AI ไม่ได้เหนือกว่ามนุษย์ในทุกด้าน?

26 ต.ค. 2561
  • Share :

ปัจจุบัน ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) คือเทคโนโลยีที่ถูกคาดการณ์ว่าจะมีการนำมาใช้ในธุรกิจหลายประเภท โดยเฉพาะการใช้ประมวลผลข้อมูลตัวแปรต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ ผู้ใช้จำเป็นต้องเข้าใจผลดีและผลเสียของการใช้ AI เสียก่อน จึงจะสามารถนำมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพได้

Mio Analytics วิเคราะห์ว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการนำ AI มาใช้ คือ ผู้ใช้จำเป็นต้องพิจารณาเสียก่อนว่าข้อมูลใดบ้าง ที่จะนำไปให้ AI ใช้ในการคำนวณ ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการคำนวณแนวโน้มยอดขายในอนาคต ก็ต้องพิจารณาข้อมูลเป็นส่วน ๆ ไปว่า ส่วนใดมีความจำเป็น และส่วนใดที่ไม่จำเป็น

ในขั้นตอนนี้เอง หากจำเป็นต้องทำการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว ต้องมีความถี่ในการรวบรวมแค่ไหน และต้องการข้อมูลละเอียดเพียงใด ต้องหาข้อมูลเตรียมไว้ล่วงหน้ากี่วันก่อนการประมวลผล และอื่น ๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นขั้นตอนที่มนุษย์ต้องพิจารณา ไม่อาจให้ AI ทำแทนได้

และในขั้นตอนเหล่านี้เอง สิ่งที่เป็นปัญหาคือ หากข้อมูลที่รวบรวมมามีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง หรือพบว่าข้อมูลบกพร่องแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไร

ปัจจัยเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้การคาดการณ์โดย AI ไม่แม่นยำ และเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับผู้ใช้หลายราย นอกจากนี้ ยังมีกรณีข้อมูลไม่เพียงพออีกด้วย เช่น ต้องการทำนายแนวโน้มตลาดล่วงหน้า 3 เดือน แต่มีข้อมูลย้อนกลับไปที่ใช้งานได้จริงเพียงเดือนเดียว

ด้วยเหตุนี้เอง การนำ AI มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพได้นั้น ผู้ใช้จึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจถึงวิธีใช้เสียก่อน นอกจากนี้ การทำนายโดย AI ยังมีจุดที่แตกต่างกับการทำนายโดยมนุษย์อย่างหนึ่ง คือ AI ไม่สามารถตั้งเป้าหมายการเติบโตได้อีกด้วย การทำนายโดย AI จึงเหมาะกับการใช้คาดการณ์ในระยะสั้น มากกว่าการคาดการณ์ในระยะยาว

กรณีตัวอย่าง

ปัจจุบัน ในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจต่าง ๆ นั้น AI มีวิธีการใช้อีกวิธีที่เป็นที่นิยม คือ การนำมาใช้ในการโฆษณา โดยเลือกที่จะแสดงโฆษณาของบริษัทหรือผลิตภัณฑ์ ให้กลับกลุ่มเป้าหมายที่ “มีกำลังซื้อเพียงพอ” หรือ “มีความเป็นไปได้สูงที่จะสนใจสินค้า” อย่างไรก็ตาม วิธีใช้งานแบบนี้ ก็จำเป็นต้องมีข้อมูลของ “ผู้มีกำลังซื้อ” และ “ผู้ให้ความสนใจ” เสียก่อน AI จึงจะสามารถทำงานให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีได้ กล่าวคือ หากขาดขุมข้อมูล หรือ Big Data ไปแล้ว AI ก็จะไม่สามารถทำงานให้แม่นยำได้

ด้วยเหตุนี้เอง ผู้ประกอบธุรกิจส่วนหนึ่ง จึงเลือกให้เอเจนซี่โฆษณาทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลแทน อย่างไรก็ตาม แม้จะมี Big Data แล้ว แต่ข้อมูล เช่น “ผู้มีกำลังซื้อ” และ “ผู้ให้ความสนใจ” นั้น จะมีความแม่นยำอย่างมากที่สุดก็คือในช่วงเวลาที่รวบรวมข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้การันตีว่าหลังจากรวบรวมข้อมูลแล้วจะมีแนวโน้มเช่นไร ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้การโฆษณาด้วย AI ส่วนใหญ่ มีผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ไม่คุ้มค่าตามที่คาดหวัง

กรณีเช่นนี้เอง ที่ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่า AI จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้นั้น จำเป็นต้องมีข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้น เช่น “สนใจซื้อ แต่ไม่ซื้อด้วยเหตุผลบางอย่าง” “มีแนวโน้มว่าจะซื้อ แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่” “มีความสนใจ แต่ซื้อไปแล้วก่อนจะเห็นโฆษณา” และหาก AI สามารถเข้าใจขุมข้อมูลเหล่านี้ได้ ก็จะสามารถทำงานได้แม่นยำมากขึ้น

จากการทดลอง โดยเลือกแสดงโฆษณาให้กับ “ผู้ที่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้าสูงหลังจากเห็นโฆษณา” แทนแล้ว พบว่ามีผู้ซื้อมากขึ้นจากเดิมมากถึง 5 เท่า ด้วยต้นทุนการโฆษณาที่เท่ากัน และมีประสิทธิภาพสูงกว่าการใช้พนักงานอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเหตุผลหลักคือ AI สามารถทำงานได้ 24 ชม.

จากกรณีตัวอย่างนี้เอง ที่เป็นสิ่งยืนยันชัดว่าแม้ AI จะมีประสิทธิภาพ แต่ AI ก็ไม่ได้ฉลาดเหนือกว่ามนุษย์ในทุกด้านแต่อย่างใด

อ่านต่อ
มุมมองนักวิเคราะห์ญี่ปุ่น "AI จะชนะมนุษย์หรือไม่"


ที่มา : Nikkan Kogyo Shimbun