EASCY อนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์

9 พ.ย. 2561
  • Share :

ในช่วงเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมานี้  การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในโลกของเราอย่างรวดเร็วในทุกๆ ด้าน  สิ่งเหล่านี้ต่างเป็นปัจจัยที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่หลายภาคส่วนเริ่มให้ความสนใจ  และจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่า“Megatrends” ในอนาคต 

MegaTrends คืออะไร? 
Megatrends คือ กระแสการเปลี่ยนแปลงทั่วโลกที่จะมีผลต่อ เศรษฐกิจ ธุรกิจ สังคม วัฒนธรรม และชีวิตความเป็นอยู่ของคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  อนาคตเราอาจจะเห็นการนำเทคโนโลยีสุดล้ำมาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เช่น หุ่นยนต์สำหรับใช้ในบ้าน, Big Data, IoT, AI (ปัญญาประดิษฐ์), ระบบขับขี่ไร้คนขับ ซึ่งเริ่มมีให้เห็นแล้วในปัจจุบัน


อุตสาหกรรมยานยนต์  เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ Megatrends จะมากำหนดและสร้างจุดเปลี่ยน และจะส่งผลให้เกิดการสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับเศรษฐกิจโลก  รถยนต์ที่เราเห็นทุกวันนี้อาจเป็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของการพัฒนาไปสู่ความเป็น Smart - Mobility เต็มรูปแบบ

นักวิจัยจาก PricewaterhouseCoopers (PwC) เครือข่ายผู้ให้บริการเฉพาะกิจระดับโลก ได้รวบรวมข้อมูลแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคตไว้อย่างน่าสนใจ เรียกว่า “EASCY”  โดยแบ่งเป็น 5 แนวโน้ม ดังนี้  

E - Electrification


Electrification หรือ ระบบไฟฟ้า  จะเห็นได้ว่า ในปัจจุบันค่ายรถต่าง ๆ เริ่มมีการแข่งขันและพัฒนาระบบขับเคลื่อนยานยนต์ จากเครื่องยนต์สันดาป ไปสู่ระบบไฟฟ้า และไฮบริดมากขึ้น สืบเนื่องจากความต้องการเน้นในเรื่องของการรักษาสิ่งแแวดล้อมด้วย นอกจากนี้ ประสิทธิภาพของการใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนในหลาย ๆ ด้านนั้น ยังสูงกว่าการใช้เครื่องยนต์ดีเซลการขับเคลื่อนอีกด้วย  

C - Connected

เนื่องจากการพัฒนาระบบโทรคมนาคมในปัจจุบันนั้นก้าวไกลมาก จึงเป็นที่มาของการเกิด Connected ในรถยนต์ เนื่องจากเทคโนโลยี 4G, 5G, AI (ปัญญาประดิษฐ์)  ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบของรถยนต์ ทำให้รถในปัจจุบันนั้นถูกพัฒนาให้ฉลาดมากขึ้น  และมีแนวโน้มจะฉลาดมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมันสามารถ Connected  กับสิ่งรอบข้างได้ ไม่ว่าจะเป็น Vehicle-to-X  (V2X) คือ การเชื่อมต่อยานยนต์กับสิ่งทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น ตึก อาคาร หรือยานยนต์ด้วยกันเอง และอีกอย่างคือ Vehicle-to-world คือ การเชื่อมต่อยานยนต์กับโลกภายนอก เช่น การจองร้านอาหาร หรือ สั่งของด้วยระบบในรถยนต์

A - Automated

และเมื่อยานยนต์เกิดการ Connected กับสิ่งต่างๆ ได้แล้ว มันจะนำมาสู่การพัฒนาในขั้นต่อไป  นั้นก็คือระบบ Automated (ระบบอัตโนมัติ) กล่าวคือรถยนต์สามารถที่จะขับเคลื่อนได้เอง โดยปราศจากผู้ขับขี่ และมีความปลอดภัยสูง สามารถจัดการจราจรได้เองด้วยการ Connected ในระบบอัตโนมัติ  ผู้ขับขี่ในอนาคตจึงไม่ต้องเสียเวลาบนท้องถนนมาก เนื่องจากเราสามารถทำทุกอย่างได้ในรถ

S - Shared  

ในปัจจุบัน ความหนาแน่นของประชากรมีอัตราที่สูงขึ้นในเรื่อยๆ  ทำให้วิถีชีวิตของการเป็นสังคมเมืองกระจายไปสู่ชนบท  และเมื่อนั้นความต้องการที่จะใช้รถนั้นมีมากขึ้น ทำให้มีแนวโน้มว่าจะต้องเกิดการ Shared ขึ้นในสังคม  ในอนาคตรถยนต์นั้นจะกลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมไม่ต่างจากสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน แต่เนื่องด้วยรถยนต์เป็นสินค้าที่มีราคาสูง ซึ่งต่างจากราคาโทรศัพท์มือถือ  จึงทำให้การเกิดเทรนด์การแชร์การเดินทางในสังคมเมืองเช่น การนำรถโดยสารสาธารณะที่เป็นระบบไร้คนขับมาใช้  

Y - Yearly Updated


ปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นรวดเร็ว  ทำให้ซอฟแวร์ที่นำมาใช้ในรถยนต์นั้นสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น โมเดลรถยนต์ในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกๆ 5-8 ปี อาจจะกลายเป็น Yearly Updated ซึ่งจะอัพเดตโมเดลรถยนต์กันแบบปีต่อปี เฉกเช่นการอัพเดตระบบซอฟแวร์ในสมาร์ทโฟนเลยทีเดียว และเมื่อซอฟแวร์ในรถยนต์มีการอัพเดต ฮาร์ดแวร์ภายนอกก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน 

จะเห็นได้ว่าปัจจุบัน ค่ายรถหลายค่าย รวมถึงผู้ผลิตยานยนต์สตาร์ทอัพ ได้เริ่มดำเนินการพัฒนายานยนต์ของตนตามแนวโน้มเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมากกว่าเป็นที่เรียบร้อย ยืนยันถึงอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่จะเดินหน้าไปได้เป็นอย่างดี


ที่มา : M Report