ยกระดับ มอก. เหล็กไทย รับยุค Green Industry “ประวิทย์” ชี้มาตรฐานต้องเท่าเทียมทุกสัญชาติ

ยกระดับ มอก. เหล็กไทย สร้างมาตรฐานเดียวทุกสัญชาติ สู่ Green Industry

อัปเดตล่าสุด 17 ส.ค. 2569
  • Share :
  • 4,005 Reads   

“ประวิทย์ หอรุ่งเรือง” ชี้อุตสาหกรรมเหล็กไทยต้องยกระดับประสิทธิภาพ คุณภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม จากบทเรียนวิกฤตปี 2540 พร้อมจับตาเวทีประชาพิจารณ์ร่างมาตรฐานเหล็กฉบับใหม่ ย้ำการ Upgrade มอก. ไม่ใช่การกีดกันผู้ประกอบการ แต่คือการสร้างมาตรฐานเดียวให้ผู้ผลิตทุกสัญชาติแข่งขันอย่างเท่าเทียม และยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ Green Industry

Upgrade มอก. เหล็กไทย สร้างมาตรฐานเดียวแข่งขันระยะยาว

นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง กรรมการสมาคมเหล็กทรงยาวมาตรฐาน กล่าวว่า อุตสาหกรรมเหล็กไทยจำเป็นต้องเรียนรู้จากบทเรียนวิกฤตอุตสาหกรรมเหล็กในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากเงินบาทอ่อน หนี้ต่างประเทศ และความต้องการใช้เหล็กที่ลดลง ขณะที่ธุรกิจเหล็กเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง ทั้งด้านโรงงาน เครื่องจักร ระบบควบคุมคุณภาพ และการจัดการสิ่งแวดล้อม

ผลกระทบดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากประสบปัญหาทางการเงินและต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการฟื้นฟู จึงเห็นว่าอุตสาหกรรมเหล็กไทยในปัจจุบันควรเร่งยกระดับศักยภาพ เพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

ในมุมมองของนายประวิทย์ การปรับปรุงและแก้ไขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นการกีดกันผู้ประกอบการ แต่ควรเป็นกลไกในการสร้าง “มาตรฐานเดียว” ที่ผู้ผลิตทุกสัญชาติสามารถแข่งขันภายใต้กติกาเดียวกัน พร้อมยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เหล็กในระยะยาว

จับตาประชาพิจารณ์ มอก. เหล็กฉบับใหม่ 17 ส.ค.

ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 จะมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างมาตรฐานเหล็กฉบับใหม่ โดยนายประวิทย์ระบุว่า ในฐานะกรรมการเหล็กทรงยาวมาตรฐาน ต้องการเห็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการยกระดับมาตรฐานให้สามารถควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เหล็กที่นำไปใช้ใน โครงสร้างอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยและชีวิตของประชาชน ระบบมาตรฐานจึงต้องสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่า เหล็กทุกเส้นที่ออกจากโรงงานผ่านกระบวนการผลิตและระบบควบคุมคุณภาพที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เพียงการนำตัวอย่างบางส่วนมาตรวจสอบแล้วผ่านมาตรฐาน

→ ​อ่านต่อ: สมาคมเหล็กทรงยาวมาตรฐาน หนุนเปลี่ยนผ่านสู่ EAF ยกระดับมาตรฐานเหล็กไทย

เหล็ก IF ไม่ควรวัดกันที่แหล่งเทคโนโลยี แต่ต้องวัดที่คุณภาพ

สำหรับการขยายตัวของโรงงานเตาหลอมแบบ Induction Furnace (IF) นายประวิทย์มองว่า ประเด็นสำคัญไม่ควรอยู่ที่ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวมาจากประเทศใด แต่ต้องพิจารณาจาก ความสามารถในการควบคุมคุณภาพ ความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ และความปลอดภัย

หากเทคโนโลยีหรือกระบวนการผลิตรูปแบบใดสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานที่เข้มงวดขึ้นได้ ก็ควรได้รับโอกาสในการแข่งขันอย่างเท่าเทียม แต่หากมีข้อจำกัด ผู้ประกอบการก็ควรปรับปรุงกระบวนการผลิต เครื่องจักร และเทคโนโลยีให้สามารถรองรับมาตรฐานใหม่ได้

“จากวิกฤตปี 2540 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กอย่างรุนแรงจากเงินบาทอ่อน หนี้ต่างประเทศ และความต้องการใช้เหล็กลดลง ขณะที่ธุรกิจเหล็กต้องใช้เงินลงทุนสูงทั้งโรงงาน เครื่องจักร ระบบควบคุมคุณภาพ และสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากประสบปัญหาทางการเงิน ต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการฟื้นฟู เจ็บแล้วจำคือคน อย่าให้ประวัติศาสตร์ไทยซ้ำรอย จากไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย ในวิกฤติ IMF สู่หายนะเหล็ก IF โจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมเหล็กไทย คือยกระดับมาตรฐานเหล็ก IF” นายประวิทย์ กล่าว

ยกระดับมาตรฐานต้องมองทั้ง Supply Chain

นายประวิทย์กล่าวว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมเหล็กไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะโรงงานผู้ผลิต แต่ยังเชื่อมโยงไปถึง แรงงาน ครอบครัว ผู้รับเหมา ผู้ขนส่ง ผู้ค้าเศษเหล็ก และ Supply Chain ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ดังนั้น การยกระดับอุตสาหกรรมควรมองในภาพรวม ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะต้นทุนของผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง โดยมาตรฐาน มอก. ควรกำหนดหลักเกณฑ์เดียวกันสำหรับผู้ประกอบการทุกสัญชาติ

ประเทศไทยยังมีความจำเป็นต้องเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงการลงทุนจากจีน แต่ควรเป็นการลงทุนที่นำ เงินทุน เทคโนโลยี Know-how และมาตรฐานการผลิตที่สูงขึ้น เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมไทย มากกว่าการแข่งขันด้วยการลดมาตรฐานเพื่อรองรับเทคโนโลยีที่มีต้นทุนต่ำกว่า

“เครื่องจักร Upgrade ได้ แต่มาตรฐานความปลอดภัยห้าม Downgrade”

นายประวิทย์ย้ำว่า ผู้ประกอบการสามารถปรับปรุงโรงงาน เปลี่ยนเครื่องจักร และ Upgrade เทคโนโลยีเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่สูงขึ้นได้ แต่สิ่งที่ไม่ควรถูกลดระดับคือมาตรฐานด้านความปลอดภัยของประชาชน

“โรงงานสามารถปรับปรุงได้ เครื่องจักรสามารถเปลี่ยนได้ เทคโนโลยีสามารถ Upgrade ได้ แต่มาตรฐานความปลอดภัยของประชาชน ไม่ควรถูก Downgrade”

ในระยะต่อไป อุตสาหกรรมเหล็กไทยจึงจำเป็นต้องสร้างความสมดุลระหว่างการรักษาความสามารถในการแข่งขันกับการยกระดับมาตรฐาน โดยให้ความสำคัญทั้งด้าน ประสิทธิภาพ คุณภาพ ความปลอดภัย ความรับผิดชอบต่อสังคม การใช้พลังงาน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นายประวิทย์กล่าวทิ้งท้ายว่า อุตสาหกรรมเหล็กไทยยังมีศักยภาพที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่การแข่งขันในอนาคตจะไม่ได้วัดกันเพียงเรื่องต้นทุนการผลิตอีกต่อไป หากจะต้องแข่งขันด้วย คุณภาพ ความปลอดภัย ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Green Industry และสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

→ ​อ่านต่อ: 10 สมาคมเหล็กไทยยื่นข้อเสนอรัฐ เร่งแก้วิกฤตเหล็กจีน ดัน Green Steel สู่ Net Zero
 

#อุตสาหกรรมเหล็ก #เหล็กไทย #มอก #มาตรฐานเหล็ก #มาตรฐานอุตสาหกรรม #มอกเหล็ก #SteelIndustry #ThaiSteel #SteelStandard #SteelSafety #InductionFurnace #IF #SteelQuality #QualityStandard #IndustrialStandard #ความปลอดภัย #อุตสาหกรรมไทย #GreenIndustry #GreenSteel #GreenIndustryThailand #SustainableIndustry #อุตสาหกรรมสีเขียว #IndustryNews #MReportTH
 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH