สมาคมเหล็กทรงยาวมาตรฐาน หนุนยกเลิกเตา IF ยกระดับมาตรฐานเหล็กเส้นก่อสร้างไทย

สมาคมเหล็กทรงยาวมาตรฐาน หนุนยกเลิกเตา IF ดันมาตรฐานเหล็กเส้นก่อสร้างไทยสู่ระดับสากล

อัปเดตล่าสุด 15 มิ.ย. 2569
  • Share :
  • 2,858 Reads   

สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐานสนับสนุนนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรมในการยกระดับมาตรฐานเหล็กเส้นก่อสร้าง พร้อมคัดค้านร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่ยังเปิดช่องให้ใช้เตาหลอมแบบเหนี่ยวนำ (IF) ในการผลิตเหล็กเส้น โดยย้ำว่าความปลอดภัยของโครงสร้างและประชาชนต้องเป็นปัจจัยสำคัญเหนือผลประโยชน์ทางธุรกิจ พร้อมเสนอให้กำหนดการใช้ระบบ EAF และ Ladle Furnace เป็นมาตรฐานการผลิตของประเทศ

15 มิถุนายน 2569 — หลังจากกระทรวงอุตสาหกรรมส่งสัญญาณพิจารณายกเลิกการใช้เตาหลอมแบบเหนี่ยวนำ (Induction Furnace: IF) ในการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้าง และผลักดันให้ผู้ประกอบการปรับสู่ระบบเตาอาร์กไฟฟ้า (Electric Arc Furnace: EAF) ร่วมกับกระบวนการปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace: LF) เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพผลิตภัณฑ์ สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐานได้ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนสนับสนุนนโยบายดังกล่าว พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปอุตสาหกรรมเหล็กไทยในระยะยาว

→ อ่านต่อ: 10 สมาคมเหล็กไทยยื่นข้อเสนอรัฐ เร่งแก้วิกฤตเหล็กจีน ดัน Green Steel สู่ Net Zero

สมาคมเหล็กทรงยาวมาตรฐานหนุนรัฐแก้ปัญหาสะสมกว่า 10 ปี 

1. ให้กำลังใจภาครัฐ: ร่วมแก้ไข “10 ปีที่สูญหาย...ยังไม่สายเกินไปที่จะก้าวผ่าน”

ทางสมาคมฯ ขอขอบพระคุณและขอให้กำลังใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นอย่างยิ่ง ที่เล็งเห็นภัยเงียบและตระหนักถึงความปลอดภัยเชิงโครงสร้างของประเทศ นโยบายเชิงรุกในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะอุดช่องโหว่ความเสี่ยงในอุตสาหกรรมเหล็กเส้นไทย ในความเป็นจริง ปัญหากระบวนการหลอมระบบ IF ที่ขาดมาตรฐานการปรุงน้ำเหล็กบริสุทธิ์ ได้สร้างความเสี่ยงสะสมในโครงสร้างสิ่งก่อสร้างของไทยมานานนับ 10 ปี ทางสมาคมฯ จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ต้องเข้ามาขับเคลื่อนแก้ไขในทันที แม้จะปล่อยให้ความเสี่ยงนี้ล่วงเลยมานานนับทศวรรษ แต่หากทุกภาคส่วนจับมือร่วมกันปฏิรูปในปัจจุบัน "ก็ยังไม่สายเกินไป" ที่จะปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน 

อ่านต่อ: ก.อุตฯ คุมเข้มอุตสาหกรรมเหล็กทั่วประเทศ ย้ำเหล็กทุกเส้นต้องผ่าน มอก. 100%

2. ข้อกังวลเชิงนโยบาย: คัดค้านการเร่งรัดผ่าน “ร่าง มอก. เอื้อประโยชน์เตา IF”

ทางสมาคมฯ และภาคีเครือข่ายวิศวกรมีความกังวลอย่างยิ่ง ต่อสัญญาณความเคลื่อนไหวที่มีความพยายามผลักดันและเร่งรัดให้มีการอนุมัติผ่านร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ร่าง มอก. เหล็กเส้นก่อสร้าง ฉบับใหม่) ที่ยังคงเปิดช่องและเอื้อให้ใช้เทคโนโลยีจากเตา IF ในการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างต่อไป

สมาคมฯ ขอเน้นย้ำว่า หากภาครัฐปล่อยให้ร่าง มอก. ฉบับดังกล่าวประกาศใช้ จะถือเป็นการแช่แข็งอุตสาหกรรมเหล็กไทยให้ล้าหลัง ทำลายเจตนารมณ์นโยบายความปลอดภัยเชิงรุกของท่านรัฐมนตรีฯ และเป็นการส่งต่อความเสี่ยงภัยพิบัติทางโครงสร้างอาคารไปให้ประชาชนไทยแบกรับอย่างไม่มีที่สิ้นสุด 

3. ชี้แจงข้อเท็จจริงทางวิชาการและโลหะวิทยา

เพื่อไม่ให้หน่วยงานภาครัฐและสังคมสับสนต่อทัศนะเชิงเทคนิคบางประการที่คลาดเคลื่อน สมาคมฯ ขอชี้แจงด้วยข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ ดังนี้: 

  • ประเด็นข้ออ้างว่า "มอก. ปัจจุบันไม่ได้บังคับให้ต้องมีเตาปรุงน้ำเหล็ก (LF)"

    • ​ข้อเท็จจริง (ถูกต้องตามกฎหมาย): เป็นการหาช่องว่างทางภาษาเพื่อปกปิดข้อจำกัดของเทคโนโลยี เนื่องจากใน มอก. 20-2559 (เหล็กเส้นกลม) และ มอก. 24-2559 (เหล็กข้ออ้อย) ฉบับปัจจุบัน มีบทบัญญัติเชิงบังคับกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า “จะต้องมีกระบวนการทำน้ำเหล็กบริสุทธิ์ (Refining Process) อย่างเหมาะสม เช่น การมีเตาปรุง หรือ การลด P (ฟอสฟอรัส) และ ลด S (ซัลเฟอร์) การปรับแต่งส่วนประกอบทางเคมี และขจัดสารฝังใน (Inclusion) ได้อย่างเหมาะสม” ในโลกโลหะวิทยาจริง "ไม่มีกระบวนการใดสกัดสารมลทินและชั้นตะกรันให้บริสุทธิ์ได้ หากไม่มีขั้นตอนการปรุงน้ำเหล็กขั้นที่สอง" การปฏิเสธความจำเป็นของกระบวนการทำน้ำเหล็กบริสุทธิ์ จึงขัดต่อเกณฑ์ มอก. ปัจจุบันโดยสิ้นเชิง
  • ประเด็นข้ออ้างว่า "เตา IF ทันสมัย นำไปใช้ผลิตเหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless) หรือเหล็กพิเศษเกรดสูงได้"

    • ​ข้อเท็จจริง (มิติทางวัตถุดิบ): เป็นการหยิบยกบริบทมาอ้างอิงอย่างคลาดเคลื่อน เตา IF ใช้หลอมเหล็กสแตนเลสเกรดสูงได้เนื่องจากอุตสาหกรรมเหล่านั้นใช้ "วัตถุดิบบริสุทธิ์คัดเกรดพิเศษ (Virgin Materials) ตั้งแต่ต้นทาง" เตาจึงทำหน้าที่เพียงแค่ "หลอมให้ละลาย" แต่บริบทของอุตสาหกรรมเหล็กเส้นไทยคือการรีไซเคิล "เศษเหล็กชุมชนปนเปื้อนสูง" (เศษตัวถังรถยนต์, สังกะสี, ตะปู) การผลิตด้วยเตา IF เพียงขั้นตอนเดียว ขาดขีดความสามารถทางเคมีและกลไกในการแยกตะกรันออกจากน้ำเหล็กอย่างมีประสิทธิภาพ สารมลทินทั้งหมดจึงฝังแน่นอยู่ในเนื้อเหล็กเส้นกลายเป็นจุดบกพร่องถาวร และเป็นเหตุให้เหล็ก ที่ผลิตจาก IF ด้อยคุณภาพ

4. มิติการควบคุมกระบวนการ (Process Control) สำคัญกว่าการตรวจผลลัพธ์สุดท้าย

ในอุตสาหกรรมมีความเห็นบางประการที่ระบุว่า คุณภาพควรประเมินจากผลทดสอบทางกล (Mechanical Properties) บนผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป หรืออ้างอิงประวัติการขายเพื่อทำสิ่งปลูกสร้างในอดีต อย่างไรก็ดี ในทางวิศวกรรมวัสดุและการควบคุมสายการผลิตขนานใหญ่ (Mass Production) มีข้อเท็จจริงที่สำคัญ ดังนี้: 

จัดกึ่งกลางให้เรียบร้อยแล้วครับ! โดยปรับให้ตารางมาอยู่ตรงกลางหน้าจอ และปรับขนาดให้กะทัดรัดขึ้นเพื่อความสวยงามครับ:

ต้องขออภัยด้วยครับ! ดูเหมือนว่าระบบแสดงผลบางส่วนอาจจะบล็อกการแสดงเส้นขอบจากโค้ดชุดเก่า เพื่อแก้ปัญหานี้ ผมได้ปรับมาใช้สไตล์รูปแบบใหม่ที่รองรับการแสดงผลได้ดีและเสถียรขึ้น โดยคราวนี้กำหนดขอบสีดำให้หนาและชัดเจนขึ้นในทุกๆ ช่อง เรียบร้อยแล้วครับ:

ปัจจัยเปรียบเทียบ กระบวนการขั้นสูง (EAF + LF) กระบวนการเตาเหนี่ยวนำทั่วไป (IF)
กลไกเนื้อโลหะ มีระบบเป่าออกซิเจนดึงสารสกปรกออกด้วยกระบวนการทางเคมี และมีระบบเทน้ำเหล็กใต้เตา (EBT) กักตะกรันไม่ให้ปนกับน้ำเหล็ก ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหลอมละลายอย่างเดียว ไม่สามารถติดตั้งระบบเป่าออกซิเจนได้ จึงขาดกลไกเคมีแยกสารมลทิน เวลาเทต้องคว่ำเอียงปากเตา ตะกรันสกปรกจึงไหลปนเปื้อนลงน้ำเหล็ก 
บทบาทเตาปรุง (LF) มีระบบกวนก๊าซอาร์กอน กำจัดสารมลทิน กระจายอุณหภูมิและธาตุผสมสม่ำเสมอ ดันสารฝังในที่ไม่ใช่โลหะ (Inclusions) ให้ลอยออก ไม่มีระบบเตาปรุง คุณภาพและความร้อนแกว่งตัวสูง แปรปรวน 100% ตามสภาพความสกปรกของเศษเหล็กชุมชนในแต่ละรอบหลอม 
  • ภัยเงียบทางโลหะวิทยาและข้ออ้างในอดีต: การที่สิ่งปลูกสร้างในอดีตยังไม่แสดงอาการบกพร่อง ไม่ได้เป็นสิ่งค้ำประกันความปลอดภัย 100% ในระยะยาว เนื่องจากสารมลทินและฟองอากาศที่ซ่อนเร้นในเหล็กระบบ IF จะไม่แสดงอาการเมื่อทดสอบแรงดึงระยะสั้น แต่เมื่อโครงสร้างต้องรับน้ำหนักและแรงเค้นสะสมต่อเนื่องข้ามทศวรรษ สารฝังในเหล่านี้จะเหนี่ยวนำให้เกิด "สภาวะล้า (Fatigue)" และเสี่ยงต่อ "การหักเปราะอย่างกะทันหัน (Brittle Failure)" เมื่อเผชิญแรงสั่นสะเทือน 
  • หลักฐานเชิงประจักษ์ระดับภูมิภาค (South East Asean Iron and Steel Institute (SEAISI) 2025): งานวิจัยโดย รศ.ดร. นูรูลอัคมัล โมฮัมหมัด ชาริฟ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์แห่งมาเลเซีย พบว่าเหล็กเส้นจากกระบวนการ IF มีอัตราชิ้นงานแตกหักระหว่างทดสอบแรงกระแทก (Impact Test) สูงถึงร้อยละ 67 และส่วนผสมเคมีไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเหล็กมาเลเซีย (MS 146:2014) ถึงร้อยละ 12.5 ขณะที่ระบบ EAF และ BOF ผ่านเกณฑ์สมบูรณ์ 100% 
  • แนวทางมาตรฐานสากลและกรณีศึกษาต่างประเทศ:

    • ​ประเทศญี่ปุ่น: : ไม่ปรากฏการใช้เทคโนโลยี IF ในการผลิตเหล็กเส้นโครงสร้าง 
    • สาธารณรัฐประชาชนจีน: ประกาศยกเลิกและห้ามใช้เทคโนโลยี IF ในการผลิตเหล็กเส้นสำหรับงานก่อสร้างอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 (2018)  และ สำนักข่าวต่างประเทศและองค์กรสากลที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าทั่วโลก ต่างรายงานไปในทิศทางเดียวกันชี้ชัดว่า แนวนโยบายการปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมที่มีการประกาศควบคุมและยุติการใช้เทคโนโลยีเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) ในสายการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างอย่างเด็ดขาดนั้น เป็นการขับเคลื่อนบนเกณฑ์มาตรฐานร่วม 3 มิติหลัก คือ 'คุณภาพทางโลหะวิทยา ความปลอดภัยเชิงโครงสร้าง และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม'

5. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อสกัดกั้นช่องโหว่ทางกฎหมาย

เพื่อตัดวงจรข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและการหลบเลี่ยงเกณฑ์ความปลอดภัย สมาคมฯ ขอเสนอมาตรการเชิงระบบต่อหน่วยงานผู้ออกกฎหมาย ดังนี้: 

  1. มาตรการจำกัดพื้นที่การใช้งานตามขีดจำกัดจริง: ห้ามใช้เหล็กเส้นจากเตา IF ที่ไม่มีระบบปรุงน้ำเหล็ก (LF) ในการก่อสร้างอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ และโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ โดยต้องจำกัดให้ผลิตได้เพียง "เหล็กเส้นกลม ชั้นคุณภาพ SR24 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 15 มิลลิเมตร เท่านั้น" (เพื่อใช้เฉพาะในงานโครงสร้างขนาดเล็กที่ไม่ซับซ้อนและไม่ต้องรับแรงดึงสูง) 
  2. มาตรการบังคับใช้เทคโนโลยีเตาปรุงเหล็ก (Ladle Furnace): กำหนดให้สายการผลิตเหล็กเส้นโครงสร้างทุกโรงงานในประเทศ ต้องติดตั้งเครื่องจักรเตาปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace) เป็นเครื่องจักรภาคบังคับในการขออนุญาตตั้งโรงงานหรือต่ออายุใบอนุญาตโรงงาน เพื่อระบบการผลิตที่ได้คุณภาพสม่ำเสมอและโปร่งใสที่สุด

บทส่งท้าย

สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน ขอยืนยันว่าการตั้งหลักเกณฑ์นี้ตั้งอยู่บนหลักวิศวกรรมควบคุมเพื่อ "การเลือกใช้เครื่องมือให้ถูกวัตถุประสงค์" การปล่อยให้นำเศษเหล็กสกปรกมาหลอมผ่านเตาที่ไม่มีระบบปรุงน้ำเหล็กบริสุทธิ์เพื่อทำเหล็กเส้นก่อสร้างอาคาร คือความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สมาคมฯ ขอคัดค้านร่าง มอก. เหล็กเส้นก่อสร้างที่เปิดช่องให้เตา IF อย่างถึงที่สุด และพร้อมยืนหยัดเคียงข้างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในการปฏิรูปอุตสาหกรรมเหล็กไทยสู่มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลอย่างแท้จริง 

→ ​อ่านต่อ: ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเหล็กเดินหน้า “Green Steel” สู่การผลิตที่ยั่งยืน

 

#อุตสาหกรรมเหล็ก #เหล็กเส้นก่อสร้าง #มาตรฐานเหล็ก #EAF #ElectricArcFurnace #LadleFurnace #InductionFurnace #GreenSteel #สมอ
#มอก #วิศวกรรมโครงสร้าง #ความปลอดภัยโครงสร้าง #กระทรวงอุตสาหกรรม #IndustryNews #MReportTH

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH