หอการค้าไทยชูรัฐ–เอกชนลดต้นทุนธุรกิจกว่า 7,000 ล้านบาท มอบรางวัลปี 2569

หอการค้าไทยมอบรางวัล “จรรยาบรรณดีเด่น–สำเภา-นาวาทอง” ชูรัฐ–เอกชนลดต้นทุนธุรกิจกว่า 7,000 ล้านบาท

อัปเดตล่าสุด 26 ส.ค. 2569
  • Share :
  • 2,872 Reads   

หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มอบรางวัล “จรรยาบรรณดีเด่น และสำเภา-นาวาทอง” ประจำปี 2569 เชิดชูองค์กรธุรกิจที่ยึดหลักธรรมาภิบาล และหน่วยงานภาครัฐที่พัฒนากระบวนงานเพื่ออำนวยความสะดวกภาคธุรกิจ พร้อมเผยความร่วมมือรัฐ–เอกชนลดขั้นตอนได้แล้ว 392 กระบวนงาน ช่วยประหยัดต้นทุนกว่า 7,000 ล้านบาทต่อปี เดินหน้ายกระดับ Ease of Doing Business และขีดความสามารถการแข่งขันของไทย

26 สิงหาคม 2569 — หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติประจำปี 2569 “จรรยาบรรณดีเด่น และสำเภา-นาวาทอง” เพื่อยกย่ององค์กรภาคธุรกิจที่ดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส เป็นธรรม และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล พร้อมเชิดชูหน่วยงานภาครัฐที่มีผลงานโดดเด่นด้านการปรับปรุงกระบวนงาน ลดขั้นตอน และอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมมอบโอวาทแก่หน่วยงานและองค์กรที่ได้รับรางวัล โดยเน้นย้ำหลัก “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาองค์กรและประเทศ ทั้งการรักษาคุณค่าและความเข้มแข็งเดิม การสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และการต่อยอดองค์ความรู้ให้เหมาะสมกับบริบทของโลกยุคใหม่

พร้อมกันนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย สู่มิติใหม่การทำธุรกิจที่ง่ายและคุ้มทุน” โดยระบุว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนากฎหมายควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสของระบบราชการ เพื่อสร้าง Trust in Government ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของประชาชน นักลงทุน และประชาคมโลก รวมถึงการยกระดับมาตรฐานของไทยสู่การเป็นสมาชิก OECD

ปลดล็อกกฎหมาย ลดภาระภาคธุรกิจ

นายปกรณ์ระบุว่า กฎหมายจำเป็นต้องได้รับการทบทวนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบการค้าโลก Climate Change สังคมสูงวัย และเทคโนโลยี โดยควรลดการพึ่งพาระบบอนุญาตและอนุมัติที่สร้างภาระแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ พร้อมยึดหลัก “กฎหมายมีเท่าที่จำเป็น”

ภาครัฐควรนำเทคโนโลยีและ AI มาใช้เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อลดการยื่นเอกสารซ้ำ ลดขั้นตอน ระยะเวลา และต้นทุนของผู้ประกอบการ ตลอดจนเพิ่มความโปร่งใสและลดช่องว่างการทุจริต

พร้อมฝากหลักการต่อต้านการทุจริตว่า “ไม่โกง ไม่รับ ไม่จ่าย และไม่เงียบ” เพื่อร่วมกันสร้างระบบภาครัฐที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และได้รับความเชื่อมั่นในระยะยาว

รัฐ–เอกชนลด 392 กระบวนงาน ประหยัดต้นทุนกว่า 7,000 ล้านบาทต่อปี

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการทำธุรกิจและการลงทุน หรือ Ease of Doing Business และ Ease of Investment

ที่ผ่านมา หอการค้าไทยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และหน่วยงานภาครัฐ นำร่องเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการใน 10 หน่วยงาน ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูล ลดการเรียกเอกสาร และลดการลงนามรับรองสำเนา ส่งผลให้สามารถลดขั้นตอนได้รวม 392 กระบวนงาน และช่วยประหยัดต้นทุนได้มากกว่า 7,000 ล้านบาทต่อปี สะท้อนผลสำเร็จของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการลดภาระให้กับผู้ประกอบการและประชาชน

รางวัลจรรยาบรรณดีเด่น ยกระดับมาตรฐานธุรกิจไทย

ด้าน นางวีนัส อัศวสิทธิถาวร ประธานคณะกรรมการส่งเสริมจรรยาบรรณ กล่าวว่า โครงการประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2546 และจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 24 มีเป้าหมายส่งเสริมให้ภาคธุรกิจดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรม และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล

สำหรับปี 2569 มีการมอบรางวัลให้แก่ บริษัทขนาดใหญ่ 6 บริษัท และบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม 7 บริษัท เพื่อเชิดชูองค์กรที่เป็นแบบอย่างด้านจรรยาบรรณ และสร้างแรงบันดาลใจให้ภาคธุรกิจยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

“สำเภา-นาวาทอง” เชิดชูหน่วยงานรัฐอำนวยความสะดวกธุรกิจ

นายสุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการสนับสนุนการลงทุนและอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ กล่าวว่า การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาการให้บริการของภาครัฐให้มีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ จึงเป็นที่มาของรางวัล “สำเภา-นาวาทอง” เพื่อเชิดชูหน่วยงานภาครัฐที่มีผลงานโดดเด่นด้านการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ

การคัดเลือกหน่วยงานได้รับความร่วมมือจาก ก.พ.ร. ในการให้คำแนะนำด้านการพัฒนาระบบราชการ ขณะที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยทำหน้าที่ประเมินและวิเคราะห์ประสิทธิภาพของกระบวนงาน การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล และผลสัมฤทธิ์ของการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล

สำหรับรางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ประจำปี 2569 แบ่งเป็น 4 ประเภทหลัก และมีรางวัลพิเศษเพิ่มเติม ได้แก่

  • รางวัลหน่วยงานระดับกระทรวง 2 หน่วยงาน พร้อมรางวัลเกียรติยศพิเศษระดับกระทรวง 2 หน่วยงาน และรางวัล Popular Vote ระดับกรม 1 หน่วยงาน
  • รางวัลหน่วยงานระดับกรม 14 หน่วยงาน
  • รางวัลหน่วยงานระดับกระบวนงาน 4 หน่วยงาน
  • รางวัลหน่วยงานระดับภูมิภาค 15 หน่วยงาน

การมอบรางวัลทั้ง “จรรยาบรรณดีเด่น” และ “สำเภา-นาวาทอง” จึงเป็นอีกกลไกสำคัญในการส่งเสริมมาตรฐานธรรมาภิบาลของภาคธุรกิจ ควบคู่กับการผลักดันภาครัฐให้ปรับปรุงกฎระเบียบและกระบวนการให้บริการ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใส ลดต้นทุนและอุปสรรคในการดำเนินงาน และสนับสนุนประเทศไทยให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
 

#หอการค้าไทย #สำเภานาวาทอง #จรรยาบรรณดีเด่น #ธรรมาภิบาล #EaseOfDoingBusiness #ลดต้นทุนธุรกิจ #ปลดล็อกกฎหมาย #ภาครัฐและเอกชน #ขีดความสามารถการแข่งขัน #DigitalGovernment #MReportTH #IndustryNews
 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH