อุตสาหกรรมพลาสติกไทย 2568 ไตรมาส 2 ดัชนีผลผลิต–ส่งออกหดตัว

อุตสาหกรรมพลาสติกไทย 2568 ไตรมาส 2 ดัชนีผลผลิต–ส่งออกหดตัว

อัปเดตล่าสุด 18 ธ.ค. 2568
  • Share :
  • 3,334 Reads   

อุตสาหกรรมพลาสติก ไตรมาส 2/2568 ดัชนีผลผลิตและการส่งสินค้าในประเทศหดตัว แม้ยอดส่งออกยังเติบโตจากสินค้าหลัก เช่น อ่างอาบน้ำและแผ่นบางฟิล์มพลาสติก การนำเข้าพุ่งจากจีนและสินค้าทดแทนการผลิตในประเทศ แนวโน้มไตรมาส 3 คาดว่าหดตัวต่อเนื่องจากต้นทุนสูง การแข่งขันสินค้านำเข้า และแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม

อุตสาหกรรมพลาสติกไตรมาสที่ 2 ปี 2568 มีการหดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากหลายปัจจัยร่วมกันทั้งการชะลอตัวของอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าใช้ในครัวเรือนและบรรจุภัณฑ์ ขณะที่ต้นทุนการผลิตยังคงได้รับแรงกดดันจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการแข่งขันจากสินค้านำเข้าที่มีราคาถูกกว่า นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าระหว่างประเทศ เช่น มาตรการภาษีของสหรัฐฯ และข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมในหลายประเทศ ยังสร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตในการเร่งปรับตัวสู่ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมพลาสติกไทย

ไตรมาสที่ 2 ปี 2568 หดตัวร้อยละ 3.63 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (%YoY)และหดตัวร้อยละ 3.63 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (%QoQ) ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตหดตัวเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เช่น เครื่องใช้ประจำโต๊ะอาหาร ครัว และห้องน้ำ หดตัวร้อยละ 13.49 และท่อและข้อต่อพลาสติกหดตัวร้อยละ 10.66 เนื่องจากแข่งขันกับสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการในประเทศชะลอตัวในการผลิตสินค้า

ดัชนีการส่งสินค้าอุตสาหกรรมพลาสติกไทย

ไตรมาสที่ 2 ปี 2568 หดตัวร้อยละ 3.13 เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (%YoY) และหดตัวร้อยละ 0.19 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (%QoQ) ผลิตภัณฑ์หลักที่ส่งผลให้ดัชนีการส่ง สินค้าหดตัว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งสอดคล้องกับการผลิตที่ลดลง และการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น 

มูลค่าการส่งออก

ไตรมาสที่ 2 ปี 2568 มีมูลค่า 1,290.64 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 24.80เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (%YoY) และขยายตัวร้อยละ 11.83 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (%QoQ) ซึ่งผลิตภัณฑ์หลัก ที่ส่งผลให้การส่งออกขยายตัว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เช่น อ่างอาบน้ำขยายตัวร้อยละ 58.44 และแผ่นบาง ฟิล์ม ฟอยล์ และแถบชนิดอื่น ทําด้วยพลาสติก ขยายตัวร้อยละ 37.38 โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในตลาดส่งออกสำคัญอย่างอินเดียและอาเซียน ซึ่งมีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเร่งส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าที่จะมีผลบังคับใช้สนับสนุนให้การส่งออกในภาพรวมขยายตัวได้อย่างชัดเจน

มูลค่าการนำเข้าและส่งออกอุตสาหกรรมพลาสติกไทย

ไตรมาสที่ 2 ปี 2568 มีมูลค่า 1,584.85 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 25.05เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (%YoY) และขยายตัวร้อยละ 9.91 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (%QoQ) ซึ่งผลิตภัณฑ์หลักที่ส่งผลให้การนำเข้าขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เช่น พลาสติกปูพื้น ขยายตัวร้อยละ 52.37 และเครื่องใช้ในห้องครัวและของใช้ในห้องน้ำ ขยายตัวร้อยละ 49.29 เนื่องจากมีการนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้น และทดแทนการผลิตในประเทศด้วย การนำเข้าเพื่อลดต้นทุน

แนวโน้มอุตสาหกรรมพลาสติก ปี 2568 ไตรมาส 3

คาดว่าจะหดตัวจากหลายปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ที่ผันผวนตามราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่อุปสงค์ในประเทศยังฟื้นตัวอย่างช้า ๆ โดยเฉพาะในภาคบรรจุภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภคนอกจากนี้ อุตสาหกรรมยังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากสินค้านำเข้าราคาต่ำ โดยเฉพาะจากจีนและเวียดนาม รวมไปถึงมาตรการตอบโต้ทางภาษีของสหรัฐอเมริกา อาจกระทบต่อโอกาสการส่งออกของไทยในระยะถัดไปเนื่องจากเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกหลักของอุตสาหกรรมพลาสติกไทยนอกจากนี้ แรงกดดันจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การจำกัดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และแนวโน้มของประเทศคู่ค้าหลักที่เริ่มใช้มาตรการภาษีสิ่งแวดล้อมหรือข้อกำหนดด้านความยั่งยืนมากขึ้น

 

อ่านย้อนหลัง:

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH