MPI ก.ค. 69 ขยายตัว 0.46% อิเล็กทรอนิกส์–AI หนุนภาคการผลิต

MPI ก.ค. 69 โต 0.46% อิเล็กทรอนิกส์–HDD รับแรงหนุน AI และ Data Center

อัปเดตล่าสุด 27 ส.ค. 2569
  • Share :
  • 2,720 Reads   

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 94.80 ขยายตัว 0.46% จากปีก่อน โดยมีอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง โดยเฉพาะ Hard Disk Drive (HDD) เป็นแรงหนุนสำคัญตามความต้องการจาก AI และ Data Center ขณะที่ สศอ. ปรับลดประมาณการ MPI ปี 2569 เหลือขยายตัว 0.0–0.5% และ GDP ภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 0.75–1.75% ท่ามกลางความเสี่ยงจากมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ ภูมิรัฐศาสตร์ และกำลังซื้อในประเทศ

→ อ่านต่อ: MPI มิ.ย. 2569 ลด 3.10% รมว.อุตฯ สั่งปรับดัชนีอุตสาหกรรม เร่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันไทย

MPI ก.ค. 2569 ขยายตัว 0.46% อิเล็กทรอนิกส์–AI ยังเป็นแรงหนุน

27 สิงหาคม 2569 — นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 94.80 ขยายตัวร้อยละ 0.46 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมที่สอดรับกับเทรนด์เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตตามกระแส AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่งผลต่อเนื่องไปยังการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

→ อ่านต่อ: ญี่ปุ่นเผย PMI ภาคการผลิตโตสูงสุดในรอบกว่า 12 ปี รับแรงหนุน AI และเซมิคอนดักเตอร์

ขณะที่ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงสำเร็จรูปยังเติบโตตามกระแส Pet Humanization และอาหารสำเร็จรูปได้รับอานิสงส์จากพฤติกรรมผู้บริโภคในสังคมเมือง นอกจากนี้ มาตรการภาครัฐในการกระตุ้นกำลังซื้อและบรรเทาต้นทุนพลังงาน รวมถึงเงินบาทที่อ่อนค่าลง ยังช่วยสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกไทย

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม ซึ่งส่งผลต่อความผันผวนของราคาพลังงาน ทำให้ต้นทุนการผลิตและต้นทุนโลจิสติกส์ของภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น ประกอบกับความเสี่ยง ด้านการจัดหาวัตถุดิบ ความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน และความไม่แน่นอนจากมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อบรรยากาศการส่งออกและการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ รวมถึงการปรับตัวของห่วงโซ่อุปทานและการค้า

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ชะลอลงอาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม แต่อย่างไรก็ตามภาคอุตสาหกรรมไทยยังสามารถปรับตัว การบริหารจัดการต้นทุน และการรักษาระดับการผลิตได้อย่างเหมาะสม

สศอ. ปรับประมาณการปี 2569 MPI โต 0.0–0.5%

ด้านระบบการเตือนภัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนสิงหาคม 2569 “ส่งสัญญาณปกติเบื้องต้น” โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัว ขณะที่ยังมีแรงกดดันจากกำลังซื้อภายในประเทศที่อ่อนแอและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาคการผลิตในประเทศ

สำหรับปัจจัยต่างประเทศยัง ส่งสัญญาณเฝ้าระวัง จากความกังวลต่อมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อภาคการผลิตในบางประเทศ อย่างไรก็ตาม ความต้องการสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center ยังคงเติบโตต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยบวกต่อภาคอุตสาหกรรมไทย

นายศุภกิจ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มปี 2569 สศอ. ได้ปรับประมาณการภาคอุตสาหกรรมจากเดิม โดยคาดว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) จะขยายตัวร้อยละ 0.0–0.5 ขณะที่ GDP ภาคอุตสาหกรรมคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 0.75–1.75 จากเดิมที่ประเมิน MPI และ GDP ภาคอุตสาหกรรมไว้ในช่วงร้อยละ 1.0–2.0

ปัจจัยกดดันสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการบริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมถึงการแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาถูก

ขณะที่ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ การค้าระหว่างประเทศกับคู่ค้าหลักที่ยังมีทิศทางเติบโต มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน และความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไป

อุตสาหกรรมที่ขยายตัวเด่น เมื่อเทียบกับปีก่อน

  • ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ขยายตัวร้อยละ 9.12 จากน้ำมันเครื่องบิน น้ำมันเตา น้ำมันก๊าด และน้ำมันเบนซิน 95 เป็นหลัก เนื่องจากในปีก่อนผู้ผลิตบางรายหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นครั้งใหญ่ ส่งผลให้ปีก่อนมีฐานต่ำ
  • คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ขยายตัวร้อยละ 28.23 จาก Hard Disk Drive เป็นหลัก เนื่องจากการเติบโตของ Data center และ AI จึงส่งผลให้มีความต้องการใช้อุปกรณ์จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 
  • น้ำตาล ขยายตัวร้อยละ 28.30 จากน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ เป็นหลัก เนื่องจากการเร่งแปรรูปน้ำตาลทรายดิบเป็นน้ำตาลประเภทต่าง ๆ เพื่อส่งมอบตามสัญญา

อุตสาหกรรมที่หดตัว เมื่อเทียบกับปีก่อน 

  • น้ำมันปาล์ม หดตัวร้อยละ 22.88 จากน้ำมันปาล์มดิบ และน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ เนื่องจากปริมาณผลปาล์ม ที่ออกสู่ตลาดลดลง
  • ปุ๋ยเคมีและสารประกอบไนโตรเจน หดตัวร้อยละ 41.31 จากปุ๋ยเคมี เนื่องจากกำลังซื้อของเกษตรกรในประเทศหดตัว ประกอบกับต้นทุนแม่ปุ๋ยมีราคาสูง
  • พลาสติกและยางสังเคราะห์ขั้นต้น หดตัวร้อยละ 12.99 จาก Polyethylene และ Ethylene เป็นหลัก เนื่องจากมีคำสั่งซื้อลดลง ประกอบกับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิต

 

#MPI #อุตสาหกรรมไทย #เศรษฐกิจอุตสาหกรรม #ManufacturingThailand #IndustryOutlook #GlobalRisk #MReportTH #ข่าวอุตสาหกรรม

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH