ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ค. 69 ฟื้นแตะ 51.8 แต่กำลังซื้อยังเปราะบาง

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ค. 69 ฟื้นต่อเนื่องเดือนที่ 2 แตะ 51.8 แต่ยังต่ำกว่า 100

อัปเดตล่าสุด 13 ส.ค. 2569
  • Share :
  • 4,213 Reads   

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือนกรกฎาคม 2569 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 5 เดือน มาอยู่ที่ระดับ 51.8 จากแรงหนุนของราคาน้ำมันที่ลดลง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และความกังวลด้านสงครามที่เริ่มคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ดัชนียังคงต่ำกว่าระดับ 100 สะท้อนว่าผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่าย ท่ามกลางความกังวลต่อเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ การจ้างงาน และรายได้ในอนาคต

กรุงเทพฯ, สิงหาคม 2569 — ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือนกรกฎาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนทั่วประเทศ 2,245 คน โดยเป็นกลุ่มตัวอย่างในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 40.2% และต่างจังหวัด 59.8%

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อดัชนีความเชื่อมั่น

ปัจจัยด้านบวก

  • รัฐบาลดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศและช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน รัฐบาลสนับสนุนเงินร่วมจ่าย 60% ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ส่วนประชาชนร่วมจ่าย 40% หรือต้องเติมเงินเพิ่ม 133 บาทต่อวัน หรือประมาณ 667 บาทต่อเดือน โดยเริ่มใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569
  • สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 โดยคาดการณ์ว่าปี 2569 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 2.0-2.5% โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากการส่งออกที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง การเร่งลงทุนของภาคเอกชนที่เติบโตสูงและการบริโภคภาคเอกชนที่ได้รับปัจจัยบวกจากนโยบายเศรษฐกิจ
  • ระดับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวลดลง โดยราคาน้ำมันขายปลีกแก๊สโซฮอล ออกเทน 91 (E10) และแก๊สโซฮอล ออกเทน 95 (E10) ปรับตัวลดลงประมาณ 1.36 และ 1.36 บาทต่อลิตร จากระดับ 37.68 และ 38.05 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ตามลำดับ มาอยู่ที่ระดับ 36.32 และ 36.69 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 ตามลำดับ ส่วนราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในประเทศ ปรับตัวลดลงประมาณ 0.81 บาทต่อลิตร จากระดับ 37.50 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 มาอยู่ที่ระดับ 36.69 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569
  • การส่งออกของไทยในเดือนมิถุนายน 2569 มีมูลค่า 34,655.92 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 20.75% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 41,190.63 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 50.28% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 6,534.71 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 ส่งออกได้รวม 196,741.83 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.57 และมีการนำเข้ารวม 228,485.83 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.03 ส่งผลให้ขาดดุลการค้ารวม 31,744.00 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • SET Index ในเดือนกรกฎาคม 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 32.40 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 1,591.24 จุด ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 เป็น 1,623.64 จุด ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569
  • ราคาสินค้าเกษตรหลัก ได้แก่ ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำประหลัง ปรับตัวอยู่ในระดับสูงกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่งผลในเชิงบวกต่อกำลังซื้อที่เริ่มเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ต่างจังหวัดในช่วงนี้

ปัจจัยด้านลบ

  • ผู้บริโภคมีความรู้สึกว่าเศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้า ตลอดจนปัญหาค่าครองชีพ รวมถึงยังรู้สึกว่ารายได้ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น
  • ความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล ยกระดับรุนแรงอีกครั้ง หลังข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเดือนมิถุนายนเสื่อมสภาพ โดยจุดปะทะสำคัญ คือ ช่องแคบฮอร์มุซ การโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และการปิดล้อมทางทะเล ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านพลังงานและโลจิสติกส์ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันของการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจโลก และอาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อการส่งออกและเศรษฐกิจไทยในอนาคต
  • ความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ว่าจะมีการเจรจาหยุดยิงก็ตาม แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลให้เกิดความกังวลต่อประชาชนในจังหวัดตามแนวชายแดน
  • เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อย จากระดับ 32.911 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 เป็น 33.490 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 แสดงว่าเงินตราต่างประเทศยังมีแนวโน้มไหลออกโดยสุทธิ
  • ความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่ยังคงยืดเยื้อ ทั้งสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับขบวนการฮามาส (Hamas) ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันและพลังงานโลกให้ปรับตัวสูงขึ้น

จากผลของการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนกรกฎาคม 2569 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 5 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกและในประเทศเริ่มปรับตัวลดลง ประกอบกับรัฐบาลเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง และราคาพืชผลทางการเกษตรหลักปรับตัวอยู่ในระดับสูงกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลทางจิตวิทยาในเชิงบวกและเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน ซึ่งส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเป็นผลดีต่อค่าครองชีพของประชาชน

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 45.3 49.8 และ 60.5 ตามลำดับ ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 5 เดือน เมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนมิถุนายน ที่อยู่ในระดับ 44.1 48.7 และ 59.3 ตามลำดับ การที่ดัชนีทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามที่ยังมีความไม่แน่นอน ราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่ยังคงทรงตัวสูงซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีความเสี่ยงที่จะฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 5 เดือน จากระดับ 50.7 เป็น 51.8 การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพสูง ตลอดจนปัญหาสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะคลี่คลายลงถาวรหรือไม่ ยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้

→ อ่านเพิ่มเติม: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค มิ.ย. 69 ฟื้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน

ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 5 เดือนเช่นเดียวกันจากระดับ 34.5 เป็น 35.5 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 5 เดือนเช่นเดียวกันจากระดับ 58.7 มาอยู่ที่ระดับ 59.9 การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความเชื่อมั่นในปัจจุบัน ทั้งนี้ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้ แต่จะเริ่มใช้จ่ายมากขึ้นในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ในช่วงเดือนกันยายนของปีนี้ เนื่องจากได้รับการกระตุ้นจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกันยายน 2569 และหากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน คลี่คลายลงอย่างถาวรและราคาน้ำมันลดลงกลับมาเป็นปกติ และราคาพืชผลทางการเกษตรหลักปรับตัวอยู่ในระดับสูงกว่าปีที่ผ่านมา คาดว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและการบริโภคจะกลับมาปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปีนี้
 

#CCI #ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค #เศรษฐกิจไทย #หอการค้าไทย  #ค่าครองชีพ #GDPไทย #IndustryNews #MReportTH

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH