ผู้ผลิตเซมิคอนดัคเตอร์รุกตลาด Image Sensor สำหรับยานยนต์

14 มี.ค. 2561
  • Share :

ผู้ผลิตเซมิคอนดัคเตอร์พร้อมใจกันเบนเข็มมุ่งตลาดเซ็นเซอร์รูปภาพ (Image Sensor) สำหรับยานยนต์ จากเดิมที่ทำตลาดเฉพาะกลุ่มมาร์ทโฟนและสินค้าไอที โดย STMicroelectronics ผู้ผลิตสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ได้ประกาศขยายไลน์สินค้าให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ความละเอียดสูง (HD) ภายในปีนี้ และถัดมาคือ Sony ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาเซ็นเซอร์ความละเอียดสูงยิ่งยวด (Ultra HD) ส่วนทางด้าน Renesas Electronics ก็มีนโยบายกลับมาลงทุนด้านเซ็นเซอร์รูปภาพอีกครั้งหนึ่ง ในขณะเดียวกัน ON Semiconductor ผู้ผลิตสัญชาติสหรัฐฯ ซึ่งครองตลาดอยู่ในขณะนี้ ได้ประกาศความร่วมมือกับผู้ผลิตรถยนต์และสินค้าจำนวนมาก ซึ่งการเข้าสู่ตลาดเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทั้งหมดนี้ เป็นผลมาจากแนวโน้มการเติบโตของเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติในอนาคต

พัฒนาเทคโนโลยีที่รองรับ

ปัจจุบัน ON Semiconductor ครอบครองส่วนแบ่งตลาดเซ็นเซอร์รูปภาพสำหรับยานยนต์มากกว่า 40% ซึ่งใช้กลยุทธ์การรุกตลาดไปพร้อมกับอุปกรณ์ประเภทอื่น ๆ เช่น Power Semiconductor, เรดาร์, คลื่นเสียงความถี่สูง โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีแนวทางสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า

อีกทั้งการเข้าซื้อเทคโนโลยี Millimeter Wave สำหรับยานยนต์ของ IBM เมื่อปี 2017 ยังเป็นการขยายการครอบคลุมให้กว้างขึ้นไปอีก ซึ่งรองประธานอาวุโส Mr. David Somo กล่าวว่า “ทางบริษัทมีพอร์ตที่ครอบคลุมระบบนานาชนิดของรถยนต์เอาไว้”

โดยหลังจากนี้ ทาง ON Semiconductor ได้มีแนวทางในการพัฒนาเซ็นเซอร์ ทั้งด้านความละเอียดภาพ, Dynamic Range, และอื่น ๆ ให้สูงขึ้น รวมถึงพิจารณาความร่วมมือกับผู้ผลิตเซ็นเซอร์ในด้านอื่น ๆ เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำของตนให้มั่นคงยิ่งขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม Sony คือผู้ที่ตั้งใจเข้าล้มตำแหน่งที่ว่านี้ด้วยเซ็นเซอร์ความไวและความละเอียดสูง ซึ่งนับตั้งแต่เข้าสู่ตลาดเมื่อปี 2014 ก็ได้ออกผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงมากมาย เช่น เซ็นเซอร์รูปภาพ CMOS (Complementary Metal-Oxide Semiconductor) “IMX324” ซึ่งมีความละเอียดถึง 7.42 Megapixel และอยู่ระหว่างพัฒนาเทคโนโลยีให้ได้ความละเอียดที่ 18 – 20 Megapixel

 

เพิ่มผู้ใช้

โดยทั่วไปแล้ว เซ็นเซอร์รูปภาพสำหรับยานยนต์มีราคาแพงกว่าเซ็นเซอร์แบบอื่น ๆ มาก อย่างไรก็ตาม Mr, Shoichi Kitayama ผู้จัดการ Sony Semiconductor Solutions กล่าวว่า “หากนำไปใช้ก็ย่อมเกิดประโยชน์” ซึ่งเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทาง Sony ได้ประกาศซัพพลายเซ็นเซอร์ให้กับ Toyota, Nissan, และผู้ผลิตรถยนต์ในต่างประเทศ เช่น Hyundai อีกด้วย เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ใช้ให้เซ็นเซอร์กลายเป็นที่แพร่หลาย โดยผู้จัดการ Kitayama ได้กล่าวต่อว่า “อยากจะเป็นผู้ครองส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดให้ได้ภายในปี 2025”

เล็งตลาด Mirrorless Car

ในอีกด้านหนึ่ง STMicroelectronics ได้เผยแผนการผลิตเซ็นเซอร์รูปภาพความละเอียด 2 Megapixel สำหรับยานยนต์ ซึ่งจะเริ่มการผลิตได้ในปี 2018 นี้ โดยมีจุดขายที่คุณสมบัติลดการกระพริบของหลอด LED และเทคโนโลยี “HDR (High Dynamic Range)” เพื่อใช้งานใน Mirrorless Car และมีแนวโน้มจะพัฒนาสินค้าที่รองรับภาพความละเอียดสูงเพิ่มอีก ซึ่งปัจจุบัน ทางบริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาเซ็นเซอร์อินฟาเรดสำหรับตรวจสอบผู้ขับขี่ เพื่อขยายไลน์สินค้าของตนให้หลากหลายยิ่งขึ้น

ส่วนทาง Renesas Electronics นั้น หลังจากที่เล็งเห็นถึงการเติบโตของตลาดเซ็นเซอร์รูปภาพแล้ว จึงตัดสินใจกลับมาลงทุนในตลาดที่ว่านี้อีกครั้งหนึ่ง เปิดตัว Renesas Electronics เซ็นเซอร์ CMOS ซึ่งรองรับภาพความละเอียด 4K สำหรับกล้องวงจรปิด รวมถึงแนวทางการพัฒนาสินค้าสำหรับภาพความละเอียด 4K และสูงกว่าชนิดอื่น ๆ ในอนาคต โดย Mr. Eiki Kawamura ผู้จัดการของทางบริษัทได้กล่าวว่า “อยากจะเข้าไปมีจุดยืนในธุรกิจเซ็นเซอร์ให้ได้ภายในปี 2020”

 

เซ็นเซอร์รูปภาพสำหรับยานยนต์คืออีกเป้าหมาย

Renesas Electronics กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบัน บริษัทเรายังไม่มีความคิดจะเข้าสู่ตลาดเซ็นเซอร์รูปภาพสำหรับยานยนต์ อย่างไรก็ตาม หากการกลับมาลงทุนครั้งนี้เป็นไปได้ดี เราก็อาจจะนำมาพิจารณาอีกครั้งก็เป็นได้” ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมเดียวกันอีกมากที่คิดเห็นเช่นนี้

Mr. Tetsuo Omori นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Techno System Research กล่าวว่า “ในการเข้าสู่ตลาดเซ็นเซอร์รูปภาพสำหรับยานยนต์นั้น อุปสรรคไม่ได้มีเพียงแต่เทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอุปกรณ์การผลิต และปัจจัยด้านการความสัมพันธ์กับลูกค้าอีกด้วย อีกทั้งจำเป็นต้องใช้เวลาในการเติบโตและต้นทุนสูง จึงไม่ใช่อุตสาหกรรมที่จะเข้ามาทำกำไรได้โดยง่าย”

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตลาดเซ็นเซอร์รูปภาพสำหรับยานยนต์ก็มีการเติบโตที่เห็นได้จริง หลายบริษัทจึงมุ่งรุกตลาดที่ว่านี้ เพื่อรองรับกับการมาของเทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติในอนาคต

อ่านต่อ: Pioneer พัฒนา LiDAR 4 รุ่นสำหรับยานยนต์อัตโนมัติ


ที่มา : Nikkan Kogyo Shimbun