e-F@ctory starter package ชุดโปรแกรมสำเร็จ วิเคราะห์ข้อมูลในไลน์การผลิต จากมิตซูบิชิ อีเล็คทริค

เริ่มต้น e-F@ctory ได้ง่าย ๆ ไปกับ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค

อัปเดตล่าสุด 2 ก.ค. 2563
  • Share :
  • 910 Reads   

ด้วยแนวคิด e-F@ctory โซลูชันที่ผสานรวมระบบการผลิต และ IT เข้าด้วยกัน โดยมุ่งเน้นการเชื่อมต่อของข้อมูลแบบ Real-time ในทุกระดับ นำสู่การพัฒนาประสิทธิภาพตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึง Supply Chain ตลอดจนการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม การนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้ในสายการผลิตยังเป็นเรื่องใหม่และท้าทายสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก 

หลายครั้งที่ผู้ประกอบการยังไม่อาจประเมินความต้องการของตนต่อการลงทุนทำระบบ IoT เพื่อควบคุมและยกระดับประสิทธิภาพการผลิตในโรงงานได้ดีเพียงพอ ส่งผลให้การสร้างและออกแบบระบบ IoT ขาดความเรียบง่าย และไม่ตอบโจทย์ความต้องการได้ครบถ้วน ทั้งการเชื่อมต่อและเข้ากันได้ของเครื่องจักรและอุปกรณ์ทั้งหมด การเก็บรวบรวมข้อมูล การตั้งค่ามาตรฐาน การวิเคราะห์และประมวลผลแบบ Real-time ไปจนถึงการแสดงผล ซึ่งล้วนแต่ต้องใช้ความเข้าใจและความรู้เฉพาะด้าน สิ่งเหล่านี้จึงยังไม่ใช่เรื่องง่ายและยังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาและแนะนำ นอกจากนี้ ยังนำมาซึ่งการสิ้นเปลืองเวลา และอาจมีค่าใช้จ่ายสูงเกินกว่าที่ได้ตั้งงบไว้ก็เป็นได้ จนนำสู่ความล่าช้าหรือล้มเหลวของโปรเจกต์

จากปัญหาเหล่านี้ที่ชะลอภาคอุตสาหกรรมไทยปรับเปลี่ยนสายการผลิตสู่ Smart Factory ในยุค Industry 4.0 ได้ผลักดันให้ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (Mitsubishi Electric Factory Automation) นำเสนอ e-F@ctory starter package ให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเริ่มต้นระบบการผลิตตามแนวคิด e-F@ctory ได้โดยง่าย ด้วยงบประมาณที่ควบคุมได้ โดยที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องออกแบบอัลกอริธึมของข้อมูลที่ซับซ้อนนั้นด้วยตัวเอง และพึ่งพาการปรับเปลี่ยนสายการผลิตที่มีอยู่เดิมน้อยที่สุด

e-F@ctory Starter Package คือ
เทมเพลตโปรแกรมที่มีฟังก์ชันต่าง ๆ ทำให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี IoT ในไลน์การผลิต 
ตั้งแต่ “การจัดการ” ไปจนถึง “การวิเคราะห์อย่างง่าย”
ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยซีรี่ส์ MELSEC iQ-R และ GOT2000

 

l ประโยชน์ของ e-F@ctory starter package 

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและผลผลิต:  เทคโนโลยี IoT ช่วยให้สามารถตรวจสอบอุปกรณ์การผลิตสถานะการผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑ์แบบเรียลไทม์ทำให้สามารถตอบรับกับอุปกรณ์และผู้ปฏิบัติงานได้ง่ายขึ้น

ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง:  แพคเกจเริ่มต้นสามารถช่วยแก้ปัญหา รวมถึงเวลาในการพิจารณาและงบประมาณที่จำเป็นสำหรับการสร้างระบบ IoT

ทำให้การใช้งาน IoT เป็นเรื่องง่าย:  ชุดโปรแกรมสำเร็จที่สนับสนุนการแสดงผลและการวิเคราะห์เบื้องต้นทำให้สามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานของ IoT ในไลน์การผลิตด้วยการตั้งค่าอย่างง่าย

 

l ฟังก์ชันการจัดการ

1. แดชบอร์ด

สรุปข้อมูลต่าง ๆ ให้ผู้ใช้งานสามารถดูข้อมูลในภาพรวมได้ในทันที อาทิ ข้อมูลการผลิต, สถานะการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ค่า OEE (Overall Equipment  Efficiency), จำนวนผลิตภัณฑ์ที่สามารถผลิตได้

นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบสถานะข้อผิดพลาด/ การแจ้งเตือน ได้ในคราวเดียว รวมไปถึงสามารถเปลี่ยนหน้าเพื่อดูฟังก์ชันอื่นๆได้ อย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถตรวจหาจุดที่มีปัญหาและดูรายละเอียดนั้น ๆ ทำให้สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที

 

2. แสดงจำนวนการผลิต

แสดงข้อมูลการผลิต เช่น จำนวนผลิตภัณฑ์ทั้งหมด จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ผ่าน QC นอกจากนี้ยังสามารถแสดงผลได้ทั้งข้อมูลในอดีตและปัจจุบัน ด้วยการกำหนดประเภทของผลิตภัณฑ์ (Product Type) และ Time Zone

3. ดัชนีชี้วัดความสามารถกระบวนการ (แสดงผลแบบ Histogram)

ดัชนีชี้วัดความสามารถกระบวนการ คือ ดัชนีที่ประเมินความสามารถในการผลิตในเชิงปริมาณภายในข้อมูลจำเพาะ

สามารถตรวจสอบเสถียรภาพของกระบวนการผลิตได้ในแบบ Real-time ด้วยการแสดงสถานะของเครื่องจักร จึงทำให้สามารถปรับปรุงกระบวนการได้ทันที ด้วยการตรวจสอบค่าการกระจาย และตรวจสอบสัญญาณการแจ้งเตือนของดัชนีชี้วัดความสามารถกระบวนการ

4. มอนิเตอร์สถานะการทำงาน

แสดงสถานะการทำงานของเครื่องจักร เช่น operating/ stopped/ non-operating ในรูปแบบของกราฟเวลา และแสดงสถานะของเครื่องจักรแบบ Real-time

 

l ฟังก์ชันการซ่อมบำรุง

1. มอนิเตอร์ Cylinder & Cycle time

ตรวจวัด Cycle Time ของ Cylinder และเครื่องจักร ช่วยให้สามารถคาดคะเนความเสื่อมของเครื่องจักร (Predictive Maintenance) และตรวจจับความผิดปกติได้ นอกจากนี้ยังสามารถวัดเวลาและความถึ่ของการทำงาน และสามารถมอนิเตอร์สถานะและสัญญาณเตือนโดยใช้เวลาต่ำสุดในการกระตุ้นที่ตั้งค่าไว้

2. ตรวจสอบความผิดปกติ และแก้ไขการหยุดทำงานที่ผิดปกติ

เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นในเครื่องจักร ฟังก์ชันนี้จะแปลงการแก้ไขความผิดปกติ และประวัติการตรวจวัดให้เป็นตัวเลข ซึ่งจะแสดงตามรายละเอียดการวัดของแต่ละความผิดปกติที่ได้บันทึกไว้ นอกจากนี้ ยังสามารถบันทึกวันที่เกิดความผิดปกติและรายละเอียดการแก้ไขได้อีกด้วย

 

l ฟังก์ชันการวิเคราะห์

1. วิเคราะห์การสั่นสะเทือน (Vibration analysis)

ตรวจวัดการสั่นสะเทือนของเครื่องจักรและอุปกรณ์ และวิเคราะห์คลื่นความถี่ เพื่อทำความเข้าใจสภาพการณ์ปัจจุบันในเชิงปริมาณ และทำการตรวจจับทั้งสภาพที่ปกติและผิดปกติ นอกจากนี้ยังสามารถประเมินจุดที่เกิด ระดับความรุนแรง และสาเหตุของความผิดปกติได้อีกด้วย

2. MT method

MT method (MT ย่อมาจาก Mahalanobis-Taguchi) สามารถตรวจจับความผิดปกติในเครื่องจักรและอุปกรณ์ ประเมินค่าเบี่ยงเบน (Mahalanobis distance) จากข้อมูลทั่วไป (เช่น ข้อมูลปกติ) ให้ออกมาเป็นตัวเลข และตรวจจับระดับความรุนแรงและสัญญาณที่ปรากฎเมื่อเกิดความผิดปกติ

3. Waveform guard band monitoring

สร้างคลื่นความถี่ Guard Band (ขีดจำกัดสูงสุดและต่ำสุด) ตามคลื่นความถี่อ้างอิง และมอนิเตอร์รูปทรงของคลื่นความถี่ของข้อมูลอินพุท แล้วบันทึกคลื่นความถี่ Guard Band นั้นเป็นไฟล์ CSV และนำไปแสดงผลต่อได้

การมอนิเตอร์ Guard Band ทำการตรวจจับความผิดปกติ ด้วยการมอนิเตอร์คลื่นความถี่ ซึ่งทำได้ยากหากมอนิเตอร์ด้วยขีดจำกัดทั่วไป

l ฟังก์ชันการปรับปรุง

1. แผนภูมิพาเรโตแสดงความผิดปกติของเครื่องจักร

ฟังก์ชันนี้จะแสดงการเกิดความผิดปกติของเครื่องจักร จึงสามารถทราบถึงต้นเหตุที่ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตลดลงได้อย่างง่ายดาย ด้วยการรวบรวมข้อมูลการแจ้งเตือนที่เกิดขึ้นทั้งหมด และแสดงในแผนภูมิพาเรโต

2. แผนภูมิการควบคุม (Xbar-R chart)

มอนิเตอร์ความเสถียรของกระบวนการผลิตได้แบบ Real-time จึงทำให้สามารถทำการปรับปรุงได้ทันที ด้วยการมอนิเตอร์สัญญาณเตือน และเช็คการผันแปรของคุณภาพด้วยแผนภูมิการควบคุม X-bar R

3. วิเคราะห์เวลาที่สูญเสีย (Loss time analysis)

ฟังก์ชันนี้สามารถวิเคราะห์ได้มากถึง 16 Major Losses และ 7 Wastes ที่ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตลดลง โดยการตรวจวัดอัตราการเกิด Downtime ของแต่ละปัจจัย และแสดงผลได้ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ เปอร์เซ็นต์สะสม, Time zone และค่า 14 วันย้อนหลัง

 

จากฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกการใช้งาน ทำให้ e-F@ctory starter package จาก Mitsubishi Electric น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการที่กำลังพิจารณายกระดับประสิทธิภาพการผลิต ด้วยงบประมาณที่ไม่มากและควบคุมได้ ใช้งานง่าย ลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการทำโปรแกรม ทำให้มองเห็นสายการผลิตทั้งโรงงานได้ทุกที่ทุกเวลา จึงช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจได้

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม / Request Demo: e-F@ctory starter package คลิก


ที่มา : มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด