“อรรณพ จิโรจจาตุรนต์” เผยแผน ปี’64 “JSR Group” รุกตลาด 4.0 ชูจุดแข็ง ครบทุกเครื่อง

“อรรณพ จิโรจจาตุรนต์” เผยแผน ปี’64 “JSR Group” รุกตลาด 4.0 ชูจุดแข็ง ครบทุกเครื่อง

อัปเดตล่าสุด 24 ธ.ค. 2563
  • Share :
  • 744 Reads   

JSR Group รุกตลาด 4.0 เปิดฉากรับโปรเจกต์บูรณาการระบบอัตโนมัติ ชูจุดแข็ง ครบทุกเครื่อง ทั้งเครื่องมืออุตสาหกรรม เครื่องมือวัดละเอียด เครื่องมือกัดโลหะ เครื่องมือทดสอบ และเครื่องมือไฟฟ้า พร้อมทัพพันธมิตรท็อปแบรนด์ทั่วโลก

กลุ่มบริษัท จ.ศรีรุ่งเรือง จำกัด (JSR Group) นับเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจเครื่องมืออุตสาหกรรมในไทยมายาวนานกว่า 50 ปี จากย่างก้าวแรกของการให้บริการลูกค้าในธุรกิจก่อสร้างขยายสู่อุตสาหกรรมการผลิตตามการเติบโตของประเทศไทยในฐานะฮับการผลิตแห่งอาเซียน

นายอรรณพ จิโรจจาตุรนต์ ผู้บริหาร JSR Group เปิดเผยว่า หลังอุตสาหกรรมการผลิตหลายเซกเตอร์หดตัวอย่างหนักจากวิกฤตโควิด-19 แต่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส โดยปัจจุบันซึ่งเป็นยุคแห่งเทคโนโลยีเช่นนี้แล้ว ทำให้เทคโนโลยต่าง ๆ ถูกนำมาประยุกต์ใช้ และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความได้เปรียบให้กับหลายธุรกิจ จนเป็นที่ชัดเจนว่า ใครไม่เร่งสปีดปรับตัวรับเทคโนโลยีใหม่ก็จะถูกเบียดตกเวทีในไม่ช้า

ปัจจุบัน ภาคอุตสาหกรรมไทยต่างมีการตื่นตัวและให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีตามแนวทางอุตสาหกรรม 4.0 แต่หากพิจารณาอย่างตรงไปตรงมาแล้วจะพบว่า ประเทศไทยยังไปไม่ถึง 4.0 โดยเฉพาะการสื่อสารและเชื่อมโยงระหว่างเครื่องจักร เครื่องมือ และซอฟต์แวร์ปฏิบัติการทั้งหลาย เพื่อให้การทำงานตลอดกระบวนการเป็นไปโดยอัตโนมัติ เนื่องด้วยระบบการผลิตในโรงงานส่วนใหญ่ของไทยยังเป็นแบบดั้งเดิม หลายโรงงานเริ่มปรับเป็นกระบวนการอัตโนมัติบางส่วนให้ทำงานร่วมกับระบบดั้งเดิม ขณะที่โรงงานระดับท็อปของประเทศซึ่งมีเงินทุนมหาศาลได้ปรับเปลี่ยนตามแนวทางอุตสาหกรรม 4.0 ให้เป็น Smart Factory แล้ว จะเห็นว่ามีช่องว่างของความได้เปรียบเสียเปรียบกันของโรงงานแต่ละระดับ ซึ่งนี่เป็นเพียงประเทศไทย แต่ความจริงคือการแข่งขันวันนี้ไม่มีขีดคั่นของพื้นที่หรือประเทศอีกต่อไป 

เมื่อ “เปลี่ยนแปลง” ต้อง “ปรับตัว” สู่ 6 เรือธงบนกระแสน้ำ 4.0

โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย การมาของเทคโนโลยีใหม่ ๆ นั้น ทำให้เกิดดิสรัปชันขึ้น แต่ก็เป็นโอกาสในการพัฒนาและปรับตัวเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในเวทีโลก ซึ่ง JSR Group ในวันนี้ ไม่เพียงแต่จำหน่ายสินค้าชั้นนำสำหรับภาคอุตสาหกรรมการผลิตเท่านั้น แต่ได้ปรับสู่การเสนอไอเดียและโซลูชัน ร่วมกับการคัดสรรและสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและแก้ปัญหาของลูกค้าให้มีระบบการผลิตประสิทธิภาพสูงและคุ้มค่า 

สำหรับในปี 2564 นี้ JSR Group กำหนดพื้นที่ยุทธศาสตร์ 6 เรือธงตามแนวทางอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อมุ่งสู่การเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และลดต้นทุนที่แท้จริงลงทั้งระบบ ซึ่งยุทธศาสตร์ 6 เรือธง ประกอบด้วย

  • Data Management ซอฟต์แวร์ประมวลผลข้อมูลการวัดแบบเรียลไทม์ โดยพร้อมตอบโจทย์ทั้งโรงงานที่ใช้เครื่องมือวัดส่วนใหญ่ยี่ห้อ Mitutoyo และเครื่องมือวัดยี่ห้ออื่น ๆ โดยใช้ซอฟต์แวร์หลักคือ MeasurLink(R) และ AMSA
  • Machine Monitoring จากแบรนด์ ARTIS โดย MARPOSS อุปกรณ์สำหรับติดตามและประมวลผลการทำงานของเครื่องจักร และการสึกหรอของ Cutting Tools ในเครื่องจักรบนสายการผลิต 

 

  • ปรับปรุงคุณภาพการกัดงานเพื่อได้ผิวงานที่ดีและได้ประสิทธิภาพสูงสุดด้วย Haimer ซึ่งเป็นระบบที่ครบวงจรเพื่อทำงานร่วมกับเครื่องแมชชีนนิ่งเซ็นเตอร์ ประกอบด้วย 1. Haimer PowerClamp (Shrink Fit Machine) ระบบการจับยึดทูลส์ด้วยความร้อน 2. Haimer MicroSet (Tool Presetter) เครื่องที่ช่วยลดเวลาในการเซ็ทอัพทูลส์ก่อนการกัดงาน และ 3. Haimer ToolDynamic (Balancing Machine) เครื่องสำหรับปรับสมดุลของหัวจับและทูลส์เพื่อการทำงานในรอบสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดปัญหาของการแกว่งของหัวจับและทูลส์ระหว่างทำงาน ทำให้สามารถลดปัญหาการสึกหรอของทูลส์ รวมถึงแรงที่กระทำต่อแกน Spindle ของเครื่องจักรด้วย

Haimer Balancing Machines

  • P50 + HiPRe2 จากแบรนด์ MOLDINO โดย P50 มาจาก Production 50 คือ แนวคิดการกัดงานเพื่อลดต้นทุนลง 50% และเพื่อจะทำให้ P50 สำเร็จได้ง่ายขึ้น จะต้องเริ่มจาก HiPRe2 (High precision pre-finishing) คือ กัดหยาบให้ละเอียดยิ่งขึ้น นั่นหมายถึงการลดต้นทุนตั้งแต่จุดเริ่มต้นของงาน หรือลดค่าใช้จ่ายตลอดกระบวนการกัดงานนั่นเอง 
  • โซลูชันด้านระบบ Automation บูรณาการร่วมกับการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพ (Quality Control and Inspection) โดย JSR จะทำงานร่วมกับพันธมิตรด้าน System Integrator (SI) รองรับงาน Palletizer, Sorting, Loading/Unloading ซึ่งมุ่งเน้นขยายตลาดจากอุตสาหกรรมการผลิตสู่ลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งปัจจุบันเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในการยกระดับเป็นสายการผลิตแบบอัตโนมัติหรือกึ่งอัตโนมัติ เพื่อสอดรับกับความต้องการทั้งด้านความสะอาด และเสริมกำลังการผลิตให้สูงขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ 
  • Visual Inspection ระบบวิชั่นเพื่อตรวจสอบคุณภาพการผลิต ส่วนนี้จะเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในโซลูชันด้านระบบอัตโนมัติ จึงอาจประเมินได้ว่าจะเติบโตเคียงข้างกันไป

“การจะเข้าสู่ยุค 4.0 อย่างแท้จริงจำเป็นต้องมีความพร้อมในสภาพแวดล้อมทั้งเครื่องจักร ซอฟต์แวร์ และผู้ปฏิบัตงาน ซึ่ง JSR ก็พร้อมจะเข้าสนับสนุนในส่วนนี้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถก้าวไปสู่ยุค 4.0 ได้อย่างมั่นคง” นายอรรณพปิดประเด็นทิ้งท้าย

 

อ่านต่อ


ที่มา : M Report