Osamu Inoue ประธาน Sumitomo Electric เผย “เร่งรับมือ EV และยานยนต์อัตโนมัติ”

22 ม.ค. 2561
  • Share :

ปัจจุบัน Sumitomo Electric มีแนวโน้มขยายธุรกิจด้านอื่นๆ เพื่อให้สมดุลกับธุรกิจยานยนต์หรือเปล่า

“แน่นอนว่าเราคำนึงถึงการเติบโตของทุกภาคธุรกิจ แต่ด้วยยอดขายที่มากเกินครึ่งของธุรกิจยานยนต์นั้นทำให้เราเห็นภาพของความมั่นคงชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน Wire Harness ที่เป็นสินค้าหลักของเราก็ถูกนำไปใช้ในระบบยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์อัตโนมัติมากขึ้น ทำให้สามารถคาดหวังยอดขายของ Wire Harness และ Connector ในจีนได้ นอกจากนี้ เรายังอยู่ระหว่างการเพิ่มจำนวนวิศวกรประจำศูนย์วิจัยและพัฒนาที่เซี่ยงไฮ้และซูโจว ซึ่งปัจจุบันเรามีวิศวกรมากกว่า 150 คน จากเดิมที่มีเพียง 20 – 30 คนเท่านั้นเมื่อปี 2005”

แล้วมีแผนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สำหรับยานยนต์อย่างไร

“เรามีแผนจะวางจำหน่ายระบบตรวจสอบแบตเตอรี่ยานยนต์ และ Flexible printed circuits (FPS) สำหรับเดินสายแพ็คแบตเตอรี่ควบคู่กัน โดย FPC จะเข้ามามีบทบาทช่วยเสริมสร้างความสะดวกในการเดินสาย โดยคาดการณ์ว่ากลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นผู้ผลิตยานยนต์ไฮบริด และรถรุ่นที่ซื้อสินค้าเราไปใช้นี้น่าจะออกสู่ตลาดได้ในปี 2018 – 2019 นี้ นอกจากนี้เรายังมีแผนเสริมกำลังผลิตขดลวดมอเตอร์ EV เพื่อให้ยอดขายในปี 2018 เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า”

ในส่วนของธุรกิจสายไฟ คิดว่าหลังจากที่ปรับปรุงโรงงานในญี่ปุ่นแล้วจะมีแผนการยังไงต่อ

“ในปี 2018 นี้ หากเป็นไปได้เราก็อยากจะรับออเดอร์ประเภทสายไฟฟ้าใต้น้ำหรือโครงการขนาดใหญ่จากยุโรป ซึ่งในยุโรปนั้น มีโครงการสำคัญอีกมากที่ต้องการทั้งสถานีย่อยและสายส่งพลังงาน เราสามารถใช้ช่องทางนี้เพื่อเข้าไปเสนอเป็นส่วนร่วมได้ อย่างเช่นในปัจจุบันที่เราได้ยื่นเสนอความร่วมมือให้กับ Siemens อย่างไรก็ตามลูกค้าบางส่วนก็ต้องการที่จะนำสินค้าของเราไปใช้ในวัตถุประสงค์ทางการขายและแจกจ่ายพลังงาน ซึ่งเราก็อยู่ระหว่างการพิจารณาในส่วนนี้ โดยธุรกิจสายไฟฟ้าของเรานั้น มีมูลค่าสูงสุดอยู่ที่ปีละ 2 แสนล้านเยน และเรากำลังอยู่ระหว่างการวางแผนว่า เราจะสามารถเพิ่มยอดนี้ให้สูงขึ้นอีก 1.3 เท่า ภายในปีงบประมาณ 2022 ได้หรือไม่”

โดยส่วนตัวแล้ว คุณ Osamu Inoue มีมุมมองต่อธุรกิจเทคโนโลยีและการสื่อสารอย่างไร

“คิดว่าบริษัทโทรคมนาคมจะมีการลงทุนทางด้าน 5G และการออกอากาศแบบ 4K – 8K มากขึ้น เราจึงวางแผนส่งเสริมสายการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์สื่อสารด้วยแสง ที่โยโกฮาม่า โทจิกิ และประเทศจีน เพื่อเพิ่มยอดในปีงบประมาณ 2018 และ 2019 ต่อไป”

คิดอย่างไรกับปัญหาการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเมื่อปี 2017 บ้าง

“ปกติแล้วทางบริษัทเราจะทำการตรวจสอบคุณภาพสินค้าทุกครั้งหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการผลิต แต่เมื่อมีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเราจึงทำการตรวจสอบวัสดุที่จะนำมาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนรับมอบ แล้วให้ส่วนต่างๆส่งข้อมูลของสินค้าที่มีปัญหามายังบริษัทใหญ่ ก่อนที่จะนำไปสู่กระบวนการผลิตถัดไป เพื่อให้ไม่เกิดเป็นข้อผิดพลาดที่อาจมองผ่านได้ด้วยความเคยชิน”


ที่มา : Nikkan Kogyo Shimbun