ยานยนต์อัตโนมัติคือสิ่งจำเป็น สำนักวิเคราะห์อังกฤษคาด ยอดพุ่งทั่วโลก

2 พ.ย. 2561
  • Share :
  • 1,218 Reads   

LMC Automotive สำนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมยานยนต์จากประเทศอังกฤษ เผยผลการคาดการณ์จำนวนยานยนต์อัตโนมัติในตลาดโลก โดย LMC คาดการณ์ว่า ยอดขายยานยนต์อัตโนมัติทั่วโลก จะเพิ่มขึ้นสูงถึง 68 ล้านคัน ภายในปี 2050 โดยมีสาเหตุจากความคืบหน้าของเทคโนโลยีความปลอดภัย แนวโน้มการจราจร และบริการใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าในปี 2025 ยอดขายยานยนต์อัตโนมัติทั่วโลก จะมีเพียง 1 ล้านคันเท่านั้น ซึ่ง Mr. Pete Kelly จาก LMC ได้กล่าวแสดงความเห็นว่า “ยานยนต์อัตโนมัติจะสำเร็จได้ต้องมองภาพรวมในระยะยาว”

ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา  LMC ได้เปิด ร่วมกับการประชุมว่าด้วยยานยนต์อัตโนมัติร่วมกับ MarkLines ที่จังหวัดโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยในที่ประชุม ทั้ง 2 บริษัทได้ร่วมกันเปิดเผยผลการคาดการณ์เพิ่มเติมไว้ว่า อย่างแย่ที่สุด ยอดขายยานยนต์อัตโนมัติจะอยู่ที่ 40 ล้านคัน และมากสุดที่ 90 ล้านคัน

Waymo หนึ่งในแนวหน้าของผู้พัฒนายานยนต์อัตโนมัติ รายงานว่าปัจจุบัน ยานยนต์อัตโนมัติที่พัฒนาอยู่นั้น หากมีใครเพียงซักคนไปยืนตรงหัวเลี้ยว ระบบจะต้องใช้เวลาถึง 15 วินาที จึงจะสามารถเลี้ยวให้ไม่เกิดอุบัติเหตุได้

ซึ่ง Mr. Kelly ได้ยกกรณีของ Waymo มาอ้างอิงในที่ประชุม และกล่าวแสดงความเห็นว่า “เห็นได้ชัดว่า ยานยนต์อัตโนมัติยังไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นจริงเร็ว ๆ นี้” โดยมีปัจจัยเช่น ผู้ใช้ ความเป็นส่วนตัว ปัญหาทางด้านกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยี ซึ่งมีอุปสรรคใหญ่ คือ ความคุ้มค่าในการลงทุน

อย่างไรก็ตาม Mr. Kelly ได้ชี้แจงต่อว่า “ยานยนต์อัตโนมัติเป็นสิ่งจำเป็น” สืบเนื่องจากปัญหาการจราจร สังคมผู้สูงอายุ และอื่น ๆ จึงทำให้ยานยนต์อัตโนมัติ คือ บริการทางคมนาคมที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ อีกทั้งจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นในอนาคต จะส่งผลให้ที่จอดรถลดลงอีกด้วย หากเปลี่ยนจากการขับรถยนต์ส่วนบุคคลมาเป็นการใช้บริการยานยนต์อัตโนมัติซึ่งเป็นบริการสาธารณะแล้ว จะสามารถชดเชยในส่วนนี้ได้เป็นอย่างมาก

ก่อนปิดงาน Mr. Kelly ได้กล่าวย้ำว่า คงต้องใช้เวลาอีกนาน กว่าจะเป็นที่แน่ชัดว่ายานยนต์อัตโนมัติจะก้าวไปในทิศทางใด ซึ่งผู้ผลิตยานยนต์ในปัจจุบัน ได้แสดงถึงแนวโน้มการแข่งขันที่จะรุนแรงขึ้นในอนาคตให้เห็นแล้ว แต่นอกจากการรีบแข่งขันเช่นนี้แล้ว ยังจำเป็นต้องคิดถึงการร่วมมือในภาพรวมอีกด้วย”


ที่มา : Nikkan Kogyo Shimbun