แนวโน้มอุตสาหกรรมไทยปี 2569 | MPI คาดโต 1–2% ท่ามกลางความเสี่ยงโลก

อุตสาหกรรมไทยปี 2569 ส่งสัญญาณฟื้น คาด MPI โต 1–2% แต่ยังเสี่ยงเศรษฐกิจโลก

อัปเดตล่าสุด 29 ม.ค. 2569
  • Share :
  • 3,164 Reads   

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ประเมินว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมไทยในปี 2569 เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) คาดว่าจะขยายตัวราว 1–2% จากแรงหนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ การค้าโลกที่ทยอยปรับดีขึ้น และทิศทางดอกเบี้ยขาลง อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่เต็มที่

อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า 

คาดการณ์ว่า การผลิตจะขยายตัวร้อยละ 1.5 เมื่อเทียบกับปีก่อน สำหรับการบริโภคเหล็กปี 2569 คาดว่ามีปริมาณ 18.6 ล้านตัน ขยายตัวร้อยละ 2.2 เมื่อเทียบกับปีก่อน การผลิตและการบริโภคขยายตัวโดยมีปัจจัยจากการขยายตัวของโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ทั้งนี้ มีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก นโยบายการค้าของประเทศคู่ค้า เช่น สหรัฐอเมริกา รวมถึงการดำเนินนโยบายอุตสาหกรรมเหล็กของจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ส่งออกเหล็กรายใหญ่ของโลก เนื่องจากจะส่งผลต่อปริมาณการผลิตเหล็กในประเทศ

อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า

คาดว่า จะยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Appliances) ที่ผสานปัญญาประดิษฐ์เข้ากับการใช้งานในครัวเรือนมากขึ้น เช่น ระบบจัดการพลังงานอัตโนมัติ เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานรุ่นใหม่ รวมถึงแนวโน้มของผู้บริโภคที่หันมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัลและประหยัดพลังงานมากขึ้น ทำให้การผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยรวมมีทิศทางเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนที่ยังไม่มีแนวโน้มลดลง อาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ายังเผชิญความเสี่ยงจากการหยุดชะงักเป็นระยะขณะที่การเปลี่ยนผู้นำประเทศในหลายภูมิภาคและการทบทวนข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศยังเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจสร้างความผันผวนต่อการค้าโลกในปี 2569

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

คาดว่า จะมีการขยายตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอัจฉริยะและ Data Center เช่น เซมิคอนดักเตอร์และ HDD ทั้งนี้ แนวโน้มการลงทุนจากต่างประเทศยังคงมีทิศทางที่ดีเนื่องจากผู้ผลิตระดับโลกมองหาโครงสร้างพื้นฐานและฐานการผลิตที่มั่นคงเพื่อกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานอย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ยังดำเนินต่อเนื่อง ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวในด้านการจัดหาวัตถุดิบ การบริหารต้นทุน และการสร้างความยืดหยุ่นให้กับเครือข่ายการผลิต

อุตสาหกรรมรถยนต์

คาดว่า จะมีการผลิตรถยนต์ประมาณ 1,500,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 3.45 โดยจะเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ประมาณร้อยละ 40-45 และการผลิตเพื่อการส่งออก ร้อยละ 55-60

อุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์

คาดว่า จะมีการผลิตรถจักรยานยนต์ประมาณ 2,000,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 5.26 โดยจะเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ประมาณร้อยละ 85-90 และการผลิตเพื่อการส่งออกร้อยละ 10-15

เยื่อกระดาษ กระดาษ และสิ่งพิมพ์

แนวโน้มในปี 2569 จะเป็นโอกาสดีของอุตสาหกรรมเยื่อกระดาษ กระดาษและบรรจุภัณฑ์ แม้ว่าในปี 2568 สถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งการผลิต การส่งออก การนำเข้า ตลาดส่งออก และราคากระดาษมีความผันผวนเป็นอย่างมาก ประกอบกับความต้องการใช้ในประเทศที่อาจจะยังฟื้นตัวกลับมาได้ไม่เต็มที่นัก
แต่คาดว่าภาคส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้จากกลุ่มเยื่อกระดาษและผลิตภัณฑ์ที่ประเทศผู้นำเข้าหลักอย่างจีนยังนำเข้าต่อเนื่อง กลุ่มกระดาษและผลิตภัณฑ์จะขยายตัวได้ในอาเซียน แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังต้องติดตามสถานการณ์จากปัจจัยต่าง ๆ ที่รุมเร้า ทั้งสงครามที่ยังคงยืดเยื้อ การแข่งขันระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาที่ยังต้องติดตาม จะส่งผลให้ต้นทุนราคาวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องได้

อุตสาหกรรม​สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

การผลิตในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม โดยเฉพาะการผลิตเส้นใยประดิษฐ์และเสื้อผ้าสำเร็จรูป คาดว่าจะขยายตัวเล็กน้อย จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก สำหรับการจำหน่ายในประเทศ คาดว่าจะขยายตัวเล็กน้อยจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศเพิ่มมากขึ้นในส่วนการส่งออกสินค้าเส้นใยสิ่งทอ ผ้าผืน และเสื้อผ้าสำเร็จรูปยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์นโยบายด้านเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจเป็นปัจจัยกดดันที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าชะลอตัว รวมถึงติดตามกฎระเบียบ นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้าอย่างสม่ำเสมอเร่งยกระดับธุรกิจด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อก้าวข้ามข้อกีดกันทางการค้าในปัจจุบันและ ที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม

อุตสาหกรรมยา

คาดการณ์ว่า ปริมาณการผลิตและการจำหน่ายยาในประเทศจะปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.50-2.00 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากแนวโน้มปริมาณคำสั่งซื้อและความต้องการใช้ยาเพื่อรักษาโรคทั้งโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาเพื่อการผลิตยาในเชิงพาณิชย์มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนการนำเข้ายาจากต่างประเทศ สำหรับทิศทางการส่งออกและการนำเข้ายาของปี 2569 คาดการณ์ว่าจะหดตัวลดลงร้อยละ 1.50-2.00 ตามแนวโน้มความต้องการยาที่ปรับตัวลดลงในตลาดสำคัญทั้งในเอเชียและยุโรป รวมถึงความต้องการใช้ยาภายในประเทศ

อุตสาหกรรมยาง และผลิตภัณฑ์ยาง

คาดการณ์ได้ว่า อุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยางจะทยอยฟื้นตัวตามทิศทางเศรษฐกิจโลกโดยอุตสาหกรรมยางรถยนต์มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากความต้องการในตลาดทดแทน (Replacement Equipment Manufacturing: REM) ขณะที่ยางแปรรูปขั้นปฐมมีแนวโน้มทรงตัวถึงปรับดีขึ้นเล็กน้อยตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปลายน้ำ ส่วนอุตสาหกรรมถุงมือยางมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัว จากการปรับตัวของอุปสงค์และอุปทานในตลาดโลก รวมถึงการปรับกลยุทธ์ด้านต้นทุนและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการให้สอดคล้องกับทิศทางตลาด

อุตสาหกรรมอาหาร

คาดการณ์ว่า ภาพรวมของดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมอาหารในปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 1.5 โดยการเติบโตในภาพรวมยังอยู่ในระดับไม่สูงนัก สะท้อนข้อจำกัดจากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง ระดับหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงการชะลอตัวของภาคการท่องเที่ยว ทั้งนี้ การขยายตัวของอุตสาหกรรมอาหารในปี 2569 คาดว่าจะได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากภาคการส่งออก สำหรับกลุ่มสินค้าที่คาดว่าดัชนีผลผลิตจะขยายตัวได้ดีในปี 2569 ได้แก่ (1) ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง และไก่แปรรูป จากความต้องการบริโภคที่มากขึ้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์ไก่เป็นแหล่งโปรตีนไขมันต่ำที่มีราคาเข้าถึงง่าย เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ประกอบกับการขยายไปยังตลาดตะวันออกที่ยอมรับในมาตรฐานการผลิตสินค้าฮาลาลของไทย (2) น้ำตาล จากปริมาณผลผลิตอ้อยที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นและมีคุณภาพดีขึ้น (3) อาหารสัตว์เลี้ยง จากพฤติกรรมผู้เลี้ยงสัตว์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบและโภชนาการของอาหารสัตว์ สอดคล้องกับแนวโน้มการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัว อย่างไรก็ตาม ยังคงเผชิญความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์การค้าโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความแปรปรวนของสภาพอากาศอันเป็นผลจากภาวะโลกร้อน รวมถึงมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศคู่ค้า ซึ่งจำเป็นต้องติดตามและประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด ภายใต้บริบทของความไม่แน่นอนที่ยังอยู่ในระดับสูง

 

อ่านย้อนหลัง:

 

บทความยอดนิยม 10 อันดับ

 

อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th   

Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH