ตลาดแบตเตอรี่ xEV ปี 2025 จีนครอง 77% คาดโต 2.6 เท่าภายในปี 2040

ตลาดแบตเตอรี่ xEV จีนครอง 77% คาดมูลค่าแตะ 47.7 ล้านล้านเยนในปี 2040

อัปเดตล่าสุด 4 มี.ค. 2569
  • Share :
  • 3,180 Reads   

Fuji Keizai เปิดเผยผลสำรวจตลาดแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด (xEV) กำลังก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง โดยคาดว่าในปี 2025 ผู้ผลิตจีนจะครองส่วนแบ่งตลาดแบตเตอรี่ขับเคลื่อนแบบลิเธียมไอออนชนิดของเหลว (Liquid LiB) สูงถึง 77.4% ขณะที่ผู้ผลิตเกาหลีใต้มีสัดส่วน 17.7% และญี่ปุ่น 4.5% สะท้อนแรงกดดันต่อผู้ผลิตญี่ปุ่นและเกาหลีจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวในตลาดอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นตลาดหลัก

ปี 2025: จีนเร่งทิ้งห่าง ผู้ผลิตเกาหลี–ญี่ปุ่นเสียส่วนแบ่งต่อเนื่อง

การคำนวณส่วนแบ่งตลาดอ้างอิงจากกำลังการติดตั้งแบตเตอรี่ในรถยนต์ใหม่ และจัดกลุ่มตามประเทศที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของผู้ผลิต

ในปี 2024 ผู้ผลิตจีนเพิ่มส่วนแบ่งตลาดแบตเตอรี่ขับเคลื่อนชนิดของเหลวขึ้น 4.0 จุดเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบปีก่อนหน้า ขณะที่ผู้ผลิตเกาหลีลดลง 2.5 จุด และญี่ปุ่นลดลง 2.0 จุด แนวโน้มปี 2025 คาดว่าผู้ผลิตเกาหลีและญี่ปุ่นจะสูญเสียส่วนแบ่งเพิ่มเติม จากดีมานด์ในอเมริกาเหนือที่ชะลอตัว

นอกจากความได้เปรียบด้านต้นทุนแล้ว ผู้ผลิตจีนยังพัฒนาเทคโนโลยีและความน่าเชื่อถือได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตรถยนต์บางรายยังมีความกังวลด้านความมั่นคงซัพพลายเชน ขณะที่หลายประเทศเดินหน้านโยบายเข้มงวดเรื่องกฎถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) ส่งผลให้ในระยะกลางถึงยาว ผู้ผลิตจากญี่ปุ่น สหรัฐฯ เยอรมนี และยุโรป มีแนวโน้มขยายกำลังผลิตใกล้ฐานการผลิตรถยนต์หลักมากขึ้น

ตลาดวัสดุแคโทด: จีนเหนือกว่า โดยเฉพาะ LFP

ในตลาดวัสดุแคโทดสำหรับแบตเตอรี่ชนิดของเหลว ผู้ผลิตจีนมีสัดส่วนสูงกว่าตลาดตัวแบตเตอรี่เสียอีก โดยเฉพาะวัสดุ LFP (Lithium Iron Phosphate) ที่มีความสามารถแข่งขันด้านราคาและเทคโนโลยี

การหมดอายุสิทธิบัตรหลักของ LFP ในปี 2022 เปิดทางให้ผู้ผลิตจีนขยายตลาดนอกประเทศได้เต็มที่ แม้มีการพัฒนาวัสดุแคโทดทางเลือก เช่น สูตรที่มีแมงกานีสสูง แต่ LFP ยังถูกคาดว่าจะเป็นเทคโนโลยีหลักในระยะใกล้

กำลังการผลิตเกินดีมานด์: อัตราใช้กำลังการผลิตอาจต่ำเพียง 32% ในปี 2040

กำลังการผลิตแบตเตอรี่ LiB ชนิดของเหลวทั่วโลกในปี 2024 อยู่ที่ 3,568.6 GWh ขณะที่ปริมาณการผลิตจริงอยู่ที่ 899.4 GWh แสดงถึงกำลังการผลิตที่สูงกว่าดีมานด์อย่างมาก

ในปี 2040 คาดว่าปริมาณการผลิตจะเพิ่มเป็น 3,539.9 GWh แต่หากกำลังการผลิตยังคงใกล้เคียงระดับปี 2030 อัตราการใช้กำลังการผลิตจะอยู่ที่ประมาณ 32% สะท้อนความเสี่ยงด้านกำลังการผลิตส่วนเกินในระยะยาว

โครงสร้างต้นทุน: ต้นทุนเซลล์เกิน 70% ของแพ็ก

ต้นทุนเซลล์คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของต้นทุนแพ็กแบตเตอรี่ จากประสิทธิภาพการจัดเรียงเซลล์ที่ดีขึ้นและจำนวนชิ้นส่วนที่ลดลง

ในปี 2024 สัดส่วนต้นทุนวัสดุต่อเซลล์อยู่ที่ 53.4% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนประกอบลดลงจากการใช้เครื่องจักรประสิทธิภาพสูง และการขยายฐานผลิตไปยังพื้นที่ต้นทุนแรงงานต่ำ

คาดมูลค่าตลาดแบตเตอรี่ขับเคลื่อน xEV ปี 2040 แตะ 47.751 ล้านล้านเยน

ตลาดแบตเตอรี่ขับเคลื่อนสำหรับ xEV ทั่วโลก คาดว่าจะมีมูลค่า 47.751 ล้านล้านเยนในปี 2040 เพิ่มขึ้น 2.6 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2024 แม้ในระยะสั้นจะได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีการค้า แต่ในระยะกลางถึงยาว การขยายฐานการผลิตในอเมริกาเหนือและยุโรปจะเป็นแรงขับสำคัญ

แนวโน้มเทคโนโลยี: NiMH, Sodium-ion และ Solid-State

  • NiMH (Nickel-Metal Hydride): ตลาดขยายตัวตามความต้องการรถไฮบริด โดยเฉพาะในภูมิอากาศหนาว แต่มีแนวโน้มหดตัวหลังปี 2030 เมื่อ LiB ถูกนำมาใช้ในรถไฮบริดมากขึ้น
  • Sodium-ion (SiB): คาดเริ่มติดตั้งใน EV และ PHV ขนาดเล็กตั้งแต่ปี 2025 มีจุดเด่นด้านการทำงานอุณหภูมิต่ำและชาร์จเร็ว
  • Solid-State Battery: เริ่มใช้งานเชิงพาณิชย์บางรุ่นในจีนตั้งแต่ปี 2023 และคาดว่าจะเข้าสู่การผลิตจำนวนมากราวปี 2027 โดยต้นทุนยังสูงกว่าแบตเตอรี่ชนิดของเหลว

ภาพรวมตลาด: ระยะสั้นผันผวน ระยะยาวขยายตัว

ปี 2024 ตลาดแบตเตอรี่ชนิดของเหลวเติบโตจากดีมานด์ EV และ PHV ในจีน โดยเฉพาะ SUV และ EREV ขนาดแบตใหญ่ แม้บางภูมิภาค เช่น ญี่ปุ่นและยุโรป จะชะลอตัวแนวโน้มระยะสั้นได้รับแรงกดดันจากมาตรการภาษี แต่ในระยะกลางถึงยาว การลงทุนตั้งโรงงานใกล้ฐานการผลิตรถยนต์หลัก จะเป็นตัวเร่งการขยายตัวของตลาดโลก

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH