โตโยต้าครองแชมป์ตลาดรถยนต์ พ.ย. 2568 ยอดขายพุ่ง 20.6% แตะ 51,044 คัน
ตลาดรถยนต์ไทยเดือนพฤศจิกายน 2568 ส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน ด้วยยอดขายรวม 51,044 คัน เติบโต 20.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่โตโยต้ายังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดต่อเนื่อง โดยแรงหนุนสำคัญมาจากความต้องการในกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ และยอดจองจากงาน Motor Expo 2025 ที่ช่วยกระตุ้นตลาดช่วงปลายปี
กรุงเทพฯ 29 ธันวาคม 2568 — นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 ยอดขายตลาดรวม 51,044 คัน เพิ่มขึ้น 20.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์นั่งมีปริมาณการขาย 19,174 คัน เพิ่มขึ้น 6.5% ในขณะที่รถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีปริมาณการขาย 31,870 คัน เพิ่มขึ้น 31.1% และรถกระบะขนาด 1 ตัน ยอดขายทั้งหมด 15,226 คัน เพิ่มขึ้น 5.5%
ในเดือนพฤศจิกายน 2568 มียอดขาย 51,044 คัน เพิ่มขึ้นถึง 20.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาแสดงถึงสัญญาณเชิงบวกของตลาดรถยนต์
-
ตลาดรถยนต์นั่ง ยอดขาย 19,174 คัน เพิ่มขึ้น 6.5% จากปีที่ผ่านมา
-
ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก ด้วยยอดขาย 31,870 คัน เพิ่มขึ้น 31.1%
- ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน ยอดขาย 15,226 คัน เพิ่มขึ้น 5.5%
สำหรับยอดขายรถยนต์สะสมสิบเอ็ดเดือนแรก มียอดขาย 546,045 คัน เติบโต 5.3% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันโดย 40% เป็นตลาดรถยนต์นั่ง ตลาดส่วนใหญ่กว่า 60 % ยังคงเป็นตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ แสดงให้เห็นว่าตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ยังคงเป็นตลาดสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทย ซึ่งโตโยต้าได้รักษาความเป็นผู้นำตลาด ด้วยส่วนแบ่งการตลาดของ Pure Pick Up ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน 2568 ที่ 48.5%
สำหรับโตโยต้า ยังคงครองอันดับหนึ่งตลาดรถยนต์ ด้วยยอดขายสะสมสิบเอ็ดเดือนแรกถึง 205,453 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 37.6% เติบโต 3% นำโดย Pure Pick Up (Hilux Champ, Revo และ Travo) 62,502 คัน และ Eco segment (Yaris และ Yaris ATIV) 56,471 คัน
สำหรับรถยนต์ในกลุ่ม HEV เดือนพฤศจิกายนมียอดขาย 11,594 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกับในปีที่ผ่านมา 38.4% และมียอดขายสะสมสิบเอ็ดเดือนแรกถึง 126,293 คัน คิดเป็นส่วนแบ่ง 51.1% ของตลาด xEV ทั้งหมด
ตลาดรถยนต์เดือนธันวาคม มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น โดยปัจจัยบวกมาจากงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 “Thailand International Motor Expo 2025” เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง วันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่แต่ละค่ายมาพร้อมกับรถยนต์รุ่นใหม่และแคมเปญกระตุ้นตลาดช่วงสุดท้ายปลายปี สามารถทำยอดจองได้สูงถึง 75,246 คัน เติบโตขึ้น 38% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ถือเป็นยอดจองสูงสุดในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา และอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในการผลักดันตลาดรถยนต์เดือนธันวาคมให้เติบโตขึ้นได้
ยอดจำหน่ายรถยนต์เดือนพฤศจิกายน 2568
1.) ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 51,044 คัน เพิ่มขึ้น 20.6%
- อันดับที่ 1 โตโยต้า 19,305 คัน เพิ่มขึ้น 12.8% ส่วนแบ่งตลาด 37.8%
- อันดับที่ 2 อีซูซุ 6,390 คัน เพิ่มขึ้น 5.3% ส่วนแบ่งตลาด 12.5%
- อันดับที่ 3 ฮอนด้า 6,320 คัน เพิ่มขึ่น 29.7% ส่วนแบ่งตลาด 12.4%
2.) ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 19,174 คัน เพิ่มขึ้น 6.5%
- อันดับที่ 1 โตโยต้า 7,366 คัน เพิ่มขึ้น 28.1% ส่วนแบ่งตลาด 38.4%
- อันดับที่ 2 ฮอนด้า 4,111 คัน เพิ่มขึ้น 7.4% ส่วนแบ่งตลาด 21.4%
- อันดับที่ 3 บีวายดี** 1,256 คัน ลดลง 27% ส่วนแบ่งตลาด 6.6%
3.) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 31,870 คัน เพิ่มขึ้น 31.1%
- อันดับที่ 1 โตโยต้า 11,939 คัน เพิ่มขึ้น 5.1% ส่วนแบ่งตลาด 37.5%
- อันดับที่ 2 อีซูซุ 6,390 คัน เพิ่มขึ้น 5.3% ส่วนแบ่งตลาด 20.1%
- อันดับที่ 3 เชอรี่** 2,895 คัน เพิ่มขึ้น 237% ส่วนแบ่งตลาด 9.1%
4.) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 15,226 คัน เพิ่มขึ้น 5.5%
- อันดับที่ 1 โตโยต้า 6,871 คัน เพิ่มขึ้น 5.4% ส่วนแบ่งตลาด 45.1%
- อันดับที่ 2 อีซูซุ 5,481 คัน เพิ่มขึ้น 4.4% ส่วนแบ่งตลาด 36%
- อันดับที่ 3 ฟอร์ด 1,306 คัน ลดลง 18.5% ส่วนแบ่งตลาด 8.6%
5.) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 11,580 คัน เพิ่มขึ้น 0.9%
- อันดับที่ 1 โตโยต้า 5,693 คัน เพิ่มขึ้น 6.9% ส่วนแบ่งตลาด 49.2%
- อันดับที่ 2 อีซูซุ 4,430 คัน เพิ่มขึ้น 2.2% ส่วนแบ่งตลาด 38.3%
- อันดับที่ 3 ฟอรด์ 778 คัน ลดลง 19.2% ส่วนแบ่งตลาด 6.7%
ยอดจำหน่ายรถยนต์สะสมเดือนมกราคม – พฤศจิกายน 2568
1.) ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 546,045 คัน เพิ่มขึ้น 5.3%
- อันดับที่ 1 โตโยต้า 205,453 คัน เพิ่มขึ้น 3% ส่วนแบ่งตลาด 37.6%
- อันดับที่ 2 อีซูซุ 65,171 คัน ลดลง 15.8% ส่วนแบ่งตลาด 11.9%
- อันดับที่ 3 ฮอนด้า 63,006 คัน ลดลง 6.4% ส่วนแบ่งตลาด 11.5%
2.) ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 212,569 คัน เพิ่มขึ้น 4.5%
- อันดับที่ 1 โตโยต้า 73,278 คัน เพิ่มขึ้น 22.6% ส่วนแบ่งตลาด 34.5%
- อันดับที่ 2 ฮอนด้า 36,321 คัน ลดลง 11.8% ส่วนแบ่งตลาด 17.1%
- อันดับที่ 3 บีวายดี** 17,120 คัน ลดลง 4.6% ส่วนแบ่งตลาด 8.1%
**อ้างอิงจากยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ระหว่างวันที่ 01–30 พฤศจิกายน 2568 จากเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก
3.) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 333,476 คัน เพิ่มขึ้น 5.8%
- อันดับที่ 1 โตโยต้า 132,175 คัน ลดลง 5.4% ส่วนแบ่งตลาด 39.6%
- อันดับที่ 2 อีซูซุ 65,171 คัน ลดลง 15.8% ส่วนแบ่งตลาด 19.5%
- อันดับที่ 3 ฮอนด้า 26,685 คัน เพิ่มขึ้น 2% ส่วนแบ่งตลาด 8%
4.) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 167,308 คัน ลดลง 7.7%
- อันดับที่ 1 โตโยต้า 75,541 คัน ลดลง 8.9% ส่วนแบ่งตลาด 45.2%
- อันดับที่ 2 อีซูซุ 55,987 คัน ลดลง 16.8% ส่วนแบ่งตลาด 33.5%
- อันดับที่ 3 ฟอร์ด 16,541 คัน ลดลง 13% ส่วนแบ่งตลาด 9.9%
โตโยต้า 13,039 คัน - อีซูซุ 10,256 คัน – เกรท วอลล์ มอเตอร์ 6,995 คัน - ฟอร์ด 6,420 คัน - มิตซูบิชิ 1,451 คัน – นิสสัน 295 คัน
- อันดับที่ 1 โตโยต้า 62,502 คัน ลดลง 12.5% ส่วนแบ่งตลาด 48.5%
- อันดับที่ 2 อีซูซุ 45,731 คัน ลดลง 18.5% ส่วนแบ่งตลาด 35.5%
- อันดับที่ 3 ฟอร์ด 10,121 คัน ลดลง 13.8% ส่วนแบ่งตลาด 7.9%
#โตโยต้า #ยอดขายรถยนต์ #มอเตอร์โชว์2025 #ตลาดรถยนต์ #EVThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #HEV #BEV #ธุรกิจยานยนต์ #MReportTH #IndustryNews
อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th
Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH
