Chinese Automobile Industry 2020 in post-COVID

เศรษฐกิจจีนฟื้นหลังโควิด ตัวเลขยานยนต์โตต่อเนื่อง

อัปเดตล่าสุด 4 ส.ค. 2563
  • Share :
  • 2,316 Reads   

สมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศจีน (China Association of Automobile Manufacturers: CAAM) เผย ตัวเลขยอดผลิต และยอดขายยานยนต์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สร้างสถิติใหม่ให้ยอดผลิตและยอดขายในเดือนมิถุนายน 2020 เป็นตัวเลขสูงสุดประจำเดือนมิถุนายนนับตั้งแต่ปี 2010 

สถานการณ์โดยรวม

CAAM เปิดเผยว่า ในเดือนมิถุนายน 2020 เศรษฐกิจจีนมีการฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่อุปสงค์ และอุปทานในอุตสาหกรรมการผลิตเองก็เช่นเดียวกัน ส่วนในกลุ่มผู้บริโภคเองก็เริ่มมีความต้องการมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการเติบโตทางด้านโครงสร้างพื้นฐานหลัก ซึ่งเมื่อรวมกับมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศจากภาครัฐ ทำให้ตลาดยาดยนต์จีนดีกว่าที่คาดการณ์ และมีแนวโน้วที่ดีทั้งตัวเลขยอดผลิตและตัวเลขยอดขาย

โดยหากเปรียบเทียบยอดผลิตและยอดขายยานยนต์กับเดือนพฤษภาคม 2020 และกับเดือนมิถุนายน 2019 พบว่ามีการเติบโตถึง 2 หลัก โดยในกลุ่มยานยนต์นั่งส่วนบุคคลมีตัวเลขเพิ่มขึ้นชัดเจน ในขณะที่ SUV และรถครอสโอเวอร์มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่วนยานยนต์เชิงพาณิชย์ก็มีการเติบโตจากตวามต้องการรถบรรทุกที่ทำให้ยอดขายรวมทำลายสถิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถบรรทุกขนาดเล็ก

ในด้านการพัฒนายานยนต์นั้น ความไม่แน่นอนจากโควิดทำให้ทิศทางของอุตสาหกรรมยังไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากความต้องการในหลายตลาดยังไม่ฟื้นตัว ทำให้ผู้ผลิตยานยนต์จีนที่พึ่งพาการส่งออกยังประสบปัญหา ในอีกด้านหนึ่ง คาดการณ์ว่าหากหมดระยะของนโยบายกระตุ้นกำลังซื้อภายใน ความต้องการยานยนต์ก็จะลดลงอย่างรุนแรง ทำให้ค่ายรถจีนให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศ และปรับแนวทางการผลิตตามความเหมาะสม

1. ยอดผลิต และยอดขายยานยนต์จีน ทำลายสถิติตัวเลขสูงสุดประจำเดือนมิถุนายน

ในเดือนมิถุนายน 2020 ยอดผลิตยานยนต์จีนปิดที่ 2.325 ล้านคัน ส่วนยอดขายยานยนต์ปิดที่ 2.3 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 6.3% และ 4.8% และเพิ่มขึ้นช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว 22.5% และ 11.6% ตามลำดับ ซึ่งทั้งยอดผลิตและยอดขายเป็นตัวเลขประจำเดือนมิถุนายนที่สูงสุดทำลายสถิตินับแต่มีการเก็บรวบรวมสถิติมา

ส่วนตัวเลขรวมในช่วงครึ่งปีแรก มียอดผลิต 10.112 ล้านคัน ยอดขาย 10.257 ล้านคัน ลดลงจากปีก่อน 16.8% และ 16.9% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ดีกว่าการคาดการณ์

2. ยานยนต์นั่งส่วนบุคคลโตต่อเนื่อง

ในเดือนมิถุนายน 2020 ยอดผลิตยานยนต์นั่งส่วนบุคคลในจีนปิดที่ 1.798 ล้านคัน ส่วนยอดขายยานยนต์นั่งส่วนบุคคลปิดที่ 1.764 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 8.3% และ 5.4% ตามลำดับ และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว 12.2% และ 1.8% ตามลำดับ ซึ่งแม้จะมีการเพิ่มขึ้นจริง แต่ยอดขายมีการเติบโตลดลง 5.2% โดย รถ SUV ทำยอดขายได้สูงกว่ารถซีดาน ส่วนยอดขาย SUV และครอสโอเวอร์มีการเติบโตจากปีที่แล้วถึง 2 หลัก อย่างไรก็ตาม การเติบโตยังคงน้อยกว่าในปีก่อน นอกจากนี้ รถซีดาน และรถอเนกประสงค์ (Multi Purpose Vehicle: MPV) ยังคงชะลอตัว 

ส่วนตัวเลขรวมในช่วงครึ่งปีแรก มียอดผลิต 7.754 ล้านคัน ยอดขาย 7.873 ล้านคัน ลดลงจากปีก่อน 22.5% และ 22.4% ตามลำดับ โดยแบ่งเป็น

  • รถซีดาน ยอดผลิตลดลง 25.9% และยอดขายลดลง 26%
  • รถ SUV ยอดผลิตลดลง 14.6% และยอดขายลดลง 16.9%
  • รถ MPV ยอดผลิตลดลง 48.1% และยอดขายลดลง 45.7%
  • รถครอสโอเวอร์ ยอดผลิตลดลง 20.4% และยอดขายลดลง 19.8%

3. รถบรรทุก ยอดขายทำลายสถิติ

ในเดือนมิถุนายน 2020 ยอดผลิตรถบรรทุกในจีนปิดที่ 5.27 แสนคัน ลดลงจากเดือนก่อน 0.1% แต่เพิ่มขึ้นจากปี 2019 77.9% ส่วนยอดขายปิดที่ 5.36 แสนคัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 3.1% และเพิ่มขึ้นจากปี 2019  63.1% ทำให้มียอดขายรวมทำลายสถิติยอดสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลังจากที่มีการทำสถิติใหม่ไปในเดือนเมษายน 2020 โดยมียอดขายรถบรรทุกส่วนบุคคลลดลงเล็กน้อย ในขณะที่รถบรรทุกเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นสูงมาก เช่นเดียวกับรถบรรทุกขนาดเล็กที่มียอดขายพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

ส่วนตัวเลขรวมในช่วงครึ่งปีแรก มียอดผลิต 2.359 ล้านคัน ยอดขาย 2.384 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9.5% และ 8.6% ตามลำดับ โดยแบ่งเป็น

  • รถบรรทุกส่วนบุคคล ยอดผลิตลดลง 9.6% และยอดขายลดลง 12.4% 
  • รถบรรทุกเชิงพาณิชย์ ยอดผลิตเพิ่มขึ้น 11.5% และยอดขายเพิ่มขึ้น 10.8%

4. รถกระบะเติบโตต่อเนื่อง

รถกระบะมีการฟื้นตัวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม โดยมียอดผลิตและยอดขายในเดือนมิถุนายนปิดที่ 5.8 หมื่นคัน และ 5.7 หมื่นคัน ส่งผลให้ตัวเลขรวมในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรก 23.9% และ 23.3% และเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 93.6% และ 74.5% ตามลำดับ

ส่วนตัวเลขรวมในช่วงครึ่งปีแรก ยอดผลิตและยอดขายเท่ากันที่ 2.12 แสนคัน ลดลง 7.0% และ 7.5% ตามลำดับ แบ่งเป็น

  • กระบะเบนซิน ยอดผลิต 5.7 หมื่นคัน ยอดขาย 5.8 หมื่นคัน ลดลง 18.4% และ 15.4%
  • กระบะดีเซล ยอดผลิต และยอดขาย 1.53 แสนคัน ลดลง 2.3% และ 2.4%

5. รถพลังงานใหม่

ในเดือนมิถุนายน 2020 ยอดผลิตและยอดขายรถพลังงานใหม่ (New Energy Vehicle: NEV) ในจีนปิดที่ 1.02 แสนคัน และ 1.04 แสนคัน ลดลงจากปีก่อน 25.0% และ 33.1% ตามลำดับ

  • รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) ยอดผลิต 7.9 หมื่น ลดลง 31.9% และยอดขาย 8.2 หมื่นคัน ลดลง 37.6%
  • รถปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Vehicle: PHV) ยอดผลิต 2.3 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 17.0% และยอดขาย 2.1 หมื่นคัน ลดลง 6.0%
  • รถยนต์เซลล์พลังงานเชื้อเพลิง (Fuel Cell Vehicle: FVC) ยอดผลิตและยอดขาย 81 คัน ลดลง 83.9% และ 83.3% ตามลำดับ

ส่วนตัวเลขรวมในช่วงครึ่งปีแรก มียอดผลิต 3.97 แสนคัน ยอดขาย 3.93 แสนคัน ลดลงจากปีก่อน 36.5% และ 37.4% ตามลำดับ โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์ไฟฟ้า ยอดผลิต 3.01 แสนคัน ยอดขาย 3.04 แสนคัน ลดลง 40.3% และ 39.2%
  • รถปลั๊กอินไฮบริด ยอดผลิต 9.5 หมื่นคัน ยอดขาย 8.8 หมื่นคัน ลดลง 20.0% และ 29.8%
  • รถยนต์เซลล์พลังงานเชื้อเพลิง (Fuel Cell Vehicle: FVC) ยอดผลิต 390 คัน ยอดขาย 403 คัน ลดลง 66.5% และ 63.4% ตามลำดับ

และจากข้อมูล พบว่ารถยนต์พลังงานใหม่ มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนมีนาคม

6. รถยนต์แบรนด์จีน

ในเดือนมิถุนายน 2020 ยอดขายรถยนต์แบรนด์จีน ปิดที่ 5.9 แสนคัน ลดลงจากปีก่อน 11.6% และมีสัดส่วนในตลาดจีนอยู่ที่ 33.5% ลดลงจากปีก่อนหน้า 5%

ส่วนตัวเลขรวมในช่วงครึ่งปีแรก มียอดผลิต 2.854 ล้านคัน ลดลง 29.0% และมีสัดส่วนในตลาดจีนที่ 36.3% ลดลงจากปีก่อน 3.4%

อย่างไรก็ตาม รถยนต์จีนบางแบรนด์ เช่น Hongqi และ Changan สามารถทำยอดขายได้ดีกว่าค่าเฉลี่ย โดยเฉพาะ Hongqi ที่มียอดขาย 70,045 คัน เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 110.71% จากปีที่แล้วในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ซึ่ง CAAM รายงานว่า เป็นแบรนด์ที่น่าจับตามองว่าจะขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ค่ายจีนได้หรือไม่ 

7. ส่วนแบ่งแบรนด์หลักสูงขึ้น

ในครึ่งปีที่ผ่านมานี้ ยอดขายรถยนต์จาก 10 ผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดจีนปิดที่ 9.139 ล้านคัน ลดลงจากปีก่อน 16.5% อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งตลาดของแบรนด์หลักมีสัดส่วนอยู่ที่ 89.1% ซึ่งมีมากขึ้นจากปีที่แล้ว 0.4% 

8. การส่งออกที่ลดลง

ในเดือนมิถุนายน 2020 ยอดส่งออกยานยนต์จีนปิดที่ 6.2 หมื่นคัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 27.2% แต่ลดลงจากปีก่อน 35.0% ส่วนยอดส่งออกในครึ่งปีแรกปิดที่ 3.86 แสนคัน ลดลงจากปีก่อน 20.9%


ที่มา : M Report