สสว. ทุ่มงบ 765 ล้าน บูรณาการรัฐ 4 กระทรวง หนุน SME ปี 2569

สสว. บูรณาการ 4 กระทรวง 11 หน่วยงาน ทุ่มงบ 765 ล้าน เร่งช่วย SME ปี 2569

อัปเดตล่าสุด 22 ม.ค. 2569
  • Share :
  • 3,702 Reads   

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้าบูรณาการความร่วมมือ 4 กระทรวง 11 หน่วยงานภาครัฐ เร่งขับเคลื่อนโครงการเร่งด่วนประจำปี 2569 ด้วยงบประมาณรวม 765 ล้านบาท มุ่งช่วยผู้ประกอบการ SME ฝ่าวิกฤต เพิ่มศักยภาพ และขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ

โครงการดังกล่าวตั้งเป้าสนับสนุน SME จำนวน 12,042 รายทั่วประเทศ คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 5,850 ล้านบาท และเสริมความเข้มแข็งให้ SME เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

22 มกราคม 2569 — ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการรักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์และความท้าทายที่ผู้ประกอบการ SME ต้องเผชิญอย่างรอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจซบเซา การเข้ามาของสินค้าจากต่างประเทศ ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงการขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และคณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้เห็นชอบการจัดสรรเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ของ สสว. ให้กับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐใน 4 กระทรวง 11 หน่วยงาน เพื่อดำเนินโครงการเร่งด่วนในการช่วยเหลือและส่งเสริม SME ภายใต้แผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปี 2569 เพิ่มเติม จำนวน 25 โครงการ งบประมาณรวมทั้งสิ้น 765 ล้านบาท

“ด้วยภารกิจของ สสว. ที่เป็นผู้กำหนดทิศทางการส่งเสริม SME ของประเทศ และบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการส่งเสริม SME ให้บรรลุเป้าหมาย การดำเนินงานครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงการสนับสนุนงบประมาณเท่านั้น แต่เป็นการบูรณาการ (System Integrator) ที่เชื่อมโยงจุดแข็งของ 4 กระทรวง  11 หน่วยงาน ให้ทำงานสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันภายใต้แผนปฏิบัติการส่งเสริม SME เพื่อเป้าหมายในการช่วยเหลือ SME จำนวน 12,042 รายทั่วประเทศ ให้สามารถพลิกฟื้นจากวิกฤติ หรือเพิ่มศักยภาพได้ทันกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง และเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้เร็วที่สุด” รักษาการ ผอ.สสว. กล่าว

ทั้งนี้ เนื่องจากแผนปฏิบัติการส่งเสริม SME ประจำปี 2569 มีเป้าหมายให้ SME อยู่รอด ปรับตัวเร็ว และเติบโตสู่ความยั่งยืน ดังนั้นโครงการเร่งด่วนจำนวน 25 โครงการนี้ จึงมีรูปแบบการส่งเสริมภายใต้ 4 แนวทางมุ่งเน้น ได้แก่ 1) การพัฒนาการผลิตให้มีคุณภาพเหมาะสมกับแนวทางของผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และแข่งขันได้ 2) การพัฒนาการผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด 3) การเสริมสร้างตลาดในประเทศ และ 4) การเสริมสร้างตลาดต่างประเทศ โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 กันยายน 2569 คาดว่าจะช่วยให้ SME พลิกฟื้นและดำเนินธุรกิจให้อยู่รอด เติบโต สร้างรายได้ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 5,850 ล้านบาท

สำหรับ หน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนส่งเสริม SME ของ สสว. ในครั้งนี้ประกอบด้วย 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมี 11 หน่วยงานที่เป็นกลไกขับเคลื่อนโครงการเร่งด่วน ได้แก่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมการค้าต่างประเทศ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต

อย่างไรก็ดี เพื่อให้การบูรณาการความร่วมมือครั้งนี้บรรลุเป้าหมาย และเนื่องจากหัวใจสำคัญของการทำงานยุคใหม่ คือความรวดเร็ว และแม่นยำ สสว. จึงได้จัดการประชุมชี้แจงหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อวางระบบการบริหารจัดการโครงการให้กระชับ โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งผลักดันผู้ประกอบการขึ้นทะเบียน SME ONE ID ที่เปรียบเสมือนพาสปอร์ตทางธุรกิจ ที่จะช่วยให้เข้าถึงบริการของรัฐได้รวดเร็ว ลดความซ้ำซ้อนของเอกสาร และได้รับสิทธิประโยชน์ที่ตรงความต้องการมากยิ่งขึ้น เพื่อเป้าหมายในการพลิกฟื้นธุรกิจ สร้างเกราะป้องกันและติดอาวุธให้ SME ไทย เติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ท่ามกลางสถานการณ์ความท้าทายของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกได้ในที่สุด

 

#สสว #OSMEP #SMEไทย #ช่วยSME #โครงการเร่งด่วน2569 #งบประมาณภาครัฐ #เศรษฐกิจไทย #พัฒนาSME #ยกระดับผู้ประกอบการ #ขยายตลาด #ส่งออกไทย #ตลาดต่างประเทศ #นโยบายรัฐ #ฟื้นฟูเศรษฐกิจ #SMEเติบโต #SMEเข้มแข็ง #อุตสาหกรรมไทย #MReportTH #IndustryNews

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH