MPI ส.ค. 69 โต 4.44% สศอ.ปรับดัชนีรับโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่

MPI ส.ค. 69 โต 4.44% หลัง สศอ. ปรับดัชนี รับโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่

อัปเดตล่าสุด 30 ก.ย. 2569
  • Share :
  • 1,473 Reads   

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 103.43 ขยายตัว 4.44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 58.28% โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลกตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center ขณะเดียวกัน สศอ. ปรับปรุงองค์ประกอบ MPI เพิ่มผลิตภัณฑ์ไฮเทคและกลุ่มตัวอย่างโรงงานใหม่ เพื่อให้ดัชนีสะท้อนโครงสร้างอุตสาหกรรมไทยที่เปลี่ยนแปลงมากขึ้น พร้อมเตรียมทดสอบวิธี Chain-link Approach ในระยะต่อไป

→ อ่านต่อ: MPI ก.ค. 69 โต 0.46% อิเล็กทรอนิกส์–HDD รับแรงหนุน AI และ Data Center

MPI ส.ค. 2569 ขยายตัว 4.44% อิเล็กทรอนิกส์–AI ยังเป็นแรงหนุน

30 กันยายน 2569 — นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ. ได้ปรับปรุงการจัดทำดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เพื่อให้สะท้อนโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมไทยที่เปลี่ยนแปลงไป ครอบคลุมการลงทุนใหม่และผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นใหม่ในตลาดโลกมากขึ้น

การปรับปรุงครั้งนี้มุ่งเพิ่มความครอบคลุม (Coverage) และเพิ่มกลุ่มตัวอย่างข้อมูลโรงงาน (Sampling) โดยพิจารณาจากความสำคัญของผลิตภัณฑ์ต่อการสร้างมูลค่าหรือรายได้ให้กับประเทศ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงและมีแนวโน้มการส่งออกขยายตัวตามความต้องการของตลาดโลก

สำหรับกลุ่มตัวอย่างโรงงานจะคัดเลือกผู้ผลิตรายสำคัญและมีมูลค่าการผลิตสูงในลำดับต้น ๆ ของแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยข้อมูลโรงงานต้องมีความสมบูรณ์ ถูกต้อง และต่อเนื่อง

ผลจากการปรับปรุงดังกล่าวส่งผลให้ MPI เดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 103.43 ขยายตัว 4.44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 58.28%

เพิ่ม Notebook–Optical Transceiver–UPS รองรับอุตสาหกรรมใหม่

สศอ. ได้เพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างการผลิต ได้แก่ เครื่องโน้ตบุ๊กและแล็ปท็อป อุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณแบบออปติคอล (Optical Transceiver) และเครื่องสำรองไฟสำหรับหน่วยประมวลผล รวมถึงเพิ่มกลุ่มตัวอย่างโรงงานที่เปิดดำเนินการใหม่ในกลุ่ม Integrated Circuits และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ

การเพิ่มผลิตภัณฑ์และกลุ่มตัวอย่างดังกล่าวทำให้การจัดทำ MPI ครอบคลุมกิจกรรมการผลิตของภาคอุตสาหกรรมไทยมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนและมีบทบาทเพิ่มขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและตลาดโลก

ทั้งนี้ การปรับปรุงองค์ประกอบ MPI มีผลต่อระดับดัชนีอย่างมีนัยสำคัญ โดยหากไม่รวมผลิตภัณฑ์และกลุ่มตัวอย่างใหม่ ดัชนี MPI เดือนสิงหาคม 2569 จะอยู่ที่ระดับ 96.04 เทียบกับระดับ 103.43 ภายหลังการปรับปรุง

เตรียมทดสอบ Chain-link Approach

นายศุภกิจ กล่าวว่า ปัจจุบันการจัดทำดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักแบบคงที่ (Fixed Weight) หรือปีฐาน โดยใช้ปี 2564 เป็นปีฐาน แต่โครงสร้างอุตสาหกรรมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การใช้ปีฐานคงที่อาจไม่สามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการผลิตได้อย่างทันท่วงที

สศอ. จึงเตรียมนำวิธีการปรับค่าถ่วงน้ำหนักเป็นรายปีผ่านการเชื่อมโยงดัชนีแบบต่อเนื่อง (Chain-link Approach) มาทดสอบในระยะต่อไป โดยมีบางประเทศ เช่น สิงคโปร์ ใช้แนวทางดังกล่าว

พร้อมกันนี้ สศอ. จะสำรวจผลิตภัณฑ์และโรงงานที่มีการลงทุนใหม่ในประเทศ โดยให้ความสำคัญกับความถูกต้องและความต่อเนื่องของข้อมูล เพื่อให้ MPI สามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจอุตสาหกรรมได้อย่างถูกต้อง และสอดคล้องกับหลักวิชาการและมาตรฐานสากล

อุตสาหกรรมที่ขยายตัวเด่น รับแรงหนุน AI–Data Center

สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนสิงหาคม 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่

  • อุปกรณ์สื่อสาร ขยายตัว 24.41% จากอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณแบบออปติคอล (Optical Transceiver) ตามกระแสการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center ทั่วโลกที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งอาจมีการเร่งผลิตเพื่อส่งออกล่วงหน้า จากความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ขณะที่ผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวเนื่องมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น
  • ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ขยายตัว 8.14% จากน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันเบนซิน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากฐานการผลิตที่ต่ำในปีก่อน เนื่องจากโรงกลั่นบางรายหยุดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ตามวาระ (Major Turnaround) ในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม 2568
  • ชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัว 14.55% จาก Printed Circuit Board Assembly (PCBA) เป็นหลัก ตามการขยายตัวของตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบายภาษีนำเข้า

อุตสาหกรรมที่หดตัว กดดัน MPI

ขณะที่อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนสิงหาคม 2569 ได้แก่

  • พลาสติกและยางสังเคราะห์ขั้นต้น หดตัว 13.37% จาก Polyethylene (PE), Ethylene และ Polypropylene (PP) เป็นหลัก เนื่องจากผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุง และบางรายขาดแคลนวัตถุดิบจากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
  • คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง หดตัว 10.91% จาก Hard Disk Drive (HDD) เป็นหลัก เนื่องจากฐานสูงในปีก่อนที่ผู้ผลิตเร่งผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่ค้างจากช่วงก่อนหน้า ประกอบกับอุปสงค์จากประเทศคู่ค้าบางตลาดชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ต้นทุนพลังงาน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของการค้าโลก
  • เหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐาน หดตัว 7.64% จากเหล็กเส้นข้ออ้อย เหล็กลวด และเหล็กเส้นกลมเป็นหลัก เนื่องจากผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุง ประกอบกับคำสั่งซื้อจากลูกค้าลดลง ขณะที่ตลาดในประเทศยังเผชิญแรงกดดันจากการนำเข้าเหล็กสำเร็จรูปราคาต่ำ

การปรับปรุงองค์ประกอบ MPI ในครั้งนี้ช่วยให้ดัชนีสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างอุตสาหกรรมไทยได้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้าน AI และ Data Center ขณะที่อุตสาหกรรมบางส่วนยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุน วัตถุดิบ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการค้าโลก

จากการปรับปรุงโครงสร้างการจัดทำดัชนี สศอ.ปรับเพิ่มประมาณการ MPI ปี 2569 เป็นขยายตัว 2.75–3.75% จากเดิม 0–0.5% พร้อมปรับประมาณการ GDP ภาคอุตสาหกรรมเป็นขยายตัว 0.8–1.8% จากเดิม 0.75–1.75%

 

#MPI #อุตสาหกรรมไทย #เศรษฐกิจอุตสาหกรรม #ManufacturingThailand #IndustryOutlook #GlobalRisk #MReportTH #ข่าวอุตสาหกรรม​

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH