“มองเห็น = ได้เปรียบ” โซลูชัน IoT จากมิตซูบิชิ อีเล็คทริค

อัปเดตล่าสุด 23 พ.ค. 2563
  • Share :
  • 1,808 Reads   

อุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) ถือเป็นเทรนด์สำคัญของโลกที่ทำให้ภาคอุตสาหกรรมเกิดการปรับตัวเพื่อเพิ่มศักยภาพของตนในการแข่งขัน ซึ่งอุตสาหกรรม 4.0 เป็นการบูรณาการระหว่างเทคโนโลยีการผลิตและเทคโนโลยีสารสนเทศ เชื่อมต่อทางเครือข่ายด้วยเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ซึ่งจะส่งผลให้ทุกหน่วยของระบบการผลิตสามารถสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันอย่างอิสระ เพื่อการจัดการกระบวนการผลิตอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ

แม้จะมีผู้สนใจปรับปรุงระบบการผลิตเป็นจำนวนมากแต่มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่สามารถทำได้สำเร็จเนื่องจากผู้ประกอบการอาจประสบปัญหาในการเริ่มต้นพัฒนากระบวนการผลิต ไม่ทราบว่าควรปรับปรุงที่จุดไหนก่อน ใช้อุปกรณ์ใด และต้องทำอย่างไร ซึ่งแต่ละทางเลือกย่อมเกิดเป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของระบบและความต้องการ

ด้วยเหตุนี้ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ได้คิดค้น iQ Monozukuri Process Remote Monitoring
โซลูชัน IoT ที่ทำให้มองเห็นค่าการผลิต ตั้งแต่ระดับเบื้องต้นไปจนถึงการควบคุมการผลิตจากส่วนกลางและการวิเคราะห์ผลเพื่อช่วยในการปรับปรุงระบบ

โซลูชันนี้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นใช้เทคโนโลยี IoT ในไลน์การผลิตเพื่อเข้าสู่การเป็น โรงงานอัจฉริยะ(Smart Factory) เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายน้อย สามารถทำได้ง่าย ช่วยลดระยะเวลาในการเขียนโปรแกรม
เนื่องจากเป็นโปรแกรมสำเร็จรูป

iQ Monozukuri Process Remote Monitoring ช่วยพัฒนาด้านต่าง ๆ ดังนี้

โซลูชัน iQ Monozukuri Process Remote Monitoring ช่วยพัฒนาในส่วนของ Visualization เนื่องจากสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จากอุปกรณ์ในไลน์การผลิตเข้าสู่ระบบส่วนกลางได้อย่างง่ายดาย รองรับหน้าจอ GOT * 1 สูงสุดถึง 50 เครื่องด้วยกัน และยังรองรับการเก็บข้อมูลจากอุปกรณ์ที่หลากหลาย เช่น อุปกรณ์ Third-party และอุปกรณ์เก่า 

*1 หน้าจอสั่งการและแสดงผลระบบสัมผัส (HMI Touchscreen) จาก มิตซูบิชิ อีเล็คทริค

จากนั้นจึงนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาแสดงผลในระบบส่วนกลาง ซึ่งเป็นหน้าจอเทมเพลตสำเร็จรูปแบบต่าง ๆ ที่สวยงามและทำให้มองเห็นสถานะภาพระบบ ช่วยลดระยะเวลาในการทำงานเนื่องจากไม่จำเป็นต้องออกแบบหน้าจอหรือเขียนโปรแกรม และสามรถทำได้ง่ายดายด้วยการตั้งค่าระดับเบื้องต้น

โซลูชันนี้ สามารถตรวจสอบหน้างานจริงด้วยการเพิ่มกล้องวงจรปิด และทำการควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ด้วยฟังก์ชัน GOT Mobile เพื่อพัฒนาความเป็น IoT ในกระบวนการผลิต

สามารถจัดการทรัพยากรข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากอุปกรณ์การผลิตได้เป็นอย่างดี เช่น ข้อมูล operation logs และ alarm ด้วยการกำหนดเงื่อนไขการดึงข้อมูล เช่น การกำหนดด้วยวันที่ หรือชื่อโอเปอเรเตอร์ และนำข้อมูลเหล่านี้มาทำเป็นรายงานในรูปแบบไฟล์ CSV และ PDF 

นอกจากนี้ ยังสมารถอ่านและแก้ไขข้อมูลจากหลาย ๆ อุปกรณ์ในคราวเดียว ช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน เนื่องจากไม่ต้องตั้งค่าอุปกรณ์ทีละตัวเหมือนอย่างที่เคย

มาสู่ขั้นตอนสุดท้ายที่เป็นหัวใจหลักซึ่งนำไปสู่การพัฒนากระบวนการผลิต - การวิเคราะห์ 

iQ Monozukuri Process Remote Monitoring จะนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งผู้ใช้สามารถกำหนดได้ด้วยตัวเอง เช่น 

  • วิเคราะห์คุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย Xbar-R chart และ Process capability index
  • วิเคราะห์ตัวแปรที่มีผลต่อกระบวนการผลิตและแนวโน้มการเกิด alarm ด้วย Pareto chart
  • เปรียบเทียบและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการแสดงผลกราฟ Logging แบบซ้อนทับกัน ด้วยการนำข้อมูลตัวอย่างมาเปรียบเทียบกับข้อมูลปัจจุบัน ทำให้สามารถตรวจสอบการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ได้อย่างชัดเจน

จากนั้นจึงนำผลการวิเคราะห์มาช่วยระบุที่มาของปัญหา และนำมาทำการวางแผนเพื่อสร้างวิธีการปรับปรุงที่มีประสิทธิภาพในลำดับต่อไป ด้วยโซลูชัน iQ Monozukuri Process Remote Monitoring ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยี IoT มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกระบวนการผลิต จึงทำให้สามารถพัฒนากระบวนการผลิตได้โดยง่ายและคุ้มทุน เนื่องจากเป็นการใช้ร่วมกันกับอุปกรณ์ที่มีอยู่เดิม

ทั้งนี้การพัฒนากระบวนการผลิตตามคอนเซ็ปต์ e-F@ctory ของมิตซูบิชิ อิเล็คทริค สามารถเริ่มต้นทำได้ในจุดเล็ก ๆ โดยเลือกโซลูชันที่เหมาะสม เพื่อทดลองใช้ให้เกิดความคุ้มค่าและเห็นผลจริง ไม่จำเป็นต้องลงทุนจำนวนมากในครั้งเดียว และสามารถปรับปรุงเพิ่มทีละส่วนตามความเหมาะสม เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

คลิกเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : บริษัทมิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด
Website : www.mitsubishifa.co.th 
E-mail : Avassaya@mitsubishifa.co.th
Tel. 02-092-8600 


ที่มา : มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด