ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.พ. 2569 อยู่ที่ 53.7 สูงสุดในรอบ 9 เดือน แต่ค่าครองชีพยังกดดันกำลังซื้อ
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 53.7 สูงสุดในรอบ 9 เดือน และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวดีกว่าคาดในปี 2568 อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับ ค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 53.7 เพิ่มขึ้นจาก 52.8 ในเดือนมกราคม และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน
ผลสำรวจจัดทำจากกลุ่มตัวอย่างประชาชนทั่วประเทศ 2,242 คน โดยแบ่งเป็นประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 40.2% และต่างจังหวัด 59.8%
การปรับตัวดีขึ้นของดัชนีสะท้อนความคาดหวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่เริ่มฟื้นตัว รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อดัชนีความเชื่อมั่น
ปัจจัยด้านบวก
- ความคาดหวังต่อนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ที่ชัดเจนขึ้น รวมถึงเสถียรภาพและทิศทางทางการเมือง
- คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอตัราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปีจาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปีโดยให้มีผลทันทีเพื่อให้ภาวะการเงินสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและยังช่วยบรรเทาภาระหนี้ให้กับ SMEs และครัวเรือนเพิ่มเติม และเพื่อยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ทั้งเศรษฐกิจขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568แต่ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศกัยภาพและไม่ทั่วถึงในปี 2569 และปี 2570 จากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
- สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เผยเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ขยายตัว 2.5% ส่งผลให้ทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.4% เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 2.0% สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 1.5-2.5% (ค่ากลาง 2.0%)จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว1.2-2.2% (ค่ากลาง 1.7%)
- สถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนกัมพูชายุติและสงบลงต้งัแต่ปลายปี 2568 จนถึงปัจจุบัน
- การส่งออกของไทยในเดือนมกราคม 2569 มีมูลค่า 31,573.06 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 24.44% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 34,876.49 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 29.35% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 3,303.43 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
- ระดับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวลดลง โดยราคาน้ำมันขายปลีกแก๊สโซฮอล ออกเทน 91 (E10) และแก๊สโซฮอล ออกเทน 95 (E10) ปรับตัวลดลงประมาณ 0.30 และ 0.30 บาทต่อลิตร จากระดับ 30.48 และ 30.85 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 ตามลำดับ มาอยู่ที่ระดับ 30.18 และ 30.55 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ตามลำดับ ส่วนราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในประเทศยังคงทรงตัวจากเดือนที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 29.94 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569
- SET Index ในเดือนกุมภาพันธ์2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 202.64 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 1,325.62 จุด ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 เป็น 1,528.26 จุด ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569
ปัจจัยด้านลบ
- ผู้บริโภคมีความรู้สึกว่าเศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้า ตลอดจนปัญหาค่าครองชีพ รวมถึงผูบ้ ริโภคยงัรู้สึกว่ารายได้ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น
- ราคาข้าวเปลือกเจ้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ออ้ยโรงงาน ปาลม์ น้ำมันและยางพารา อยู่ในระดับต่ำกว่าปี ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่มากนัก มีผลต่อกำลังซื้อในบางพื้นที่ต่างจังหวัดในระยะนี้
- เงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จากระดับ 31.271 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 เป็น 31.254 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ทำให้มีความกังวลว่าจะส่งกระทบในเชิงลบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก
- ความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายไทย -กัมพูชา แม้ว่าจะมีการเจรจาหยุดยิงก็ตาม แต่สถานการณ์ดังกล่าว ยังส่งผลให้เกิดความกังวลต่อประชาชนในจังหวัดตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา
- ความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่ยังคงยืดเยื้อ ทั้งสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับขบวนการฮามาส (Hamas) ซึ่งอาจส่งผลต่อราคา น้ำมันและพลังงานโลกให้ปรับตัวสูงขึ้น
- ความกังวลต่อสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในเขตพื้นที่กทม.และปริมณฑลและในบางจังหวัดของภาคเหนือ และภาคกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อการด าเนินชีวิตของประชาชน
จากผลของการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 (ไม่รวมผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน) ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือนนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เนื่องจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประกาศตัวเลขอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ขยายตัว 2.4% ดีกว่าที่คาด และปรับเป้าหมายแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2569 สูงกว่าเดิมเป็น 2.0% ประกอบกับความหวังที่จะได้รัฐบาลชุดใหม่ที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจให้ปรับตัวดีขึ้น
ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 47.3 51.5 และ 62.4 ตามลำดับ ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนมกาคม ที่อยู่ในระดับ 46.4 50.5 และ 61.6 ตามลำดับ การที่ดัชนีทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจน แม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังไม่มีผลสัมฤทธิ์ที่ออกมาเป็นรูปธรรมและค่าครองชีพที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ตลอดจนผลกระทบจาก ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะชะลอตัวลงจากสงครามการค้า และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง
ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 52.8 เป็น 53.7 การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพสูง ตลอดจนปัญหาสงครามการค้าและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้
ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 36.3 เป็น 37.4 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 60.9 มาอยู่ที่ระดับ 61.7 การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความเชื่อมั่นในปัจจุบัน ทั้งนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่า ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ เนื่องจากรอดูความชัดเจนของสถานการณ์การเมืองของไทยว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร และรัฐบาลจะมีเสถียรภาพมากน้อยเพียงใด ตลอดจนสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไร รุนแรงมากน้อยเพียงใด และจะยุติเร็วภายใน 1 เดือนหรือจะยืดเยื้อยาวนาน
#CCI #ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค #เศรษฐกิจไทย #หอการค้าไทย #การเมืองไทย #ค่าครองชีพ #GDPไทย #IndustryNews #MReportTH
บทความยอดนิยม 10 อันดับ
- ไทยตั้งเป้าผลิตยานยนต์ปี 2569
- 18 ค่ายเครื่องจักรกลคาดปี 2569
- เปิด 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่ง ปี 2569
- วิธีวิเคราะห์และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทาน
- CMM คืออะไร? Ultimate Guide สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม (2569)
- ถอดรหัสอนาคตการรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV
- “ยานยนต์ไร้คนขับ” กับทิศทางการเติบโตในปี 2022-2045
- ยอดขายรถยนต์ 2568
- สถิติส่งออกกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนไทยปี 2568
- ยอดจดทะเบียนใหม่ยานยนต์ไฟฟ้า 2568
อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th
Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH
