สถาบันไฟฟ้าฯ ยกระดับศักยภาพห้องปฏิบัติการทดสอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

สถาบันไฟฟ้าฯ ยกระดับศักยภาพห้องปฏิบัติการทดสอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รองรับข้อกำหนดใหม่

อัปเดตล่าสุด 21 ก.พ. 2567
  • Share :
  • 712 Reads   

สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EEI) จัดกิจกรรมเปิดห้องปฏิบัติการทดสอบด้านประสิทธิภาพ ด้านการติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่าง และด้านความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับการประกาศข้อกำหนดของหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะเริ่มมีผลใช้ในปี 67 นี้ 

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ได้จัดกิจกรรม “งานเปิดห้องปฏิบัติการทดสอบด้านประสิทธิภาพ  ด้านการติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่าง และด้านความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” โดยนายณรัฐ รุจิรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบัน กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อแสดงความพร้อมและขีดความสามารถของสถาบันไฟฟ้าฯ สำหรับการตรวจสอบรับรองรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในด้านการติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่างและอุปกรณ์สัญญาณ ด้านประสิทธิภาพพลังงาน และด้านความกันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า ตามข้อกำหนดการทดสอบของกรมการขนส่งทางบก  การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เป็นการอำนวยความสะดวกในการทดสอบผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ประกอบการ ลดต้นทุน และลดค่าใช้จ่ายในการส่งสินค้าไปทดสอบยังต่างประเทศ ซึ่งเป็นการรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม สนับสนุนนโยบายของภาครัฐ รวมถึงผู้บริโภคได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูง ถือเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

นายณรัฐ รุจิรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบัน กล่าวว่า “การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่ภาครัฐให้การสนับสนุนและขับเคลื่อนทั้งในส่วนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการทดสอบผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าและการส่งเสริมมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าตามเป้าหมาย EV30@2030 เพื่อให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก  การเปิดห้องปฏิบัติการทดสอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าด้านประสิทธิภาพ  การติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่าง และด้านความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าในวันนี้ ถือได้ว่าเป็นการยกระดับศักยภาพของห้องปฏิบัติการทดสอบในการให้บริการตรวจสอบและรับรองรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรตามประกาศข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก  ข้อกำหนดของโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รวมถึงการประกาศมาตรฐานของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเปิดให้บริการทดสอบของห้องปฏิบัติการทดสอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้านี้ จะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ เป็นก้าวกระโดดสำคัญในการสนับสนุนและยกระดับผู้ประกอบการของไทยให้สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและแข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างยั่งยืน”

นายวิธีร์ ศรีมงคล ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบ เปิดเผยว่า “สถาบันไฟฟ้าฯ ในฐานะหน่วยงานตรวจสอบและรับรองผลิตภัณธ์ของประเทศ  เน้นให้ความสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบนโยบายของรัฐบาล การยกระดับศักยภาพของห้องปฏิบัติการทดสอบสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในครั้งนี้ เป็นการแสดงพร้อมในการให้บริการทดสอบเพื่อรองรับการประกาศข้อกำหนดของหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะเริ่มมีผลใช้ในปี พ.ศ. 2567 เช่น ข้อกำหนดการติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่างและอุปกรณ์แสงสัญญาณของรถจักรยานยนต์ UN ECE R53  ข้อกำหนดด้านความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าสำหรับระบบเบรค ABS (Anti-Lock Brake System) ตามมาตรฐาน UN ECE R78 ข้อกำหนดสำหรับมาตรวัดความเร็วและมาตรวัดระยะทางตามมาตรฐาน UN ECE R39 รวมถึงข้อกำหนดของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในโครงการฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง  ทั้งนี้ประกาศข้อกำหนดการทดสอบดังกล่าวจะอ้างอิงมาตรฐานสากลและมาตฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจะช่วยให้ผู้บริโภคได้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีความปลอดภัย มีสมรรถนะและประสิทธิภาพดี ตลอดจนช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ และรักษาความสามารถในการแข่งขันได้”

“สถาบันไฟฟ้าฯ มีความพร้อมด้านการตรวจสอบและรับรองผลิตภัณฑ์สำคัญต่างๆ ใน EV Ecosystem ได้แก่ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้า สถานีอัดประจุไฟฟ้า  มอเตอร์ไฟฟ้า เป็นต้น  เป็นหน่วยงานหลักในการอำนวยความสะดวกสำหรับการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบตามข้อกำหนดจะช่วยให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า โดยกิจกรรมบริการดังกล่าวของสถาบันฯ ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญด้านการมาตรฐานในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน”