ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเหล็ก ไตรมาส 2/2568 ขยายตัว 4.1% จากอุปสงค์ในประเทศเพิ่มขึ้น
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเหล็กไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 4.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการผลิตเหล็กแผ่นเคลือบและท่อเหล็กกล้าเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการบริโภคเหล็กในประเทศที่ขยายตัวต่อเนื่อง
กองนโยบายอุตสาหกรรมรายสาขา สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ระบุว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเหล็กไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 4.1 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการผลิตผลิตภัณฑ์เหล็ก เช่น เหล็กแผ่นเคลือบโครเมียม เหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี และท่อเหล็กกล้าการบริโภคในประเทศ ขยายตัวจากการบริโภคเหล็ก เช่น เหล็กเส้น เหล็กลวด เหล็กแผ่นเคลือบโครเมียม และเหล็กแผ่นรีดเย็น
- อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบโครเมียมนำโด่ง
- 10 อันดับผู้ผลิตเหล็กชั้นนำของโลก
การผลิตเหล็กและเหล็กกล้า
ไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมมีค่า 90.3 ขยายตัวร้อยละ 4.1 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (%YoY) แต่หดตัวร้อยละ 0.8 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (%QoQ) โดยเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวจากการผลิตเหล็กทรงแบน ขยายตัวร้อยละ 11.2 และการผลิตท่อเหล็กกล้า ขยายตัวร้อยละ 13.5 ผลิตภัณฑ์ที่การผลิตขยายตัวมากที่สุด ได้แก่ เหล็กแผ่นเคลือบโครเมียม ขยายตัวร้อยละ 37.9 รองลงมาคือ เหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี และท่อเหล็กกล้า ขยายตัวร้อยละ 23.5 และ 13.5 ตามลำดับ ส่วนการผลิตเหล็กทรงยาว หดตัวร้อยละ 5.0ผลิตภัณฑ์ที่การผลิตหดตัวมากที่สุด คือ เหล็กลวด หดตัวร้อยละ 18.3 รองลงมา คือ เหล็กเส้นข้ออ้อย และเหล็กเส้นกลม หดตัวร้อยละ 11.5 และ 4.0 ตามลำดับ

การบริโภคเหล็กในประเทศ
ไตรมาสที่ 2 ปี 2568 มีปริมาณ 4.6 ล้านตัน ขยายตัวร้อยละ 11.1 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (%YoY) และขยายตัวร้อยละ 5.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (%QoQ) โดยเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน การบริโภคขยายตัวทั้งในผลิตภัณฑ์เหล็กทรงยาวและผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบน
โดยการบริโภคเหล็กทรงยาวขยายตัวร้อยละ 9.4 จากเหล็กเส้นและเหล็กลวด และการบริโภคเหล็กทรงแบนขยายตัวร้อยละ 11.3 จากเหล็กแผ่นเคลือบโครเมียมเหล็กแผ่นรีดเย็น เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน และเหล็กแผ่นเคลือบชนิดอื่น ๆ
การนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้า
ไตรมาสที่ 2 ปี 2568 มีปริมาณ 3.2 ล้านตัน ขยายตัวร้อยละ 14.8 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (%YoY) และขยายตัวร้อยละ 12.4 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (%QoQ) โดยเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน การนำเข้าเหล็กทรงยาวขยายตัวร้อยละ 14.8 ผลิตภัณฑ์ที่การนำเข้าขยายตัวมากที่สุด คือ เหล็กลวด ประเภท Alloy steel ขยายตัวร้อยละ 74.3 (ประเทศหลักที่ไทยนำเข้าเพิ่มขึ้น คือ จีน ไต้หวันและญี่ปุ่น) รองลงมา คือ ท่อเหล็กไร้ตะเข็บ และเหล็กโครงสร้าง ประเภท Carbon Steel ขยายตัวร้อยละ 22.2 และ 14.0 ตามลำดับ เหล็กทรงแบนขยายตัวร้อยละ 14.9 ผลิตภัณฑ์ที่การนำเข้าขยายตัวมากที่สุด คือ เหล็กแผ่นรีดร้อน ประเภท Alloy steel ขยายตัวร้อยละ 462.8 (ประเทศหลักที่ไทยนำเข้าเพิ่มขึ้น คือ เกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น) รองลงมา คือ เหล็กแผ่นเคลือบโครเมียม และ เหล็กแผ่นรีดเย็นประเภท carbon steel ขยายตัวร้อยละ 132.9 และ 47.2 ตามลำดับ

แนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าไตรมาสที่ 3 ปี 2568
คาดการณ์การผลิตจะขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ เช่นโครงการรถไฟความเร็วสูง
อ่านต่อ:
- US Section 232 Tariffs ฉบับใหม่ เพิ่มภาษีเครื่องจักรโลหะ 50% กระทบห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก
- กำแพงภาษีเหล็กสหรัฐฯ วิกฤติหรือโอกาสของผู้ส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้า
- “นิปปอน สตีล” ปิดดีลซื้อ US Steel พร้อมเดินเกมใหญ่ ทุ่มลงทุน 4 ล้านล้านเยน
บทความยอดนิยม 10 อันดับ
- ยอดขายรถยนต์ 2567
- 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่ง ปี 2568
- คาร์บอนเครดิต คือ
- ยอดขายมอเตอร์ไซด์ 2567
- “ยานยนต์ไร้คนขับ” กับทิศทางการเติบโตในปี 2022-2045
- ยอดลงทุนปี 67 ทะลุ 1 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์
- ยอดจดทะเบียนใหม่ยานยนต์ไฟฟ้า 2567
- สถิติส่งออกกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนไทยปี 2567
- เทคโนโลยีในงานโลจิสติกส์ มีอะไรบ้าง
- 5 เทคนิค “มือใหม่ใช้เครื่อง CNC”
อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th
Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH
