“Ghosn Shock” และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า

4 ธ.ค. 2561
  • Share :
  • 3,445 Reads   

“Ghosn Shock” การจับกุมตัว Mr. Carlos Ghosn อดีตประธานบริษัท Nissan กลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะจากความเสี่ยงที่อุตสาหกรรมวัตถุดิบมีแนวโน้มชะลอการสนับสนุนผู้ผลิตยานยนต์ 

ปัจจุบัน ค่ายรถทั้งตะวันออกและตะวันตก ต่างเร่งพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ากันถ้วนหน้า อย่างไรก็ตาม การพัฒนาแบตเตอรี่ที่ยังไม่มีรูปแบบมาตรฐาน ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตวัสดุเป็นอย่างมาก และคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ค่ายรถจะสามารถพัฒนาแบตเตอรี่ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันขึ้นมาได้ เพื่อให้สามารถจัดระบบซัพพลายเชนได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะนำไปสู่การลดต้นทุนการผลิตในอนาคต

ขณะนี้ ผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าคือ Tesla และ BYD Company ส่วนลำดับถัดมานั้น เป็น Volkswagen และ Toyota ที่กำลังแย่งส่วนแบ่งในตลาดกันอยู่ ซึ่งผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมเคมีแสดงความเห็นว่า “ทิศทางน่าจะเริ่มชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 หรือไม่ก็ 2021 ซึ่งจนถึงตอนนั้น เราจะมองออกว่ารถยนต์ไฟฟ้าของค่ายไหนได้รับความนิยม และอุตสาหกรรมเคมี รวมถึงอุตสาหกรรมวัตถุดิบก็จะเอนไปทางนั้น”

แน่นอนว่า หลังจากปี 2021 ไปแล้ว จะต้องมีการรวมกลุ่ม หรือแยกกลุ่มพันธมิตรเดิมในอุตสาหกรรมยานยนต์เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ความเคลื่อนไหวเหล่านี้จะนำไปสู่การลดต้นทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ที่เป็นปัจจัยหลักและส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้ามีราคาสูงในทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม “Ghosn Shock” ได้ส่งผลให้ Renault–Nissan–Mitsubishi Alliance หนึ่งในแถวหน้าการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าสูญเสียความน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดความกังวลว่า สถานการณ์เช่นนี้ จะเป็นอุปสรรคต่อการลดต้นทุนรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่


ที่มา : Nikkan Kogyo Shimbun