษตรและอาหาร บริษัท โตโย ไซกัน ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 2,470 ล้านบาท เพื่อผลิตเครื่องดื่มจากผัก ผลไม้ รวมถึงชาและกาแฟ ขณะที่บริษัท อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น ลงทุน 840 ล้านบาท ผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ชีวภาพเหลว โดยใช้เทคโนโลยี Carbon Capture and Utilization (CCU) ดักจับคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการหมักวัตถุดิบทางการเกษตรและนำกลับมาใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม

การลงทุนเหล่านี้สะท้อนการต่อยอดศักยภาพของไทยจากฐานการผลิตดั้งเดิมไปสู่ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น พร้อมสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

BOI เดินหน้าหนุนญี่ปุ่นยกระดับฐานลงทุนในไทย

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 นักลงทุนญี่ปุ่นยังคงยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง จำนวน 123 โครงการ มูลค่า 32,790 ล้านบาท ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่าไทยยังเป็นฐานลงทุนสำคัญของบริษัทญี่ปุ่น

บีโอไอเตรียมเดินหน้าสนับสนุนทั้งการยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพฐานการผลิตเดิม รวมถึงการลงทุนในสาขาใหม่ โดยเฉพาะกิจการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง กิจการในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การวิจัยและพัฒนา และการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทย (Regional Headquarters) ซึ่งปัจจุบันกิจการสำนักงานภูมิภาคที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอกว่า 40% มาจากประเทศญี่ปุ่น

นายนฤตม์กล่าวว่า ฐานการลงทุนของญี่ปุ่นในไทยไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กำลังปรับตัวและยกระดับไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลก โดยบีโอไอพร้อมสนับสนุนทั้งการยกระดับกิจการเดิมและการลงทุนในสาขาใหม่ เพื่อให้บริษัทญี่ปุ่นใช้ไทยเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาธุรกิจ เทคโนโลยี และซัพพลายเชนสำหรับภูมิภาคและตลาดโลก และเติบโตไปพร้อมกับประเทศไทยอย่างยั่งยืน


#BOI #บีโอไอ #ญี่ปุ่นลงทุนไทย #การลงทุนญี่ปุ่น #ฐานการผลิตไทย #อุตสาหกรรมญี่ปุ่น #ยานยนต์ #HEV #EV #อิเล็กทรอนิกส์ #AI #MReportTH

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH