สถานการณ์โลกเช่นนี้ ธุรกิจส่งออกอยู่อย่างไร?

อัปเดตล่าสุด 10 มิ.ย. 2562
  • Share :
  • 512 Reads   

นโยบายขึ้นภาษีสินค้าของสหรัฐอเมริกา ที่มีต่อเม็กซิโก และจีนนั้น เป็นนโยบายที่หลายฝ่ายกังวลเป็นอย่างมากว่า จะไม่ได้ส่งผลเพียงแค่ 2 ประเทศนี้ แต่เป็นเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่มีรายได้หลักมาจากการส่งออก ซึ่งได้รับอิทธิพลง่าย และค่าเงินที่แข็งค่าเกินไปจนกลายเป็นข้อเสียได้ ซึ่งในสภาวะที่แนวโน้มในตลาดโลกไม่แน่นอนเช่นนี้เอง ที่ธุรกิจซึ่งพึ่งพาการส่งออก จำเป็นจะต้องมองหาช่องทางทำกำไรเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่ติดขัด 

จีน ช่องทางของอิเล็กทรอนิกส์

อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ต่างยกให้จีนเป็นตลาดสำคัญสำหรับชิ้นส่วน 5G ชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า และอื่น ๆ ซึ่งมีผู้คาดการณ์ว่า นับจากนี้ไปจนถึงไตรมาสแรกปี 2020 ความต้องการสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์รับส่งสัญญาณในจีนจะลดลง อย่างไรก็ตาม ด้วยความพยายามเร่งเดินหน้าเทคโนโลยี 5G ในจีนเอง ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้หลายบริษัทแสดงความเห็นว่า หลัง 5G เป็นที่แพร่หลายแล้ว ความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับสมาร์ทโฟนในจีนจะกลับมาพุ่งสูงได้ในที่สุด

ส่วนความก้าวหน้าทางด้านรถยนต์ไฟฟ้านั้นกลับไปในทิศทางที่ไม่ดีเท่าที่คาดการณ์ สืบเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก ส่งผลให้ความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ไม่โตเท่าที่คาด อย่างไรก็ตาม ความต้องการชิ้นส่วนสำหรับ Advanced driver-assistance systems (ADAS) ยังคงพุ่งสู่งเช่นที่แล้วมา

อีกแรงผลักดันหนึ่งของตลาดยานยนต์ คือ นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในแต่ละประเทศ ซึ่งแม้จะมีเนื้อหา และรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกัน แต่ก็ไม่แตกต่างกันในด้านของความจำเป็นในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งคาดการณ์ว่า จีนจะกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในด้านนี้

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป้าหมายของอุตสาหกรรมยานยนต์

สภาวะตลาดยานยนต์สหรัฐ ส่งผลให้ค่ายรถหลายค่ายหันมาให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความต้องการสูง และมีประเด็นที่น่ากังวลน้อยกว่าแทนแทน ยกตัวอย่างเช่น Mitsubishi Automotive ซึ่งรายงานว่าสามารถทำยอดได้ดีในปีงบประมาณที่แล้วในประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ก็เป็นไปได้ว่า หากสงครามการค้า และ Brexit มีผลกระทบเป็นวงกว้างขึ้นแล้ว กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาก็จะได้รับผลกระทบเหล่านี้ตามไปด้วย

Mr. Osamu Masuko CEO บริษัท Mitsubishi Automotive แสดงความเห็นว่า เดิมทีแล้ว ค่ายรถส่วนใหญ่ จะมุ่งไปที่การทำตลาดแบบทั่วโลก เพื่อให้สามารถทำยอดขายได้สูงสุด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ได้บีบให้ค่ายรถหันมาเลือกให้ความสำคัญกับตลาดที่มีศักยภาพ และโฟกัสเฉพาะภูมิภาคที่สามารถทำยอดขายได้ดีมากกว่า

ส่วน Honda นั้นในปีงบประมาณที่ผ่านมา เป็นค่ายรถญี่ปุ่นที่มียอดส่งออกสูงที่สุด อย่างไรก็ตาม ก็เป็นบริษัทนี้เอง ที่หันมาให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนการผลิต และมุ่งเน้นไปที่คุณภาพมากกว่าจะเน้นยอดขายเป็นจำนวนคันในขณะนี้ 

ประเทศกำลังพัฒนา อีกกุญแจสำคัญของการเติบโต

สำหรับธุรกิจที่มีรายได้หลักจากการส่งออกนั้น การจะเข้าสู่ตลาดที่มีการแข่งขันสูงอยู่แล้วแต่เดิมนั้นเป็นเรื่องยาก แต่ก็มีอีกทางเลือก คือ การเข้าสู่ตลาดของประเทศกำลังพัฒนาแทนที่

ยกตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมจักรยานยนต์ ซึ่งมีภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีความต้องการจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นปีละมากกว่า 20% ซึ่งเมื่อรวมกับรายได้ของประเทศที่มากขึ้นในช่วงหลังมานี้เอง ทำให้ความต้องการไม่จำกัดไว้เพียงแค่จักรยานยนต์โมเดลทั่วไป แต่ยังเพิ่มขึ้นในหมวดจักรยานยนต์ราคาแพงอีกด้วย

Yamaha Motor Philippines รายงานว่า ในประเทศฟิลิปปินส์ ประชากรส่วนใหญ่มีอายุน้อย และมีผู้ที่เป็นเจ้าของจักรยานยนต์อยู่น้อยมาก ทำให้จักรยานยนต์ เป็นสินค้าที่ควรค่าแก่การเข้าทำตลาดเป็นอย่างยิ่ง

Sysmex Corporation ธุรกิจด้านสุขภาพ รายงานว่า ในประเทศพัฒนาแล้ว โอกาสเติบโตของธุรกิจด้านสุขภาพนั้นค่อนข้างน้อย เนื่องจากผู้บริโภค และอุตสาหกรรมต่างต้องการเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่ดีขึ้น เช่น การนำ AI และ IoT มาใช้ทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งการแพทย์ยังไม่ทั่วถึง และมีอัตราเกิดสูงนี้เอง ที่ทำให้โอกาสเติบโตของธุรกิจด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นสูงมาก ยกตัวอย่างเช่นในอินโดนีเซีย และแอฟริกา หรือการเจาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยในอินเดีย และจีน ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน


ที่มา : Nikkan Kogyo Shimbun