สถาบันวิจัย Mizuho ชี้ 3 ปัญหาของไทย แต่จะเป็นโอกาสขยายธุรกิจสู่ตลาดอาเซียน

อัปเดตล่าสุด 13 ก.พ. 2563
  • 875 Reads   

สำหรับนักลงทุนญี่ปุ่นแล้ว ประเทศไทยนับเป็นประเทศที่น่าสนใจที่สุดในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) และมีการลงทุนเป็นเม็ดเงินสูงถึง 7 ล้านล้านเยนในปี 2018 มากกว่าอินโดนีเซีย 2 เท่า และมากกว่าเวียดนาม 4 เท่า ซึ่งปัจจุบันในไทยมีบริษัทญี่ปุ่นมากกว่า 5,000 บริษัท ด้วยเหตุนี้เอง หากจะกล่าวว่าไทยเป็นฐานการผลิตแห่งอาเซียนของบริษัทญี่ปุ่นก็คงไม่ใช่เรื่องเกินไปนัก อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาหลายประการ ซึ่ง Mizuho Research Institute สถาบันวิจัยในเครือ Mizuho Bank ได้จัดงานสัมมนาขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2019 พร้อมระบุปัญหาสำคัญ 3 ข้อ ที่ส่งผลต่อธุรกิจในไทย และชี้แนวทางการเปลี่ยนวิกฤตปัญหามาเป็นตัวช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้ ดังนี้

1. เงินบาทแข็ง

ปัจจุบัน หลายประเทศในอาเซียนประสบปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ทำให้มีเงินลงทุนในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมต่ำ ซึ่งประเทศไทยไม่ประสบปัญหานี้ อย่างไรก็ตาม หลังการเลือกตั้งในเดือนมีนาคม 2562 การจัดตั้งรัฐบาลทหารส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น โดยในปีที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 7% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแม้จะเป็นผลดีกับการนำเข้า แต่เป็นผลเสียต่อการส่งออกอย่างยิ่ง ดังนั้น สำหรับธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออกแล้ว ทำให้ผลกำไรลดลงเป็นอย่างมาก

2. Thailand 4.0

หากคำนวณจาก GDP จะพบว่า ปัจจุบัน ประชากรไทยมีรายได้ต่อคนอยู่ที่ 7,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ไทยเป็นประเทศรายได้ปานกลางค่อนไปทางสูง อย่างไรก็ตาม การผลักดันนโยบาย Thailand 4.0 จากภาครัฐ ซึ่งมุ่งให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ และสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ธุรกิจจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่ทุกบริษัทจะสามารถลงทุนเป็นเงินจำนวนมากเช่นนี้ได้

3. บุคลากร 

ประเทศไทยมีอัตราการว่างงานอยู่ที่ประมาณ 1% ซึ่งจัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ทำให้แรงงานหายากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหาบุคลากรที่มีทักษะตรงตามต้องการของบริษัท อีกทั้งด้วยจำนวนบริษัทสตาร์ทอัพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีให้หลังมานี้ ทำให้อัตราการย้ายงานในกลุ่มแรงงานอายุน้อยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การรักษาบุคลากรยากขึ้นไปอีก

“จากปัญหาทั้ง 3 ข้อข้างต้น ธุรกิจญี่ปุ่นมองว่า เป็นโอกาสอันดีที่ขยับขยายธุรกิจในไทยสู่ระดับภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะกัมพูชา ลาว และเมียนมาร์ โดยมีไทยเป็นศูนย์กลาง”

เนื่องจากมีแนวโน้มสูงเป็นอย่างยิ่งที่จะเกิดการหลั่งไหลของเงินบาทเข้าไปยังทั้ง 3 ประเทศ สอดคล้องกับแนวทางการลดการแข็งค่าของเงินบาท นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีใหม่ เช่น เครือข่าย 5G เข้ามาใช้ในไทย ก็เป็นอีกแนวทางการสร้างรายได้ให้บริษัท ด้วยการดึงดูดให้ประเทศเพื่อนบ้านหันมาใช้เทคโนโลยีเดียวกันนี้ รวมไปถึงการสร้างศูนย์พัฒนาแรงงาน ซึ่งนอกจากจะทำให้แรงงานมีทักษะเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นการดึงแรงงานจากต่างประเทศเข้ามาตลาดแรงงานไทยเพิ่มขึ้นอีกด้วย


ที่มา : Nikkan Kogyo Shimbun